มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของพรรคการเมืองหนึ่ง ที่เคยถูกเรียกขานว่า "พรรคลุงตู่" เพราะตอนเลือกตั้งปี 2566 เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นั่นก็คือ "พรรครวมไทยสร้างชาติ" (รทสช.) ที่ได้มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีไปเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรคแทนตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งจัดกันที่สโมสรราชพฤกษ์
ที่พบว่าเป็นการจัดประชุมแบบภายใน ก่อนการประชุม ไม่ได้มีการเปิดเผย หรือแจ้งถึงกิจกรรมดังกล่าวแก่สื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ ถึงขนาดที่ว่า แม้แต่กับ สส.ของรวมไทยสร้างชาติเอง บางคนยังไม่ได้รับการประสานหรือแจ้งให้มาเข้าร่วมประชุมหรือสังเกตการณ์เลยด้วยซ้ำ
ทั้งที่ สส.รทสช.บางคน ถึงตอนนี้ก็ไม่ได้เปิดตัวว่าจะย้ายพรรค เช่นไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยแบบแกนนำพรรค รทสช.-อดีตแกนนำพรรคคนอื่นๆ โดยบางคนอยู่ระหว่างการตัดสินใจ แต่อาจเพราะเมื่อไม่มีความชัดเจนออกมา จนถูกคนในพรรคมองว่าแทงกั๊ก ก็เลยทำให้กลุ่มพีระพันธุ์อาจไม่สนใจ จึงไม่แจ้งให้ทราบ เน้นแค่ให้ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด และโหวตเตอร์เข้าประชุมกันให้ครบตามข้อบังคับพรรค เจอเข้าไปแบบนี้น่าจะทำให้ สส.รวมไทยสร้างชาติที่ยังเหลืออยู่แค่ไม่กี่คนแล้ว เมื่อมองว่าพรรคไม่ให้ความสำคัญ ก็อาจทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าแบบนี้ก็คงต้องแยกทางกันเดิน!
สำหรับผลการประชุมเป็นไปตามที่คาดคือ "กลุ่มพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช." สามารถ "รีเซตกรรมการบริหารพรรคใหม่" โดยเอาคนในสายตัวเองขึ้นมาเป็นกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด โดยดัน "ชัชวาลล์ คงอุดม" หรือ ชัช เตาปูน ที่เป็น สส.บัญชีรายชื่อ มาเป็นเลขาธิการพรรคแทน "เอกนัฏ" ที่จะย้ายออกไปภูมิใจไทยตอนเลือกตั้ง
โดยตำแหน่งหลักๆ มีดังนี้ พีระพันธุ์ หัวหน้าพรรค
ส่วนรองหัวหน้าพรรค ประกอบด้วย วิทยา แก้วภราดัย, วิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต สส.กทม.พรรค ปชป. และอดีตเลขาธิการพรรคกล้า, นราพัฒน์ แก้วทอง อดีต สส.พิจิตร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, ชื่นชอบ คงอุดม ลูกชายนายชัชวาลล์, สามารถ มะลูลีม อดีต สส.กทม.ประชาธิปัตย์, โกวิทย์ ธารณา อดีต สส.กทม.ประชาธิปัตย์, พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา อดีต ผอ.พรรค รทสช.
ชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่วนรองเลขาธิการพรรค ประกอบด้วย นิติศักดิ์ ธรรมเพชร ลูกชายวิสุทธ์ อดีตผู้สมัคร สส.พัทลุงของพรรคตอนปี 2566, นาวาอากาศตรี ดร.ปุญณัฐส์ นำพา อดีตผู้สมัคร สส.กทม.พรรคพลังท้องถิ่นไท ที่ชัช เตาปูน เคยเป็นหัวหน้าพรรคตอนปี 2562, ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง อัยรดา บำรุงรักษ์ หรือผู้กองเบียร์, ปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ เหรัญญิกพรรค, สยาม บางกุลธรรม คนสนิทของนายพีระพันธุ์ เป็นนายทะเบียนพรรค
“พีระพันธุ์” กล่าวหลังการประชุมเสร็จสิ้นว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่พรรคได้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยเฉพาะในตำแหน่งเลขาธิการพรรคที่ได้นายชัชวาลล์เข้ามารับตำแหน่ง มั่นใจว่าด้วยผลงานที่ผ่านมาของนายชัชวาลล์ ที่ช่วยเหลือผู้อื่นมาเสมอ จะช่วยขับเคลื่อนพรรคให้ก้าวไปข้างหน้าได้
ขณะที่ "ชัชวาลล์" ประกาศว่า เป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับนายพีระพันธุ์และรวมไทยสร้างชาติ เพราะพีระพันธุ์เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ เสียสละ ทำงานให้ประเทศ เป็นเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติต่อไป
สำหรับศึกเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า 2569 พรรค รทสช.ถูกมองและวิเคราะห์ว่า น่าจะประสบปัญหาพอสมควรในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น
