
‘ปลัดคลัง’ กระตุ้น 4.95 แสนร้านค้า เร่งยืนยันสิทธิเข้าร่วม ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ เชื่อช่วยให้ขายสินค้าได้มากขึ้นหลังกดปุ่มเดินเครื่องโครงการ 1 มิ.ย. นี้ พร้อมกางยอดประชาชนแห่ลงทะเบียนท่วม 24.7 ล้านสิทธิ ยังมีสิทธิคงเหลืออีก 5.3 ล้านสิทธิ มั่นใจ 30 ล้านสิทธิเพียงพอรองรับประชาชนทุกคน
26 พ.ค. 2569 – นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเชิญชวนให้ร้านค้าเร่งกดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เพื่อที่จะเริ่มขายสินค้าให้กับผู้ได้สิทธิได้ทัน เนื่องจากโครงการจะเริ่มให้ใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่วันที่ 1 มิ.ย. 2569 โดยร้านค้าต้องยืนยันสิทธิใหม่ทุกราย
ทั้งนี้ ข้อมูลปัจจุบัน มีร้านค้าขนาดเล็กที่ลงทะเบียน 9.9 แสนร้านค้า เป็นร้านค้าจากโครงการคนละครึ่ง พลัส เดิม 9.77 แสน ร้านค้าลงทะเบียนใหม่ 1.27 หมื่นร้านค้า โดยร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบผ่านคุณสมบัติแล้ว 9.83 แสนร้านค้า มีร้านค้าเข้ามากดยืนยันสิทธิเข้าโครงการสำเร็จแล้ว 4.9 แสนร้านค้า ยังเหลือร้านค้าอีก 4.95 แสนร้านค้า ที่ยังไม่เข้ามากดยืนยันสิทธิ ซึ่งกระทรวงการคลังเชิญชวนให้เร่งมากดรับสิทธิเข้าโครงการ เพื่อที่จะได้ขายสินค้าเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
“โครงการไทยช่วยไทย พลัส เป็นโครงการเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนให้กับประชาชน และผู้ประกอบการรายเล็กที่ได้รับกระทบจากวิกฤตน้ำมัน จึงดำเนินการควบคู่ไปทั้งการให้สิทธิไทยช่วยไทย 60/40 กับประชาชน 30 ล้านสิทธิ ซึ่งขณะนี้มีผู้มาลงทะเบียนรับสิทธิแล้ว 24.7 ล้านสิทธิ ยังเหลือสิทธิ 5.3 ล้านสิทธิ ซึ่งกระทรวงการคลังเชื่อมั่นเพียงพอสำหรับประชาชนทุกคน” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว
ขณะที่ในส่วนของร้านค้านั้น กระทรวงการคลังให้ความสำคัญกับร้านค้าขนาดเล็กเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ขายเครื่องดื่มและอาหารกว่า 5.5 แสนร้านค้า ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ไม่ได้กระจุกตัวแต่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการนำ AI มาใช้ยกระดับร้านค้าที่เข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งบนระบบเป๋าตัง จะมีระบบ AI ที่เรียกว่า ‘นกกระซิบ’ ช่วยบริหารต้นทุน ขยายยอดขายได้มากขึ้น กระทรวงการคลังจึงเชิญชวนให้ร้านค้าที่ยังไม่ได้ยืนยันสิทธิ เร่งเข้ามาดำเนินการเพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการสร้างได้ให้กับตัวเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ภราดร' เผยรอ 'คลัง' เคาะโครงการใช้งบอีก 2.4 หมื่นล้าน เหลือจาก 'เงินกู้ก้อนแรก' 2 แสนล้าน รองรับไทยช่วยไทยพลัส
นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการส่งคำชี้แจงและเอกสารเพิ่มเติม เรื่องการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

