เดิมพันประเทศด้วยฝีมือ 'รัฐบาล' ดัน'แลนด์บริดจ์'ขุมทรัพย์หรือขายฝัน

“ด้วยขนาดของโครงการที่มีการลงทุนในวงเงินมหาศาล เกี่ยวพันในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม รัฐบาลจึงถูกมองด้วยความกังขา และถูกตั้งคำถามว่าทำไมถึงต้องเร่งดำเนินการ"

ผู้นำหลายประเทศมองการเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลกและความผันผวนของเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใจจดใจจ่อ

สิ่งที่สำคัญคือการส่งสัญญาณให้คนในชาติของตนเองตระหนักรู้ว่าต้องใช้ชีวิตอย่างไร เพื่อลดแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี และเตรียมยุทธศาสตร์ระยะยาวรองรับอย่างเป็นระบบ

 ในส่วนของไทย รัฐบาล ย้ำเสมอว่า ในวิกฤตคือโอกาส ขอให้เชื่อมือในทีมงานมืออาชีพที่จะนำพาประเทศผ่านพ้นปัญหาดังกล่าวไปได้  ทำให้แผนงาน โครงการ ที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ตั้งแต่หาเสียงเลือกตั้ง ถูกหยิบขึ้นมาขับเคลื่อนท่ามกลางความกังวลใจของหลายภาคส่วนว่าจะมีผลต่อเนื่องไปถึงวิกฤตงบประมาณในอนาคตหรือไม่

เป็นที่ชัดเจนว่า ตลอดเดือนนี้ “รัฐบาล" จะผลักดันโครงการ กฎหมาย ซึ่งมีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและต่อต้าน แต่สุดท้ายแล้วเชื่อว่าโครงการหรือกฎหมายเหล่านั้นจะได้รับการผลักดันจนประสบความสำเร็จ ด้วยองค์ประกอบของเสียงในสภาที่แข็งแรงเพียงพอ

โดยการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 5 พ.ค.นี้ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายปี 69 และ พ.ร.ก.กู้เงิน ขณะที่สัปดาห์ถัดไปจะเสนอมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ที่มีโครงการคนละครึ่งพลัสรวมอยู่ด้วย หลังจากผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจก่อน 

ประมาณการว่า ไทยช่วยไทยพลัส รัฐต้องจ่ายเงินเดือนละอย่างต่ำ 34,000 ล้านบาท 4 เดือน เม็ดเงินหมุนรอบแรก 1.36 แสนล้านบาท มีแนวโน้มสูงว่าส่วนหนึ่งอาจต้องใช้วงเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน ที่คาดหมายว่าจะกู้ประมาณ 4 แสนล้านบาท จึงถือเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ใช้เพื่อช่วยในเรื่องค่าครองชีพของประชาชน และเป็นประชานิยมที่เลิกไม่ได้ เป็นเหมือนยุทธวิธีทางการเมืองที่ใช้หล่อเลี้ยงกระแสความนิยมไปในคราวเดียวกัน 

ที่สำคัญคือ การดำเนินนโยบายดังกล่าวอาจสุ่มเสี่ยงที่จะสวนทางกับ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ซึ่ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ย้ำหลายครั้งในหลักการบริหารงานของตนเองและรัฐบาล

ในขณะที่ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็กำลังเจอกับมรสุม ดรามาทุเรียน จากการทำงานแบบหลุดกรอบการบริหารงานแบบเดิมๆ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าแนวทางดังกล่าวจะช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่กำลังจะเจอกับภาวะทุเรียนล้นตลาดได้แค่ไหน

เลยไปถึงการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด ทำกลไกราคาตลาดเสียหาย พร้อมตั้งคำถามว่าจะใช้วิธีการลักษณะนี้ในการช่วยชาวสวนผลไม้อื่นที่เจอกับปัญหาราคาตกต่ำหรือไม่

แต่นั่นก็เป็นเพียงยกแรกในการทำงานสไตล์แบบเอกชน และมองช่องทางทดลองในการสร้างพื้นที่แก้ไขปัญหาในแบบอื่นๆ ที่แตกต่างจากในอดีต ซึ่งทุกปีเรามักเห็นรัฐบาลแก้ไขปัญหาเรื่องสินค้าเกษตรราคาตกต่ำด้วยการใช้งบประมาณในการประกันราคา อุดหนุน ช่วยเหลือ เยียวยา เป็นสูตรสำเร็จทุกครั้ง 

สำหรับนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาการันตีว่า “รมต.ศุภจี” จะรับมือมรสุมที่เกิดขึ้นได้ และไม่มีท้อ แสดงออกถึงความเชื่อมั่นว่า รมต.คนนอกที่ดึงเข้ามาจะฝ่ากระแสดรามาและสร้างผลงานให้กับรัฐบาลได้ และน่าจะเป็นไพ่ใบสุดท้ายในการพยุงรัฐบาลที่หัวทิ่มจากปมการเมืองเรื่องผลประโยชน์ 

