ออกสตาร์ทการทำงานแล้ว สำหรับรัฐบาล “นายกฯ หนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น เริ่มนับหนึ่งการทำงานวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ที่เจ้าตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล มีอำนาจลงนามและสั่งการอย่างสมบูรณ์
รัฐบาลได้กำหนดนโยบายสำคัญที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ 5 ด้าน คือ 1.ด้านเศรษฐกิจ 2.ด้านความมั่นคง 3.ด้านสังคม 4.ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ 5.ด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งจะดำเนินการให้สอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ
สำหรับภารกิจแรกของรัฐบาลนายอนุทิน หลังมีอำนาจสมบูรณ์คือ ล้างท่องบประมาณปี 68 อนุมัติเกือบ 60,000 ล้านบาท แจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และใช้หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อให้โครงการต่างๆ ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย
โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เติมงบดําเนินโครงการ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.4 ล้านสิทธิ วงเงิน 22,780 ล้านบาท แบ่งจ่าย 2 ครั้ง ครั้งละ 850/ต่อครั้ง รวมเป็น 1,700 บาท ภายในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 พร้อมอนุมัติงบสนับสนุน ตามที่กองทัพขอเพื่อใช้ในการป้องกันชายแดน จำนวน 864 ล้านบาท
ส่วน “คนละครึ่งพลัส” สำหรับประชาชนทั่วไปและผู้เสียภาษี ที่หลายคนรอคอย ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลนายอนุทิน ภายใต้แนวคิด "Quick Big Win" เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน โดยรัฐสมทบเงินให้ 2,000 บาท สำหรับบุคคลทั่วไป และ 2,400 บาท สำหรับผู้ที่มีประวัติการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2567 กำหนดวงเงินรัฐสมทบ 200 บาทต่อวัน โดยใช้เงินงบประมาณปี 2569
ตามไทม์ไลน์คนละครึ่งพลัส ในวันที่ 7 ตุลาคม 2568 นำรายละเอียดโครงการเข้าสู่ที่ประชุม ครม. จากนั้นวันที่ 15 ตุลาคม เปิดลงทะเบียนร้านค้าจนสิ้นสุดโครงการ ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ขณะวันที่ 20-26 ตุลาคม เปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชนทั่วไป และวันที่ 29 ตุลาคม เริ่มใช้จ่ายจนถึงเดือน ธันวาคม 2568 ระยะเวลา 2 เดือน
โดยกลุ่มที่ได้รับคนละครึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1.ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13 ล้านคน ซึ่งจากเดิมให้อยู่แล้ว 300 บาท แต่เติมเพิ่มอีก 1,700 บาท รวมจะได้เงินทั้งหมด 2,000 บาท จะเติมให้ครั้งเดียว 2.ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี จำนวน 9 ล้านคน คนละครึ่ง 50:50 จะได้เงินคนละ 2,000 บาท จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท และ 3.ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี จำนวน 11 ล้านคน คนละครึ่ง 50:50 จะได้เงินคนละ 2,400 บาท จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า โครงการคนละครึ่งพลัส ได้รับกระแสตอบรับดีมาก หลังรัฐบาลนายกฯ หนู ประกาศดันเป็นโครงการกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ ด้วยโครงการนี้เคยได้รับผลตอบรับที่ดีแบบติดลมมาแล้วในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พอมาปัดฝุ่นสานต่อเป็นคนละครึ่งพลัส จึงได้รับเสียงตอบรับล้นหลาม แม้จำนวนเงินไม่มาก แต่ประชาชนมั่นใจว่าจะได้รับจริง ไม่เหมือน โครงการแจกเงินหมื่นของรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ที่สุดท้ายกลุ่มวัยทำงานต้องแห้ว