เพราะนอกจากปัญหา "เลือดไหลออก" ของกลุ่มการเมือง-สส.ของพรรคหลายสิบคน ที่ส่วนใหญ่ย้ายไปภูมิใจไทย เช่นกลุ่มของสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ที่เรียกกันว่ากลุ่ม 16, กลุ่มของเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการพรรค, กลุ่มบ้านใหญ่แต่ละจังหวัด เช่น กลุ่มชุมพร ของชุมพล จุลใส กลุ่มสุราษฎร์ธานีของ ชุมพล กาญจนะ เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลต่อพรรค รทสช.ที่จะได้ สส.เขต หลังเลือกตั้งลดลงค่อนข้างเยอะ รวมถึงคะแนนปาร์ตี้ลิสต์หลายจังหวัดก็คงหายไปด้วย
อีกทั้ง รทสช.ก็ยังเจอปัญหาที่ทุกคนรู้กันดีคือ "นายทุนพรรค-หัวจ่าย" คนสำคัญที่เคยหนุนพรรคตอนเลือกตั้ง 2566 ก็เลิกสนับสนุนมานานแล้ว อีกทั้งปัจจุบันพรรค รทสช. เป็นพรรคฝ่ายค้าน ที่ย่อมไม่ดึงดูดให้นายทุน-กลุ่มทุนต่างๆ เข้ามาช่วยสนับสนุนพรรคตอนเลือกตั้ง แม้ในทางการเมืองก็มีโอกาสสูงมากที่ หากหลังเลือกตั้งฝ่าย อนุทิน-ภูมิใจไทย ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อนุทินคงดึงพรรครวมไทยสร้างชาติไปร่วมรัฐบาลด้วย
ผนวกกับเลือกตั้งที่จะมีขึ้น พรรค รทสช.จะไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนตอนเลือกตั้งปี 2566 ที่พรรคได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์มา 4,766,408 คะแนน จนทำให้ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 13 คน ซึ่งคะแนนเกือบทั้งหมดมองได้ไม่ยากว่า เป็นคะแนนจากการที่พรรคเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่เมื่อวันนี้ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ มันจึงส่งผลสะเทือนหนักต่อรทสช.ที่คะแนนคงหายไปหลักล้าน!
รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ พีระพันธุ์-รทสช.จะต้องเจอในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เช่นความไม่พอใจของประชาชนและแฟนคลับพรรค รทสช.จำนวนมาก ที่รับไม่ได้กับการที่พีระพันธุ์ ยังคงให้พรรค รทสช.กอดคอร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทยและแพทองธาร ชินวัตร หลังเกิดกรณีคลิปเสียงฮุน เซน ทั้งที่มีกระแสเรียกร้องให้พรรค รทสช.ถอนตัวจากรัฐบาล แต่กลับไม่ฟัง ทำให้แฟนคลับจำนวนมากหันหลังเลิกสนับสนุนพรรครทสช.
เลือกตั้งที่จะมีขึ้นจึงเป็นงานยาก-งานหินของ พีระพันธุ์และพรรค รทสช. ในการเข็นพรรคลงทำศึกในสภาพที่ทัพแตกและกระแสตก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จิรุตม์-มณฑลลุ้นผงาดกกต. สีน้ำเงินคุมเสียงข้างมาก7เสือ
เมื่อมีความชัดเจนทางการเมืองว่า “พรรคเพื่อไทย” จะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังการโหวตร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญวาระ 3 ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า 2569
'ภัยพิบัติการเมือง เมื่อกฎบริจาค กลายเป็นสนามแข่งพรรคใหญ่'
ในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างน้ำท่วมในหลายพื้นที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาชี้แจงแนวทางการบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
พลิกเกม"น้ำท่วม"สู้ศึกเลือกตั้ง สมรภูมิการเมืองช่วงชิงชัยชนะ
แรงกดดันของสังคมที่มีต่อ "อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรี หลังเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พุ่งเป้าไปที่ความผิดพลาด บกพร่อง และล่าช้า ในการสั่งการเข้าช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจนทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
วิกฤตน้ำท่วมทำรัฐบาลรวน อาจป่วนถึงการแก้รัฐธรรมนูญ
วิกฤตในการบริหารสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ของภาคใต้ โดยเฉพาะที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นอกจากความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมหาศาลแล้ว ยิ่งทำให้รัฐบาลสูญเสียความน่าเชื่อถือในสายตาสาธารณชน
รัฐบาลอ่อนหัด โครงสร้างล้าหลัง ฉุดเชื่อมั่น'อนุทิน-ภท.'จมดิ่งกับน้ำท่วม
วิกฤตมหาอุทกภัยถล่ม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ สร้างความหายนะราวกับคลื่นสึนามิ ซากปรักหักพังของเมืองเสมือนวันสิ้นโลก
ปี69เดือด!เลือกตั้งทุกระดับ 'กกต.-ประชาชน'ตัดสินอนาคต
ปี 2569 กลายเป็นปีที่ท้าทายที่สุดสำหรับประชาธิปไตยไทย ด้วยการเลือกตั้งหลายระดับที่กระชั้นชิดกันอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่คาดว่าจะพ่วงด้วยการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ และบันทึกความเข้าใจ (MOU)


