กธ.VSปชน.ฟาดกันเดือด กล้าธรรม หลังพิงฝา สวนกลับ

หลัง พรรคกล้าธรรม-รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ตกอยู่ในสภาพตั้งรับทางการเมืองจากการถูกรุกไล่ทางการเมืองจากพรรคประชาชนมาหลายสัปดาห์ ด้วยวิธีการรุกตีขนาบ หลายกระบวนท่า

เช่นความพยายามเชื่อมโยงเรื่อง “เบน สมิธ” ไปถึงแกนนำรัฐบาลและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ที่คนการเมืองจับทางได้ไม่ยากว่าต้องการให้กระทบชิ่งไปถึงใคร-การโยงเรื่องบทบาทและเงินบริจาคของมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ ไปถึง รอ.ธรรมนัส และมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ควบคู่ไปกับการที่ พรรคประชาชน รุกไล่ตรวจสอบเรื่อง “ทุนสีเทา” อย่างต่อเนื่อง จนประกาศแคมเปญ “มีเรา ไม่มีเทา” ที่จะนำไปใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งปีหน้าด้วย ผ่านการแสดงบทบาทของ สส.รายบุคคลและผ่านช่องทางคณะกรรมาธิการสามัญของสภาฯ ที่มี สส.พรรคประชาชนเป็นประธาน กมธ. ที่คุมทิศทางการทำงานของ กมธ.ได้เช่นคณะกรรมาธิการความมั่นคงและกิจการชายแดนฯ ที่มีรังสิมันต์ โรม เป็นประธาน ที่รุกตรวจสอบเรื่องทุนเทาอย่างต่อเนื่อง และพยายามเชิญสองแกนนำพรรคกล้าธรรมมาชี้แจงกับ กมธ. คือ ธรรมนัสกับ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรมและ รมว.ศึกษาธิการ แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ ขณะเดียวกันคนในพรรคอย่าง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ก็มีชื่อถูกเอ่ยถึงในหน้าสื่อว่าเป็นนักการเมืองอักษรย่อ ช. ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพนันออนไลน์ จนเจ้าตัวต้องรีบออกมาปฏิเสธตามระเบียบ

ตามด้วยกรณี ธนเดช เพ็งสุข สส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาระบุว่า “โควตาหวยของทหารผ่านศึกกว่า 1,000,000 ใบต่องวด กำลังกลายเป็นเหมืองทองของกลุ่มทุนเทา” ที่ทำให้สปอตไลต์การเมืองจับจ้องไปที่ รอ.ธรรมนัส เพราะเป็นที่รู้กันว่าก่อนหน้านี้ ธรรมนัส ทำธุรกิจเกี่ยวกับจัดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลมา จนเป็นธุรกิจหลักของเครือข่ายธรรมนัสผ่าน หจก.ขวัญฤดี ที่มีผู้ถือหุ้นเช่น ขวัญฤดี กนิษฐสุต ที่เป็นลูกสาวของ “เจ๊แดง” หรือปลื้มจิตต์ กนิษฐ์สุด อดีตผู้กว้างขวางวงการค้าสลากกินแบ่งฯ-ธรรมนัส พรหมเผ่า และสุธี พงษ์เพียรชอบ หรือเดอะหมู มือขวาคู่ใจธรรมนัส ขณะเดียวกัน พอสัปดาห์นี้เกิดกระแสเรื่องมีประชาชนออกมาโวยว่า เมื่อเข้าไปตรวจสอบข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองในเว็บไซต์ของสำนักงาน กกต. ก็พบว่ามีชื่อเป็นสมาชิกพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ทั้งที่ไม่ได้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค ก็ปรากฏว่า สส.ของพรรคประชาชน ก็ออกมารับลูกทันที โดย ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. โพสต์ระบุว่า ขอให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบว่ามีพรรคใดแอบอ้างเอาชื่อตัวเองและครอบครัวไปยัดเป็นสมาชิกพรรคการเมือง โดยมีข้อมูลออกมาว่า พรรคกล้าธรรม เป็นพรรคการเมืองหนึ่งที่มีสมาชิกพรรคเพิ่มขึ้นมากทั้งที่เปิดตัวสร้างพรรคได้ไม่นาน

การขยับทางการเมืองหลายระลอกของพรรคประชาชนในช่วงที่ผ่านมา ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเปิดหน้าชนธรรมนัส และพรรคกล้าธรรม

มีการวิเคราะห์การเมืองกันว่า แกนนำพรรคประชาชนมองไปถึงการเลือกตั้งปีหน้าแล้วว่า บริบทการเลือกตั้งปี 2569 แตกต่างจากตอนเลือกตั้งปี 2562 และ 2566 อย่างสิ้นเชิง เพราะสองครั้งดังกล่าวที่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล พรรคหาเสียงอิงกระแสเรื่องไม่เอา คสช.-ไม่เอา 3 ป. ไม่เอาสืบทอดอำนาจได้ โดยเฉพาะตอนปี 2566 ที่ยิงแคมเปญโค้งสุดท้ายสองสัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง “มีเรา ไม่มีลุง” ทำเอา ก้าวไกลได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ถล่มทลาย รวมถึง สส.เขตอีกหลายสิบจังหวัด

ทว่า การเลือกตั้งปีหน้าไม่มีประเด็นแบบตอนปี 2562 และ 2566 แล้ว ทำให้พรรคประชาชน  ต้องหาประเด็นที่จะนำไปต่อยอดหาเสียงและสร้างผลงานในช่วงก่อนยุบสภาให้ได้ ซึ่งแกนนำพรรคประชาชนย่อมมองว่า เรื่อง “ทุนสีเทา” เป็นเรื่องที่สื่อสารกับประชาชนได้ง่าย ประชาชนอิน เพราะมันเกี่ยวข้องกับหลายเรื่อง เช่น การหลอกลวงคอลเซนเตอร์-พนันออนไลน์ ที่คนแอนตี้ ทำให้มองเห็นได้ไม่ยากว่านับจากนี้เรื่องทุนเทาจะเป็นกระแสหลักที่พรรคประชาชนจะถือเป็นธงการเมืองไปจนถึงช่วงเลือกตั้ง และจำเป็นที่ระหว่างทางเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเปิดศึกกับพรรคการเมืองบางพรรคไปโดยปริยาย เหมือนกับที่ เกิดกับพรรคกล้าธรรมเวลานี้

ซึ่งฝ่ายพรรคกล้าธรรมเอง หลังตกอยู่ในสภาพตั้งรับมานาน พบว่าเริ่มตั้งหลักและรอสวนกลับแล้ว หลังเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ออกมาระบุว่าข้อกล่าวหา ต่างๆ ถูกขยายซ้ำในสังคม จนกลายเป็น “ความเชื่อ” ทั้งที่ยังไม่มีคำพิพากษาหรือข้อเท็จจริงใดๆ จากหน่วยงานรัฐไทยพรรคกล้าธรรม พรรคกล้าธรรมไม่อาจนิ่งเฉยได้ เมื่อชื่อเสียงถูกใช้เป็นเครื่องมือ และถูกแสวงประโยชน์ทางการเมือง พรรคจะตั้งวอร์รูมเพื่อตรวจสอบเรื่องที่มีการกล่าวหาบุคลากรของพรรคกล้าธรรมอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะรวบรวมข้อกล่าวหาจากทุกฝ่าย และสืบค้นข้อเท็จจริงให้ได้มากที่สุด

พบว่าการโต้กลับพรรคประชาชนของคนในพรรคกล้าธรรมมีให้เห็นแล้ว เช่น กรณี ไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า มีการเอาเงินผู้ช่วย สส. ไปสมัครสมาชิกพรรคการเมือง ที่ถือเป็นความผิด อีกทั้งเอาแค่ชื่อมาเป็นผู้ช่วย สส. และไม่ให้ทำงาน ที่เรียกว่า บัญชีม้า พร้อมกับเปิดเผยหนังสือร้องเรียนที่มีบุคคลไปยื่นเรื่องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบ ทำนองว่ามีการปกปิดแหล่งที่มาของเงินบริจาคด้วยวิธีการจ่ายเป็นเงินค่าสมัครสมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งอาจถือเป็นการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดโดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ซึ่งพบว่า ศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อบางส่วน สวนกลับทำนองว่าเป็นการกล่าวหาที่ไม่มีน้ำหนัก  โดยเฉพาะเรื่องการเอาเงินไปซื้อสมาชิกพรรค เพราะจำนวนสมาชิกพรรคที่มีอยู่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่พรรคประชาชนสามารถส่งผู้สมัครได้ครบตามจำนวน และมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง “การเอาคืน” ทางการเมือง

