“เสียงเชียร์ทหาร” ในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นทำให้ “นโยบาย” ที่ฝ่ายการเมืองค่ายสีส้ม ซึ่งเคยเปิดแผลแดนสนธยากองทัพหลายเรื่อง อาจกังวลใจว่าประชาชนอาจลืมในสิ่งที่เป็นหลุมดำในกองทัพไปแล้ว เช่น การใช้ความรุนแรงของหน่วย การบังคับเกณฑ์ทหาร ธุรกิจกองทัพอันนำมาซึ่งรายได้นอกงบประมาณ การใช้ไอโอเพื่อด้อยค่าฝ่ายตรงข้าม
ยิ่ง “นโยบาย” ด้านความมั่นคงยังเป็นประเด็นหลักที่พรรคยังใช้หาเสียงในการเลือกตั้งที่กำลังมีการรณรงค์หาเสียงอยู่ในขณะนี้ การถ่วงดุลกระแสความนิยมไม่ให้พุ่งล้นเกินไป กลายเป็นเรื่องจำเป็นในการช่วงชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน ส่งผลให้เกิดเป็นแรงปะทะระหว่างตัวแทนขั้ว “สีส้ม” และ “สีเขียว” ในช่วงที่ผ่านมา
ไล่ตั้งแต่กรณีที่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ประกาศกร้าว ทำให้ “กองทัพกัมพูชาสิ้นสภาพ” จนเหล่าบรรดากูรูที่ศึกษาและติดตามข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคง และยุทโธปกรณ์วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า...เป็นไปได้หรือไม่?
ภายใต้การอธิบายที่มองต่างมุม และใช้ฐานคิดคำนวณที่แตกต่างกันไป บางคนนับจำนวน BM-21 รถถังที่ถูกทำลายเป็นตัวชี้วัด บางคนอธิบายเรื่องศูนย์บัญชาการรบของกัมพูชาที่พังเป็นจุณเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์
ในขณะที่เจ้าของวาทะดังกล่าว อธิบายในกรอบของการลิดรอนขีดความสามารถของฝ่ายตรงข้ามจนมีความห่างชั้นมากที่สุด ปัจจัยสำคัญคือศักยภาพของงบประมาณที่ได้ในอัตราส่วนที่กำหนดไว้แต่ละปี ฝ่ายไทยยังมีความมั่นคงพอที่จะรับมือกับคู่ต่อสู้ในอนาคต โดยจะทำให้ทิ้งห่างการพัฒนาระหว่างกันมากขึ้น
แต่ชื่อของ พล.อ.ชัยพฤกษ์ หรือ เสธ.ปูด้วง ก็กลายเป็นจุดสนใจของฝ่ายการเมืองไปโดยปริยาย เพราะการออกมาเปิดหน้าส่งประโยคที่มีผลต่อจิตวิทยาต่อกัมพูชาอย่างชัดเจนนั้น ดันไปเขย่าต่อมฝ่ายการเมืองที่ไม่ค่อยไว้ใจทหาร จากบทเรียนที่ “ไอโอ” กองทัพออกมาตีปี๊บยึดปราสาทตาควายได้เบ็ดเสร็จในการสู้รบ 5 วัน จน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ต้องออกมา มอบตัว ยอมรับว่ายังยึดพื้นที่ไม่ได้ เมื่อวาทะ “สิ้นสภาพ” ถูกส่งออกมาเลยกลายเป็นจุดที่ฝ่ายการเมืองได้ที ออกมาจี้ปมทันทีว่า “โม้” เกินไปเหมือนที่เคยเกิดกรณียึดปราสาทตาควายหรือไม่
ย้อนกลับไปที่ เสธ.ปูด้วง ซึ่งเป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 26 ของ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และถือเป็นมือทำงานด้านยุทธการของผู้นำกองทัพมาตั้งแต่ยุค “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น ผบ.ทบ. และ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เป็นเจ้ากรมยุทธการทหารบก เสนาธิการ ทบ. และรอง ผบ.ทบ. ถือเป็น “ฟันเฟือง” สำคัญของกองทัพในช่วง 1 ทศวรรษที่ผ่านมา
แม้ในช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี เกิดวิกฤตโควิด-19 ซึ่งระหว่างนั้น พล.อ.ณัฐพลได้โอนย้ายไปเป็นเลขาธิการ สมช. และได้นั่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เมื่อปี พ.ศ.2563 โดยมี “เสธ.ปูด้วง” นั่งเป็นคณะทำงานที่ทำเนียบฯ ใช้กลไกกองทัพสนับสนุนงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจนกระทั่งปิดศูนย์ จึงถือเป็นนายทหารที่คณะรัฐมนตรียุค พล.อ.ประยุทธ์รู้จักเป็นอย่างดี
นอกจากนั้นยังเป็นมือทำงานสายอำนวยการ คุมสภาพกลไกด้านยุทธการเกือบจะเบ็ดเสร็จ ถือเป็น “แม่บ้านสายการรบ” มีเครือข่ายที่กว้างขว้าง มีประสบการณ์ทุกรูปแบบ ในช่วงหนึ่งเคยคุม “ค่ายไทรโยค” ซึ่งสิงคโปร์ทำเอ็มโอยูกับกองทัพบกในการเช่าพื้นที่การฝึก ประกอบกับบุคลิกที่เป็นกันเอง เข้าถึงง่าย สามารถสื่อสารกับฝ่ายการเมืองได้ จากที่เป็นน้องรักของ พล.อ.ณัฐพล แล้ว ยังเป็นน้องรักของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงสายตรงได้กับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี เพราะ ผบ.ทบ.คนปัจจุบันเป็นคนพูดน้อยและ ระวังตัว ก็จะพูดคุยกับนายกฯ เฉพาะในวงประชุมทางการ หรือเป็นวาระพิเศษแบบส่วนตัว เช่น หารือนอกรอบที่บ้านรับรองเกษะโกมล ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของกองทัพ ซึ่งนายกฯ จะต้องตอบคำถามสื่อก็จะสายตรงถึง “ปูด้วง” เพื่อเช็กรายละเอียดที่ถูกต้อง
นอกจาก เสธ.ปูด้วงแล้ว “นายพล” อีกคน ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และกลายเป็นตำบลกระสุนตกอีกราย คือ “เจ้ากรมโอ๋” พล.ท.ดร.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหาร เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 26 ของ ผบ.ทบ.อีกคน ซึ่งออกมาโพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ตอบโต้วาทกรรม “มีทหารไว้ทำไม-รบยังไงก็แพ้-พลทหารตายก่อน” ที่แพร่กระจายช่วงสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา โดยมีหัวหอกอย่าง “รังสิมันต์ โรม” แกนนำพรรคประชาชน ที่สวนกลับว่าการโพสต์ดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่พรรคประชาชน หวังด้อยค่าทางการเมือง พร้อมกับสื่อสารในลักษณะผิดหวังในฐานะที่เจ้ากรมโอ๋ นายทหารหัวก้าวหน้าที่คุ้นเคย ด้วยคำเรียกขานว่า “พี่โอ๋”
สำหรับ “เจ้ากรมโอ๋” ถือว่าเส้นทางรับราชการฉวัดเฉวียน จากทหารรบพิเศษ สังกัด ฉก.ฉก.90 (กรมปฏิบัติการพิเศษ) หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ รหัส 46 เป็นรุ่นที่หน่วย Delta force มาฝึกให้ปีแรก ทำงานข่าวกรองนอกประเทศ เคยเป็นนายทหารสายวิชาการ วิพากษ์วิจารณ์ระบบทหารที่ไม่เป็นมืออาชีพมาก่อน เปิดเว็บไซต์ชื่อว่า “ท.ทหาร” ในช่วงที่เว็บไซต์พันทิปห้อง “หว้ากอ” กำลังเป็น “กระแสทางเลือก”
จนทำให้เขาถูกผู้บังคับบัญชา “จับดอง” ก่อนย้ายไปที่กองบัญชาการทหารสูงสุด (ในขณะนั้น) ท่ามกลางการเบียดแทรกของเตรียมทหารรุ่นใกล้เคียง ส่งผลให้เตรียมทหารรุ่น 26 หลุดไลน์ กลายเป็นรุ่นที่ไม่อยู่ในสายตาอีกต่อไป จนเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา เตรียมทหารรุ่น 26 ได้กลับเข้าสู่เส้นทางอำนาจอีกครั้ง เพื่อเบรกความร้อนแรงของรุ่นทรงพลัง และปัญหาภายในที่สลับซับซ้อน