อย่างไรก็ตาม นอกจากมาตรการและโครงการเฉพาะหน้าที่เตรียมทยอยออกมาแล้ว ยังมี “เมกะโปรเจกต์ใหญ่” อย่าง “แลนด์บริดจ์” ที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเร่งผลักดันในลำดับต่อไป และกำลังถูกจับตามองว่าเป้าหมายในการดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ประเทศนั้น จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่

หลายรัฐบาลได้ให้หน่วยงานภาครัฐศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการอย่างต่อเนื่อง มีการ “โรดโชว์” ดึงนักลงทุนที่สนใจลงทุนอยู่ตลอด แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล โครงการดังกล่าวก็ถูกพับเก็บไป เมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารก็ตั้งเรื่องเปิดประเด็น โยนหินถามทาง กันอีกรอบ    

ล่าสุด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เตรียมลงพื้นที่วันที่ 8 พฤษภาคมนี้ เพื่อระดมความคิดเห็น ฟังเสียงของคนในพื้นที่ 

โดยขั้นตอนต่อไปจะนำข้อมูลมาประมวลกับผลศึกษาเดิม ซึ่งจะดำเนินการควบคู่ไปกับการเร่งเสนอร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (พ.ร.บ. SEC) ต่อ ครม.ภายในไตรมาส 3 เมื่อ ครม.อนุมัติแล้วจะนำเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ตั้งเป้าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2573

สำหรับโครงการ แลนด์บริดจ์ ในรัฐบาลชุดนี้ ใช้ผลการศึกษาของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร วางโมเดลพัฒนาท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่งทะเล และมีโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างกันด้วยระบบราง และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ภายใต้แนวคิด "One Port Two Side" และการพัฒนาพื้นที่หลังท่าด้วยอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องและกิจกรรมเชิงพาณิชย์

โดยได้คัดเลือกจุดก่อสร้างท่าเรือทั้ง 2 ฝั่งคือ บริเวณแหลมริ่ว ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร และแหลมอ่าวอ่าง ต.ราชกรูด อ.เมืองฯ จ.ระนอง ที่สามารถรองรับตู้สินค้าได้ฝั่งละ 20 ล้านทีอียู (ตู้คอนเทนเนอร์ขนาดยาว 20 ฟุต)

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และรองหัวหน้าพรรค ยื่นญัตติด่วนถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอที่ประชุมสภาพิจารณาจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่านโยบายดังกล่าวไม่ได้ปรากฏในนโยบายของพรรคภูมิใจไทยในการหาเสียง และยังไม่ได้ปรากฏในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา แต่รัฐบาลกลับให้ความสำคัญ และอ้างว่าเป็นโครงการระดับประเทศที่พร้อมผลักดัน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีความกังวล

“บริษัทเดินเรือก็สะท้อนมายังพรรคประชาธิปัตย์ว่า แม้รัฐบาลจะสร้างแลนด์บริดจ์แล้วเสร็จก็ไม่คุ้มค่าที่จะมาใช้บริการ เพราะไม่สามารถประหยัดเวลาได้เท่ากับการผ่านช่องแคบมะละกา และการใช้แลนด์บริดจ์ยังต้องขนย้ายสินค้าขึ้นลงจากเรือหลายต่อ ซึ่งเป็นภาระและเงื่อนไขเวลา รวมถึงยังมีภาระค่าใช้จ่ายอีก ดังนั้นโครงการนี้จึงมีความสุ่มเสี่ยงว่าจะถูกทิ้งร้าง เอกชนไม่ใช้บริการ จึงควรให้สภาผู้แทนราษฎรร่วมกันพิจารณา” นายกรณ์ระบุ

               นอกจากนั้นยังมีเสียงต้านจากนักอนุรักษ์ที่มองว่าการสูญเสียพื้นที่ทางธรรมชาติทางทะเลที่ประเมินค่าไม่ได้ ไม่คุ้มกับโครงการที่ได้มา 

               ที่สำคัญคือ ความกังวลว่าพื้นที่ตรงนั้นจะกลายเป็นเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจ ที่จะมีการช่วงชิงพื้นที่การนำระหว่างกัน เลยไปถึงพันธมิตรในภูมิภาคที่เสียประโยชน์จากโครงการดังกล่าวจะมีท่าทีอย่างไร 

               และด้วยขนาดของโครงการที่มีการลงทุนในวงเงินมหาศาล เกี่ยวพันในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม “รัฐบาล” ถูกมองด้วยความกังขา และถูกตั้งคำถามว่าทำไมถึงต้องเร่งดำเนินการ 

               ดังนั้นการสื่อสารเพื่อชี้ให้เห็นความจำเป็นและโอกาสที่เป็นไปได้ พร้อมรับประกันว่าไม่เป็นภาระในภายภาคหน้ากับประเทศหากโครงการไปไม่รอด รวมถึงไทม์ไลน์ขั้นตอนต่างๆ เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจนตั้งแต่ต้น

               โดยเฉพาะนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นแกนนำพรรคภูมิใจไทยที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้ เป็นผู้รับผิดชอบการขับเคลื่อนโครงการ ย่อมถูกมองว่าหวังผลทางการเมือง หรือมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่

ยิ่งล่าสุดเกิดประเด็นดรามากับ รมต.พรรคเดียวกัน หลังผู้สื่อข่าวที่ถามถึงประเด็นที่ “วราวุธ ศิลปอาชา” ห่วงผลกระทบสิ่งแวดล้อมถ้าไม่ศึกษาอย่างรอบคอบ โดยโต้กลับว่า คงลืมไปว่าตัวเองเป็น รมว.อุตสาหกรรม ไม่ใช่กระทรวงทรัพยากรฯ พร้อมกับปิดไมค์แล้วเดินออกไปจากโต๊ะแถลงข่าวทันที

ตอกย้ำความเป็น รมต.สายล่อฟ้า ที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสงสัยในมาตรการแก้ปัญหาน้ำมันแพง ช่วงต้นของเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง โดยไปผูกโยงภูมิหลังเดิมในการทำธุรกิจปั๊มน้ำมัน 

ไม่เท่านั้น ยังมีการขยับตัวของเครือข่ายประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ ประกาศรวมพลังต้านโครงการ และ พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) เพราะกังวลว่าต่างชาติจะฮุบที่ดิน 99 ปี ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต โดยมุ่งเน้นเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนแผนพัฒนาให้ตรงจุด

เชื่อว่า “แลนด์บริดจ์” จะกลายเป็นเผือกร้อนของ “รัฐบาล” เพราะกว่าจะตกผลึกและเริ่มนับหนึ่งได้ต้องผ่านหลายขั้นตอนและใช้เวลา แต่ที่สำคัญที่สุดคือ “ฉันทามติ” ของคนในสังคมที่ออกมาว่าจะไปในทิศทางไหนด้วย

จึงต้องดูอีกสักระยะว่ารัฐบาลจะแสดงท่าทีเอาจริงเอาจัง ผลักดันสุดตัว หรือใส่เกียร์ถอย ลบกระแสต้านที่กำลังใช้ประเด็นนี้เป็นเชื้อไฟในการรวมตัวของฝ่ายต่อต้าน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิปรัฐบาล แจง ครม. ไม่ยืนยันร่างแก้ รธน. เดินหน้าแก้ปัญหาเร่งด่วนก่อน

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ยืนยันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ค้างจากสภาฯ ชุดที่ผ่านมาให้เดินหน้าพิจารณาต่อในสมัยสภาปัจจุบัน

นายกฯ มอบ 'ภราดร' ประสานงานฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลนี้ไม่หนีกระทู้สดแน่นอน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในที่ประชุม ครม.ว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานที่ต้องพึ่งพาจากการนำเข้ามาใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ได้มีประชาชนให้ความสนใจเรื่องการเปลี่ยนมาเป็นโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ดังนั้น นายกฯ จึงได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดให้มีศูนย์ให้คำปรึกษาแบบเบ็ดเสร็จ

ศึกผู้ว่าฯกทม.หลายขั้วเร่งชิงฐานเสียง 'พรรคใหญ่'ขยับ ท้าชน 'แชมป์เก่า'

เดือน มิ.ย.2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะการประกาศจุดยืนของแชมป์เก่าและการขยับหมากเกมของพรรคการเมืองใหญ่ ที่หวังจะเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจในศาลาว่าการ "เสาชิงช้า"

พูดแล้วทำ 'อนุทิน' เผย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เข้า ครม. 5 พ.ค.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภท. กล่าวภายหลังการประชุม สส.พรรคประจำสัปดาห์ว่า เป็นการประชุม สส. รวมถึงคณะรัฐมนตรี(ครม.) ของพรรคภท.เพื่อให้ทุกคนรับทราบ

นายกฯ ตั้ง 'เอกนิติ' ศึกษาแลนด์บริดจ์ ชี้โหวตเตอร์ภูมิใจไทยยังรู้เป็นเรื่องเก่า พูดมาตั้งแต่ปี 62

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมพรรคถึงโครงการแลนด์บริดจ์ ได้มีการเคลียร์กันหมดแล้วหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีความเห็นไม่ตรงกันระหว่าง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม กับนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ว่า ไม่มีอะไร พูดกันคนละที ไม่มีปัญหา เรื่องแลนด์บริดจ์ ตนจะตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