พรรคเพื่อไทยส่ง 3 แกนนำคือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ-จุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย-นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช หนึ่งในทีมยุทธศาสตร์ฯ ออกมาประสานเสียงยืนยันว่า
“นโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน”
ทำได้จริง ไม่มีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย ไม่ได้ทำให้วินัยการเงินการคลังของประเทศมีปัญหา และใช้งบประมาณแค่สามพันกว่าล้านบาทต่อปี แต่ประเทศชาติได้ประโยชน์กว่านั้น เช่น ดึงดูดประชาชนและร้านค้าทั่วประเทศเข้าสู่ระบบภาษี ทำให้รัฐบาลได้ Big data ฐานภาษีประชาชนและร้านค้าทั่วประเทศ เป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ ทำให้รัฐเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้น คาดการณ์ว่าจะมีรายได้เข้ารัฐเพิ่มปีละ 100,000-200,000 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าที่ใช้งบสามพันกว่าล้านบาทหลายเท่า ทำให้ประเทศมีงบมาพัฒนาประเทศ ทำให้ประชาชนมีสวัสดิการชีวิตที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงดังกล่าว กระแสสังคมหลายภาคส่วนมองว่า ยังขาดน้ำหนัก ฟังไม่ขึ้น ทำให้เสียงวิจารณ์ถึง ช่องโหว่-ผลเสีย ของนโยบาย ยังตามมาอื้ออึง โดยหลายภาคส่วนมองว่าเป็นนโยบายประชานิยม ที่เพื่อไทยหวังผลคะแนนเสียงเลือกตั้ง จึงเลือกปล่อยออกมาในช่วงเข้าสู่ 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ที่เพื่อไทยคิดว่ามันคือ หมัดเด็ด-ไพ่ลับ คนจะขานรับกันอื้ออึง
แต่อย่างที่เห็น นโยบายขายฝันรอบใหม่ แต่เป็นมุกเก่าประชานิยมที่เป็นเรื่องถนัดของ เพื่อไทยมาตลอด ตั้งแต่ยุคไทยรักไทย-พลังประชาชน จนถึงเพื่อไทย เพราะหากพิจารณาอย่างละเอียดจะพบว่า แกนนำเพื่อไทยเลือกใช้วิธีอธิบายแบบคลุมๆ ไม่ลงรายละเอียด มุ่งเน้นพูดแต่ข้อดี-ผลดี แต่ละเลยจะกล่าวถึงข้อเสีย-ช่องโหว่-ผลกระทบที่จะตามมา ทั้งในเชิงวินัยการเงินการคลัง-การสร้างค่านิยมให้กับสังคมไทย ที่ทำให้คนตั้งตารอแต่จะรวยแบบง่ายๆ ผ่านการสุ่มจับชื่อ-จับใบเสร็จแต่ละวัน โดยไม่คิดพึ่งพาตัวเองในการทำงาน
ตลอดจนละเลยการกล่าวถึง วิธีการทำตามนโยบายดังกล่าว ทำอย่างไรในทางปฏิบัติ เช่น เรื่องการสุ่มจับใบเสร็จรับเงินจากประชาชนที่ซื้อของตามร้านค้าต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อแจกเงินวันละห้าคน คนละล้านบาท คำถามคือ ขณะนี้ประเทศไทยมีระบบที่รองรับในการตรวจสอบการออกใบเสร็จรับเงินร้านค้าทั่วประเทศแต่ละวันอย่างไร แล้วนโยบายนี้จะไปเอื้อต่อร้านค้าปลีกขนาดใหญ่หรือร้านค้าสะดวกซื้อบางแห่งที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศให้ได้เปรียบกว่าร้านค้าทั่วไปหรือไม่ เป็นต้น แค่นี้ก็เห็นแล้วว่า การสุ่มแจกเงินจากใบเสร็จที่ใช้สอยแต่ละวัน มีโอกาสสร้างช่องโหว่เปิดทางให้มีการทุจริตกันได้ง่าย
จึงไม่แปลกที่หลายคนจะวิจารณ์ว่าหลักคิดของนโยบายดังกล่าว “มักง่าย-คิดไม่ละเอียด” และ "มุ่งหวังแต่สร้างกระแส-คะแนนทางการเมืองในช่วงการเลือกตั้ง"
และเมื่อดูจากสถานการณ์การเลือกตั้ง แนวโน้มก็เด่นชัด เพื่อไทยจะได้ สส.มาอันดับ 3 ส่วนอันดับ 1 กับ 2 ก็ชิงกันระหว่างภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ซึ่งเพื่อไทยก็จะเป็นตัวแปรรอร่วมรัฐบาลได้ทั้ง 2 ขั้ว
ทำให้หากเพื่อไทยเข้าไปเป็นรัฐบาล เพื่อไทยก็อ้างได้ว่าเป็นแค่พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ใช่พรรคแกนนำ ไม่สามารถผลักดันนโยบายขายฝันประชานิยมนี้ได้ แค่นี้ก็จบเรื่อง ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร!
