ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี-ผู้นำพรรคเพื่อไทย จะเดินออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังติดคุกนาน 8 เดือน นับแต่ 9 กันยายน 2568 ตามคำสั่งศาลฎีกาจนได้รับการพักโทษ แต่ระหว่างนี้ก็อยู่ในช่วงการคุมประพฤติ โดยจะได้รับอิสรภาพเต็มตัว 9 ก.ย.ปีนี้
การออกจากเรือนจำครั้งนี้ ทักษิณจะติดกำไล EM ด้วย แม้ทางครอบครัวและทนายความทักษิณจะไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่านายทักษิณอายุมากแล้ว และมีโรคประจำตัว อีกทั้งไม่มีพฤติการณ์หลบหนี รวมถึงเป็นถึงระดับอดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย จึงไม่สมควรต้องติดกำไล EM อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมยืนยันว่าเป็นการพิจารณาตามหลักเกณฑ์
คาดว่าหลังจากนี้ฝ่ายทนายความ-ทักษิณ อาจยื่นคำร้องให้มีการทบทวนการติดกำไล EM โดยยกประเด็นข้างต้นให้มีการทบทวน
ส่วนในทางการเมือง หลายฝ่ายเชื่อตรงกันว่า ด้วยนิสัย-ดีเอ็นเอของทักษิณ แม้ต่อให้ออกมาแล้ว ยังไงก็ไม่วางมือการเมือง จะต้องเข้าไปชักใย ควบคุมสั่งการทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทย-รัฐมนตรีของเพื่อไทย เพราะลือกันว่า ตอนทักษิณอยู่ในคุก เวลาที่เพื่อไทยต้องตัดสินใจอะไรสำคัญๆ ทางการเมือง คนในครอบครัวก็จะนำข่าวสาร-ข้อมูลไปพูดคุยกับทักษิณ เพื่อให้เห็นชอบสั่งการและส่งสัญญาณออกมา เพื่อส่งต่อไปยังแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ส่วนใหญ่คนที่จะนำข่าวสารไปบอกกับทักษิณ ก็คงไม่พ้น แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ-อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ปัจจุบันเป็น คณะที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ที่มีด้วยกัน 7 คน ที่ล้วนแล้วแต่เป็นแกนนำพรรคเพื่อไทยระดับคีย์แมน จนถูกเรียกว่า โปลิตบูโรเพื่อไทย และเมื่อวันนี้ทักษิณออกมาจากเรือนจำ ที่เข้าถึงข้อมูลข่าวสารเหมือนคนทั่วไป สามารถพบเจอพูดคุยกับแกนนำเพื่อไทย-รัฐมนตรี-สส.ของเพื่อไทยได้เต็มที่ ก็ยิ่งทำให้การสั่งการ-คอนโทรลการเมืองทำได้เต็มที่มากขึ้น
เรื่องนี้มีคำเตือนจาก ถาวร เสนเนียม อดีต รมช.มหาดไทย-รมช.คมนาคม และอดีตแกนนำ กปปส. ที่เตือนทักษิณไว้ว่า ทักษิณได้รับบทเรียนแล้วว่าการทำตัวเป็น จิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทยได้รับผลอย่างไร หลังออกมาแล้ว รอบนี้ก็ขอให้ถอดบทเรียนครั้งนั้น อย่าไปแทรกแซงรัฐมนตรี อย่าไปแทรกแซงพรรค (เพื่อไทย) ถ้าจะมาทำการเมืองก็อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งทำได้ สิทธิเสรีภาพทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน แต่อยู่ในกรอบอะไร ก็อยู่ในกรอบนั้น อย่าล่วงล้ำ
ส่วนว่าหลังจากออกมาจากเรือนจำ วันที่ 11 พ.ค. ทักษิณจะนิ่งได้นานแค่ไหน “ถาวร” มองว่า คน 90 กว่าเปอร์เซ็นต์บอกว่า สงสัยจะไม่นิ่ง ซึ่งผมคิดว่าช่วง 2 เดือนแรกหรือ 4 เดือนแรกหลังออกมาคงยังน่าจะโอเคอยู่ ในช่วงพักโทษ (การคุมประพฤติ) แต่หลังจากนั้นอาจไม่แน่ ตามหลักจิตวิทยา คนที่คิดว่าตัวเองเก่ง เหนือกว่าทุกคน มักจะนิ่งเฉยไม่ได้ เพราะคิดว่าตัวเองมีความรู้เยอะ ประสบการณ์มาก ยังมีแฟนคลับเหลือ ก็ขอส่งสัญญาณไปถึงด้วยความหวังดีจริงๆ เพราะไม่ได้มีอะไรกับนายทักษิณเป็นการส่วนตัว เพียงแต่ว่าหากอยู่ในกรอบ ให้เกียรตินักการเมืองในพรรคท่าน (เพื่อไทย) เวลาจะให้คำแนะนำอะไร ก็ไม่ควรออกมาปรากฏบนจอ ก็คิดว่าพรรคเพื่อไทยก็น่าจะไปได้
ก่อนที่ทักษิณจะออกจากเรือนจำประมาณ 8 โมงเช้า จันทร์ที่ 11 พ.ค. พบว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา “กลุ่มคนเสื้อแดง” หลายกลุ่มจัดกิจกรรมให้กำลังใจและร่วมต้อนรับทักษิณคืนสู่อิสรภาพ กันหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงช่วงค่ำ โดยมีการนอนค้างคืนกันที่หน้าเรือนจำ เพื่อรอต้อนรับให้กำลังใจทักษิณตั้งแต่ 7 โมงเช้า
ตามข่าวก็คือ คนในครอบครัว ชินวัตร-ดามาพงศ์-วงศ์สวัสดิ์ ส่วนใหญ่จะเดินทางมาที่หน้าเรือนจำกันเกือบหมด รวมถึง สส.เพื่อไทย-อดีต สส.เพื่อไทยอีกหลายสิบคนมีการนัดหมายมาให้กำลังใจ-ร่วมยินดีกับอิสรภาพของทักษิณ
ส่วนว่าหลังทักษิณออกมาแล้ว ยังมี คดีความ-เรื่องร้องเรียน ให้ต้องสู้คดี-กังวลใจอะไรอีกหรือไม่ พบว่าทักษิณยังคงมีชนักติดหลังอยู่