“เจ้ากรมโอ๋” ได้เข้ามานั่งเป็นรอง ผอ.ศูนย์ไซเบอร์ ทบ.ในยศพันเอกพิเศษ ก่อนข้ามไปเป็น ผู้บัญชาการข่าวกรองทางทหาร (ผบ.ขกท.) เตรียมหน่วยรับภารกิจหลักของทหารอย่างแท้จริง จากเดิมที่ต้องทำงานเกี่ยวกับความมั่นคงภายใน สนองงานทหารในการเมืองเป็นหลัก ก่อนจะมานั่งตำแหน่งเจ้ากรมข่าวทหารบก อัตราพลโท ปลายปีที่ผ่านมา เตรียมเข้าสู่แผงอำนาจ 5 เสือ ทบ.ในปลายปีนี้ ซึ่งเจ้าตัวเหลืออายุราชการถึงปี 2572
ขณะที่เส้นทางรับราชการของ พล.อ.ชัยพฤกษ์ หรือปูด้วง ซึ่งมีอายุราชการถึงปี 2570 ก็มีเดิมพันถึงระดับเก้าอี้ “ท็อปไฟว์” นั่นคือตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ที่จะว่างลงในปลายปี 2569 เนื่องจาก พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ เกษียณอายุราชการ โดยมี พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว (เตรียมทหารรุ่น 26) รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ลูกหม้อกรมยุทธการอีกคนที่กำลังก้าวขึ้นมาต่อคิวในปลายปี 70 โดยกองทัพไทยยังมี พล.อ.ชิดชนก นุชฉายา (เตรียมทหารรุ่น 26) เสนาธิการทหาร ซึ่งต่อคิวขึ้นเป็น ผบ.ทหารสูงสุดในปลายปี 70 เช่นกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
7 ปีบนเก้าอี้ ผบ.ตร. ‘บิ๊กราญ’ โอกาสทอง การปฏิรูปตำรวจ
เป็นไปตามโผ สำหรับการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อคัดเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนต่อไป
สัมพันธ์กลาโหม"ไทย-จีน" รักษาสมดุล-ไม่ก้าวก่าย
การเดินทางมาเยือนไทยของ พล.ร.อ.ต่ง จวิน (Dong Jun) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน (สปจ.) และหารือทวิภาคีกับ พล.อ.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย ในวันที่ 24 ก.ค.นี้ เกิดขึ้นหลังจากที่คณะของนายกรัฐมนตรีได้เดินทางเยือน สปจ.อย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นการสานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคง หลังจากบรรลุข้อตกลงในความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างการเยือนระดับผู้นำไปแล้ว
พลาดซ้ำเกณฑ์ ‘บัตรคนจน’ ทำ ‘รัฐบาลหนู’ เสียแต้ม
‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ‘บัตรคนจน’ ทำให้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ต้อง ‘ถอย’ มาแล้วถึง 2 ครั้ง
ส่องโมเดลร้านอาหารแอบเปิดผับเถื่อน โศกนาฏกรรมสลดเซ่นระบบส่วยสีเทา
เหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิง “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 34 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ความสูญเสียดังกล่าวนำไปสู่การขยับตัวของกระทรวงยุติธรรม
เสธ.ทบ. เผยไทยเกาะติดยุทโธปกรณ์จีนส่งให้กัมพูชาอย่างใกล้ชิด
พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประเทศกัมพูชาเอามาประโคมข่าวกรณีที่ประเทศจีนส่งรถถังให้กับทางกัมพูชา โดยประเทศไทยต้องมีความกังวลหรือไม่ ว่า ไม่ต้องกังวล เราทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นข้อตกลงก่อนหน้าจะเกิดปฏิบัติการทางการทหารร
'สรณ' หลังพิงฝา หารือ ทีม กม.กลางซอยสายลม ยื้อตกเก้าอี้ ปธ.กสทช.
เป็นไปตามคาดที่ฝ่าย "นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช." จะไม่ยอมง่ายๆ ต้องหาทางยื้ออยู่ในตำแหน่งให้นานที่สุด