ยิ่งเมื่อดูจากการที่เพื่อไทยยื่นเอกสารนโยบายที่ใช้ในการหาเสียงต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีหลักปฏิบัติคือให้ทุกพรรคการเมือง ต้องแจ้ง 8 ประเด็นสำคัญถึงนโยบายที่ใช้หาเสียง คือ ชื่อนโยบาย-วงเงินงบประมาณที่ต้องใช้โดยประมาณ-ที่มาของเงินที่ต้องใช้ในการดำเนินการ-ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย-ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย-ผลกระทบในการดำเนินนโยบาย-ความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย
พบว่า เอกสารลับของเพื่อไทยที่ยื่นต่อ กกต.แจ้งไว้ว่า มี 57 นโยบาย โดยใช้วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 243,300 ล้านบาท
เมื่อไล่ตรวจสอบ 57 นโยบายดังกล่าว ไม่พบว่ามีการเขียนแบบระบุเฉพาะเจาะจงถึงนโยบาย นโยบายเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คนแบบชัดๆ แต่เขียนเลี่ยงเป็นนโยบาย “ของขวัญเพื่อคนไทย" ซึ่งเพื่อไทยแจ้งว่า ใช้งบประมาณ 3,500 ล้านบาทต่อปี
ในส่วนความคุ้มค่าของนโยบาย เพื่อไทยแจง กกต.ว่า
“เพื่อสร้างแรงจูงใจแก่ผู้ทำประโยชน์ให้กับประเทศ รวมถึงการพัฒนาฐานข้อมูลในกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ผู้สูงอายุกลุ่มคนพิการ ผู้เสียภาษีผู้ใช้จ่ายในระบบภาษี, กลุ่ม อสม.และ ชรบ.และยังช่วยสร้างแรงจูงใจในการอยู่ในระบบภาษี อันจะเป็นการขยายฐานภาษีของประเทศ อีกทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งกระตุ้นการใช้จ่ายอันจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้รัฐคืน ในรูปแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม”
สำหรับผลกระทบในการดำเนินนโยบาย เพื่อไทยระบุว่า "ต้องบริหารงบประมาณ แต่ผลประโยชน์ที่ได้รับสูงกว่างบประมาณที่ใช้"
ส่วนความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย เพื่อไทยแจงว่า "ประชาชนบางส่วนอาจไม่ทราบมาตรการ ทำให้เข้าไม่ถึงสิทธิ ต้องมีการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชน"
อ่านเกมเพื่อไทยแบบขาดไปเลยว่า ที่โยนนโยบายประชานิยมแรงๆ ดังกล่าวออกมาในช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ก็เพื่อสร้างกระแส หวังคะแนนเสียง
ยิ่งเมื่อตอนนี้ กระแสพรรค-คะแนนนิยมตามหลัง พรรคประชาชนและภูมิใจไทยห่างหลายช่วงตัว เพื่อไทยก็ต้องเล่นใหญ่ ปล่อยนโยบายประชานิยมแรงๆ เพื่อให้ฮือฮา โดยเฉพาะหวังให้ปังในกลุ่มเป้าหมายของเพื่อไทยในนโยบายเศรษฐีเงินล้านที่จะได้ลุ้นเงินล้านทุกวัน เช่น ครอบครัวเกษตรกรสิบกว่าล้านครอบครัว-กลุ่ม อสม.ทั่วประเทศ-กลุ่มผู้สูงอายุทั่วประเทศ-กลุ่มผู้ยื่นเสียภาษี ซึ่งรวมแล้วมีหลายสิบล้านคน รวมถึงประชาชนทั่วไปก็ต้องมีจำนวนไม่น้อยที่ก็อาจชอบนโยบายนี้ เพราะแค่ซื้อของในร้านสะดวกซื้อไม่กี่สิบบาท ก็ได้ลุ้นเงินล้านทุกวัน จากเดิมลุ้นหวย-ลุ้นสลากกินแบ่งรัฐบาลเดือนละ 2 ครั้ง มาเป็นลุ้นเงินล้านทุกวัน มันถูกใจคนจำนวนมากแน่ อันนี้ปฏิเสธความจริงไม่ได้