ประเมินศึกคู่มวยทางการเมืองระหว่าง “พรรคกล้าธรรม” กับ “พรรคประชาชน” คงฟาดกันอีกหลายยก

น่าติดตามว่า ธรรมนัส ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นคนที่มีเครือข่ายกว้างขวางในหลายวงการ และมีข้อมูลที่กุมความลับคนการเมืองไว้หลายคน จะมี “ไพ่ลับ” ในมือ อะไรมาสวนกลับพรรคประชาชนเพื่อเอาคืนได้หรือไม่ หลังพรรคกล้าธรรมตกเป็นฝ่ายตั้งรับมาตลอด ซึ่งหากคนในพรรคประชาชน ไม่มีใครสันหลังหวะ นอกจากไม่กลัวการสวนกลับแล้ว ยังอาจยิ่งเพิ่มดีกรีการรุกไล่ให้หนักมากขึ้นไปอีก!.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เร่งเกม'เลือกตั้ง-จบศึกชายแดน' เมื่อทุกแนวรบกำลังได้เปรียบ

เรียกได้ว่าเกือบจะเป็นฉันทามติของสังคมที่ต้องการให้กองทัพดำเนินกลยุทธ์ในการนำพื้นที่ตามเส้นปฏิบัติการของไทยคืนจากกัมพูชาให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการสู้รบระลอกที่ 2

'โรม' วิจารณ์ 'อนุทิน' ทำไทยเสียเปรียบกัมพูชา ก.ต่างประเทศ ช่วงหลังอ่อน

นายรังสิมันต์ โรม อดีต สส.พรรคประชาชน กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา มีหารือ และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งมีการโพสต์ผ่านโซเชียล ช่วงหนึ่งว่าการเหยียบทุ่นระเบิดของทหารไทย เป็นอุบัติเหตุ ว่า ตนขอใช้โอกาสนี้แสดงความเสียใจ ต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น

ศึกชายแดน เปลี่ยนเกม! ‘อนุทิน’ พลิกบีบ ‘ส้ม-แดง’

พรรคภูมิใจไทย พลิกเกมขี่กระแส ชาตินิยม ได้อย่างทันทีท่วงที เมื่อ “นายกฯ หนู”-อนุทิน ชาญวีรกูล พลิกสถานการณ์จากเสียงตำหนิเรื่องน้ำท่วมใต้และปัญหาสแกมเมอร์ล่าช้า มายืนบนพื้นที่ที่ตัวเองได้เปรียบ คือกระแสชาตินิยม และประเด็นความมั่นคง

ปปง.-ปปช. ลุยสอบจนท.รัฐ-นักการเมือง เอี่ยวสแกมเมอร์ โยงภาพ 'เบน สมิธ' ลงนาม MOU ดีอี-บ.สิงคโปร์

นักการเมืองไทย-เจ้าหน้าที่รัฐมีหนาว! ภาพคู่ "เบน สมิธ" พ่นพิษ หลัง ปปง. - ป.ป.ช. เดินหน้าลุยตรวจสอบเส้นทางเงิน-ธุรกรรม-โครงการโยง "เบน สมิธ และบริษัทฯ"

'โรม' ชี้พฤติการณ์ผิดปกติ 'ธรรมนัส-นฤมล-เบน สมิธ' โผล่ถ่ายภาพลงนาม MOU บ.สิงคโปร์

"โรม" แฉ ไม่พบหนังสือเชิญ "ธรรมนัส-นฤมล" ร่วมเฟรม "เบน สมิธ" เป็นพยานลงนาม MOU บ.สิงคโปร์ ชี้ผิดปกติ เพราะไม่ถูกระเบียบ แย้มมีชื่อ "สุชาติ" เอี่ยว เผย ตร. ออกหมายแดง "ยิมเลียก-ภรรยา" แล้ว หนุนใช้กลไกส่งผู้ร้ายข้ามแดนกลับมารับโทษในไทย