นอกจากนี้รัฐบาลนายอนุทินยังไฟเขียวต่ออายุโครงการรถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดง และสายสีม่วง 20 บาทตลอดสาย อีก 2 เดือน โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งระหว่างนี้นายอนุทินยังได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปดําเนินการหาวิธีที่ยั่งยืน เพื่อลดภาระประชาชน และไม่เป็นภาระกับภาครัฐ โดยจะต้องเสนอเข้าที่ประชุม ครม. และพิจารณาอีกครั้งภายใน 2 เดือนนี้
ส่วนการแก้ ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังยืดเยื้อ รวมถึงประเด็นการทำประชามติในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า โดยใช้บัตร 4 ใบ คือ บัตรเลือก สส.เขต สส.บัญชีรายชื่อ ประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ และประชามติยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา ยังถือเป็นปมร้อนในมือรัฐบาลนายอนุทิน แม้มีเวลาทำงานเพียง 4 เดือน ตามบันทึกข้อตกลง MOA แต่หากมีทิศทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนย่อมจะส่งผลดีเรื่องความเชื่อมั่นของรัฐบาล
ทั้งนี้ ในห้วงเวลาการทำงาน 4 เดือน หรือ 120 วันจากนี้ เป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก รัฐบาลนายกฯ หนูต้องเร่งโชว์ผลงานโกยคะแนนให้มากที่สุด ก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้าที่กำลังจะมาถึง ซึ่งคาดว่าจะทยอยปล่อยหมัดเด็ดการทำงานออกมาซื้อใจประชาชนอีก หลังทำงานได้ 2 วัน ยังเปิดแผนคนละครึ่งพลัสมามัดใจประชาชนได้
อีกทั้งก่อนหน้านี้เจ้าตัวประกาศเร่งทำงาน 7 วันไม่มีวันหยุด
จึงต้องจับตาผลงานของรัฐบาลนายกฯ หนูให้ดี เพราะนี่เป็นโอกาสที่จะซื้อใจคนไทยในคูหาเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะมาถึงนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภารกิจ 'ทักษิณ' หลังพ้นคุก สงบศึกหรือขัดแย้งรอบใหม่
การกลับมาของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย ที่ออกจากเรือนจำเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 หลังถูกคุมขังจำนวน 243 วัน หรือราว 8 เดือน หลายคนประเมินกำลังกลายเป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญของสมการการเมืองไทย ที่หลายฝ่ายมองว่าอาจร้อนแรงและอันตรายกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
สั่งสอบนอภ.-ใช้‘ปปง.’ ปราบต่างชาติรุกที่รัฐ
"อนุทิน" เรียกบิ๊ก ตร.เข้าทำเนียบรัฐบาล สั่งเอาจริงปราบนอมินีต่างชาติ-รุกที่สาธารณะให้สิ้นซาก
ภท.รีเซตเกมแก้รธน. ปชน.ต้องจำบทเรียน
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เกมแก้รัฐธรรมนูญต้องกลับไป “นับหนึ่งใหม่” อย่างเป็นทางการ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
ถก10กลุ่มทุนใหญ่ รัฐบาลนำไอเดียยกเครื่องศก./สภาเบรกบรรจุพ.ร.ก.กู้เงิน
รัฐบาลคึกคัก! "นายกฯ" เรียก "รมต." บรีฟข้อมูลก่อนเปิดทำเนียบฯ
สัมพันธ์ลึก“ชัชชาติ-กลุ่มคนทำงาน” โหนผู้ว่าฯกทม.?-กัปตันทีมมีคำตอบ
สนามเลือกตั้ง เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร กับศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานคร (สก.) รวม 50 เก้าอี้ ที่จะเปิดรับสมัครผู้ลงชิงชัย ระหว่าง 28 พ.ค.-1 มิ.ย. และเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.
ล้างแก๊งฮุบพะงัน เย้ยพิพัฒน์ร้อนตัว
นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่พะงัน ล้างนอมินีต่างชาติฮุบเกาะ ฮึ่มสั่ง ตร.ลากเส้นทางเงิน พร้อมลุยจัดระเบียบชายหาด