เช่น การตกเป็นจำเลยในคดี 112 ในชั้นศาลอุทธรณ์ ด้วยแม้ก่อนหน้านี้ศาลอาญาจะเคยยกฟ้องคดี 112 กรณีทักษิณให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ช่วงอยู่ต่างประเทศ จนมีคนไปแจ้งความเอาผิดว่าเนื้อหาคำให้สัมภาษณ์พาดพิงสถาบัน อย่างไรก็ตาม ศาลอาญาตัดสินยกฟ้องเมื่อ 22 สิงหาคม 2568 อีกทั้งคณะกรรมการพิจารณาการอุทธรณ์คดี 112 ของสำนักงานอัยการสูงสุด มีมติ 8 ต่อ 2 เห็นว่ารูปคดีไปต่อไม่ได้ จึงเห็นควรไม่อุทธรณ์ แต่สุดท้าย อิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุดคนปัจจุบันที่จะพ้นจากตำแหน่งกันยายนปีนี้ หักดิบ ไม่เอาความเห็นของคณะกรรมการ โดยเซ็นยื่นอุทธรณ์คดี
ทำให้ทักษิณตกเป็นจำเลยคดี 112 ในชั้นศาลอุทธรณ์ ที่ทำให้แม้หลัง 9 กันยายน 2569 ทักษิณจะได้รับอิสรภาพ แต่หากถึงตอนนั้นศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำตัดสินคดี 112 ออกมา ทักษิณก็ยังเป็นจำเลยต่อศาล ทำให้หากจะเดินทางออกนอกประเทศต้องไปยื่นขออนุญาตกับศาลอุทธรณ์ต่อไป
ซึ่งแม้คดีนี้ทักษิณอาจไม่กังวลใจ เพราะศาลอาญาเคยยกฟ้อง กระนั้นต้องดูว่าองค์คณะของศาลอุทธรณ์จะมีคำตัดสินที่แตกต่างหรือจะยืนตามศาลชั้นต้นหรือไม่
ส่วนเรื่องชั้น 14 รพ.ตำรวจป่วยทิพย์ แม้ทักษิณจะเข้าคุกไปแล้ว จากผลคำสั่งศาลฎีกาฯ แต่เรื่องยังไม่จบ เพราะยังมีคดีค้างที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนเอาผิด เจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งกรมราชทัณฑ์-เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร-รพ.ตำรวจ รวม 12 คน และต่อมาหลังศาลฎีกาฯ มีคำสั่งให้ทักษิณกลับเข้าเรือนจำ พบว่ามีคนไปยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนเพิ่มเติม โดยขอให้นำคำตัดสินของศาลฎีกาฯ ที่ชี้ว่า มีการช่วยเหลือทักษิณให้นอน รพ.ตำรวจ 6 เดือน ทั้งที่ไม่ใช่ผู้ป่วยรุนแรง จึงขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนเพื่อโยงให้ได้ว่ามีการร้องขอหรือสั่งการจากฝ่ายการเมือง เพื่อให้มีการออกใบรับรองแพทย์ หรือเอกสารทางการแพทย์ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือไม่
คดีชั้น 14 หาก ป.ป.ช.มีการไต่สวนแล้วใช้วิธีกันเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งถูกไต่สวนไว้เป็นพยาน หากมีการซักทอดถึงตัวทักษิณ ก็อาจทำให้ทักษิณเสี่ยงจะถูก ป.ป.ช.ไต่สวนในคดีชั้น 14 ตามมาได้ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับคำสั่งศาลฎีกาฯ
นอกจากนี้ปีที่ผ่านมาช่วงพฤศจิกายน 2568 ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาให้ทักษิณชำระภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปให้กลุ่มเทมาเส็ก รวมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม 17,600 ล้านบาท จากกรณีทำนิติกรรมอำพราง เพราะหุ้นชินคอร์ปทั้งหมดที่ขายไปในราคา 73,000 ล้านบาท เป็นของทักษิณ ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว
กระนั้นพบว่า กระบวนการบังคับคดี-การสืบทรัพย์และเรียกเก็บภาษีดังกล่าว ไม่มีข่าวความคืบหน้าออกมา ต้องดูว่า หลังทักษิณออกมาแล้ว จะมีความคืบหน้าเรื่องนี้อย่างไรหรือไม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม
กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท
นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่
การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”
'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน
ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่
'อนุทิน'ขันนอต'รมต.สีน้ำเงิน' หนีมรสุมการเมือง-ไร้ผลงาน
ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนเศษของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยังอาจเร็วเกินไปที่จะตัดสินอนาคตว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับประเด็นทางการเมืองหลายเรื่องที่ต้องชี้แจงและบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง
ล้างกระดาน"ภูเก็ต"ใหม่ รีเซตเชื่อมั่น"ปราบอิทธิพล"
กลายเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อลหม่านในช่วงที่ผ่านมา สำหรับ ‘ภูเก็ต’ ไข่มุกแห่งอันดามัน ที่นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเต็มไปด้วย ‘ผลประโยชน์มหาศาล’