เพียงแต่ภาพหลอนคนไทย นโยบายเรือธงเพื่อไทย ดิจิทัลวอลเล็ต ตอนปี 2566 หาเสียงแล้วทำไม่ได้ แหกตาคนไทย มันยังเป็นภาพหลอนที่ทำให้คนไทยรู้ทันและไม่เชื่อใจเพื่อไทย ผลเลยทำให้นโยบายเศรษฐีใหม่เงินล้าน คนจำนวนมาก จึงไม่เชื่อการโฆษณาชวนเชื่อของเพื่อไทย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไชยชนกลุยไฟTH-AI Passport บนข้อกังขา 'สีน้ำเงินคอนเนกชัน' แจงไม่เคลียร์เสี่ยงฉุดรัฐบาลทรุด!
เสียรังวัดทางการเมืองมากพอสมควรสำหรับ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม-เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ลูกชายพี่ใหญ่-บิ๊กบราเธอร์ขั้วสีน้ำเงิน เนวิน ชิดชอบ ที่กำลังถูกตรวจสอบอย่างหนักกับความพยายามเดินหน้า
เพื่อไทย ตัดข้อกังวลปม 'สสร.' จ่อชงสภาฯให้ทันพิจารณา
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย หลังจากชะลอเพื่อปรับแก้เนื้อหาหลัง สส.พรรคภูมิใจไทยถอนรายชื่อว่า ตอนนี้พรรคเพื่อไทยมีคณะทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ดำเนิน
เลิก‘ลดหย่อนภาษี’บัตรคนจน รัฐกัดฟันลดสเปก สยบกระแสร้อน
ในที่สุดก็ต้านทานกระแสไม่ไหว! รัฐบาลยอมถอยหลังถูกถล่มปรับหลักเกณฑ์ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” ปี 2569
‘สตช.-ดีอี’ลุยเว็บพนันบอลโลก ‘ปราบจริง’หรือ'แค่พอเป็นพิธี'
เสียงนกหวีดดัง เริ่มการฟาดแข้งสุดยอดมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ “ฟุตบอลโลก” FIFA World Cup 2026 ครั้งที่ 23 จัดขึ้นที่ทวีปอเมริกาเหนือ เป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เพิ่มจาก 32 ทีม เป็น 48 ทีม แบ่งเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม แข่งขันกันรวม 104 แมตช์ ระหว่างวันที่ 11 มิ.ย.-19 ก.ค.69 รวมระยะเวลาการแข่งขัน 39 วัน คู่เปิดสนามเวลาตี 2 บ้านเรา เจ้าภาพเม็กซิโก-แอฟริกาใต้ ที่สนามเอสตาดีโอ อัซเตกา เม็กซิโก ซิตี
28ปี กกต.บนเส้นด้ายมรสุม "บัตรบาร์โค้ด" “เสี่ยงโมฆะ”พร้อมศึกในร้าวลึกเลื่อยขา"แสวง"
เสียงกลองรัวฉลองวันสถาปนาครบรอบ 28 ปี ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วงเช้าวันที่ 9 มิ.ย.2569
'ประเสริฐ' เผยเพื่อไทยเดินหน้าร่าง รธน.ใหม่ ปรับแก้ที่มา ส.ส.ร. ให้ยึดโยงประชาชนมากที่สุด
ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม สส.ประจำสัปดาห์ โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.พรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุมร่วม คาดว่ามีการหารือในส่วนของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคเพื่อไทยที่มีการปรับแก้เนื้อหาในส่วนของที่มา ส.ส.ร.

