ได้ทุกขั้ว-เสบียงกรัง-อำนาจ เมินกระแส สส.แห่ซบ‘กล้าธรรม’

นอกจาก ‘พรรคภูมิใจไทย’ ที่มี ‘แม่เหล็ก’ ดึงดูดอดีต สส.และนักการเมือง ในการเลือกตั้งครั้งนี้แล้ว ‘พรรคกล้าธรรม’ อาณาจักรของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะที่ปรึกษาพรรค เป็นอีกค่ายหนึ่งที่มีผู้คนพาเหรดเข้ามาเป็นองคาพยพ

แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวคราวในทางลบเกี่ยวกับพรรคต่างๆ นานา แต่กลับไม่ได้ทำให้สมาชิกพรรคเดิมทะลักออกไปมากมาย แต่ในทางตรงกันข้าม บรรดากลุ่มก๊วนการเมืองต่างๆ กลับยังไหลเข้ามาไม่หยุดหย่อนจนถึงตอนนี้

มุ้งใหญ่ทางการเมืองล่าสุดคือ ‘กลุ่มเพื่อนต่อ’ ของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้มากบารมีแห่ง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่พาอดีต สส.ในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ภาคกลาง ตะวันออก ภาคใต้ หรือแม้แต่อีสาน มาใช้ชายคาพรรคกล้าธรรมเป็นสังกัดในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้

ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า จุดแข็งของ ‘พรรคกล้าธรรม’ ที่คนภายนอกมองว่าเป็นจุดอ่อนคือ ตัว ‘ธรรมนัส’ เอง

ตลอด 2 ปีกว่าๆ ของรัฐบาล นับตั้งแต่ยุคนายเศรษฐา ทวีสิน ต่อเนื่องมายุค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มาจนถึงยุคนายอนุทิน ชาญวีรกูล ‘ธรรมนัส’ เติบโตและสยายปีกทางการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างแจ่มชัด

เป็นคีย์แมนจัดการทุกอย่างของพรรคพลังประชารัฐในยุคนายเศรษฐา แยกตัวออกมาสร้างอาณาจักรพรรคกล้าธรรม มีเก้าอี้รัฐมนตรีให้กับคนในองคาพยพ คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ ในรัฐบาล น.ส.แพทองธาร

ที่พีกสุดคือ การตัดสินใจเปลี่ยนขั้วร่วมดันนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ได้เก้าอี้ 3 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงใหญ่ คือ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมกับเก้าอี้ 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการ  

พร้อมๆ กับการขยับขึ้นเป็นรองนายกฯ ควบ รมว.เกษตรและสหกรณ์ของ ‘ธรรมนัส’

ตลอด 2 ปีกว่าๆ ‘ธรรมนัส’ ไม่เคยหลุดวงโคจรอำนาจ นั่นอาจเป็นหลักประกันได้อย่างหนึ่งว่า นอกจากเหล่าสมาชิกที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสบียงกรังย่อมต้องเพิ่มพูนด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้นักการเมืองต่างๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในการเข้ามาร่วม

ขณะเดียวกัน พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคที่ไม่ได้อิงกระแส แต่เน้นจุดแข็งที่ตัวผู้สมัคร และกระสุนดินดำที่พรรคซัพพอร์ตให้

 ‘ธรรมนัส’ เคยเปรียบตัวเองเป็นต้นไม้ใหญ่ ซึ่งวันนี้หากมองพรรคกล้าธรรมที่มีขนาดใหญ่โตขึ้น รากแข็งแรง จึงไม่แปลกที่เหล่านกและสัตว์ต่างๆ จะมาอาศัย

จุดแข็งของ ‘ธรรมนัส’ ในการทำพรรคคือ การซื้อใจลูกน้อง และการตอบแทนสำหรับคนที่ให้ใจ จะเห็นว่า อดีต สส.เกือบ 20 ชีวิตที่ยอมแตกหักกับพรรคพลังประชารัฐตอนนั้น แล้วแยกมาตั้งพรรคกล้าธรรมในวันนี้ หลายคนได้เป็นรัฐมนตรี และการจัดสรรตำแหน่ง ใช้หลักกระจายภาค อาวุโส มากกว่าตรรกะเรื่องความสนิท

ยกตัวอย่างเช่น นายนเรศ ธำรงทิพยคุณ อดีต สส.เชียงใหม่ ได้ตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ ในสัดส่วนภาคเหนือ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ อดีต สส.นราธิวาส ได้ตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ ในสัดส่วนภาคใต้ นายองอาจ วงษ์ประยูร อดีต สส.สระบุรี ได้ตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ ในสัดส่วนภาคกลาง

การจัดสรรอย่างเท่าเทียมและเหมาะสมนี่เอง เป็นจุดสนใจของกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่มี สส.และนักการเมืองในมือ

จุดแข็งอีกจุดของ ‘ธรรมนัส’ คือ คอนเนกชันทางการเมืองที่เข้าได้กับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคเพื่อไทย ซึ่งค่อนข้างการันตีได้ว่า ไม่ว่าใครจะขึ้นเป็นแกนนำรัฐบาล ในทุกสมการจะมีพรรคกล้าธรรมเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลแน่ๆ   

และเมื่อเข้าสู่อำนาจ อาจจะมั่นใจได้ว่า การจัดสรรอะไรต่างๆ จะสมเหตุสมผลตามหลักคณิตศาสตร์

อีกจุดที่ทำให้บิ๊กๆ การเมืองยังสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรมต่อเนื่องในตอนนี้คือ การทับซ้อนกันของตัวผู้สมัคร สส. ซึ่งหลายรายที่ไม่ถูกเลือกจากพรรคภูมิใจไทย จะมุ่งหน้ามาที่อาคารพรรคกล้าธรรม ริมถนนรัชดาภิเษกทันที โดยเฉพาะผู้สมัคร สส.ในภาคใต้ ซึ่งหลายคนมีพื้นที่และเป็นบิ๊กเนม

ถ้ามองในแง่ความพร้อม ทั้งบุคลากร ทั้งทรัพยากร ทั้งการเตรียมการ นอกจากพรรคภูมิใจไทยที่พร้อมขั้นสุดแล้ว พรรคกล้าธรรมมีไม่ต่างกัน

ต่างกันแค่ ‘ภูมิใจไทย’ สู้ศึกเพื่อไปเป็นเบอร์ 1 ในสนามเลือกตั้ง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคขนาดกลาง ที่หวังกวาด สส.ให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นอำนาจต่อรองภายหลังการเลือกตั้ง

หากเป็นยานพาหนะ ตอนนี้รถยนต์ของพรรคกล้าธรรมเติมน้ำมันเต็มถังรอออกเดินทางแล้ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง

กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ

เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ

สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'

สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน

'โครงสร้างเก่า-คนใหม่' บีอาร์เอ็น รัฐตรึงกำลังรักษาพื้นที่ปลอดภัย

การก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น“วัฏจักร” ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภาครัฐพยายามใช้ทุกสูตรในการแก้ไขปัญหา แต่ก็ยังไม่มีแนวโน้มที่ความรุนแรงจะยุติลงได้อย่างสมบูรณ์

ล่มซ้ำซาก สุญญากาศกสทช. สรณไม่ถอย-อนุทินลอยตัว

เป็นไปตามคาด ไม่มีอะไรพลิก กับภาพ ประชุมล่ม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันพุธที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา