
‘ภัทรพงศ์’ ถกหน่วยงานหลังลูกเรือการบินไทยถูกควบคุมตัวในออสเตรเลียจากคดียาเสพติด สั่ง กพท. บูรณาการร่วมกับการบินไทย ทอท.ป.ป.ส. กรมศุลกากร และหน่วยงานความมั่นคง เร่งยกระดับมาตรการตรวจค้นทั้งระยะสั้นและระยะยาว ดันใช้ระบบ PNR และเทคโนโลยี Biometrics ปิดทุกช่องโหว่ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการบินไทยสู่ระดับสากล
2 ก.ค. 2569 – นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย ภายหลังจากที่ได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ติดตามกรณีลูกเรือสายการบินของไทย ซึ่งตนได้ขอให้ พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท) เร่งหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและยกระดับมาตรการป้องกันการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านเที่ยวบินระหว่างประเทศ หลังเกิดกรณีพนักงานของสายการบินไทยถูกควบคุมตัวในประเทศออสเตรเลียจากความเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนส่งยาเสพติด
ทั้งนี้ กพท. ได้เชิญบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) หรือ ทอท.กรมศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และหน่วยงานด้านความมั่นคง เข้าร่วมประชุมบูรณาการ เพื่อกำหนดมาตรการทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาวในการอุดช่องโหว่ พร้อมยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยด้านการบินของประเทศ
สำหรับผลการประชุมได้ข้อสรุปให้เร่งดำเนินมาตรการในระยะสั้น โดยการบินไทยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นลูกเรือและสัมภาระก่อนปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกำหนดบทลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดสำหรับผู้ฝ่าฝืนหรือรับฝากสิ่งของโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ กพท. จะกำชับให้สายการบินทุกแห่งใช้มาตรฐานเดียวกัน และติดตามการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด
ด้าน AOT ยืนยันว่าลูกเรือทุกคนได้รับการตรวจค้นตามมาตรฐานเดียวกับผู้โดยสาร และพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของสายการบินและหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างเต็มที่ ขณะที่ ป.ป.ส. และกรมศุลกากร จะร่วมพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ตรวจค้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสังเกตพฤติกรรมและตรวจจับความเสี่ยง
สำหรับมาตรการระยะยาว ที่ประชุมเห็นชอบให้ผลักดันการใช้ข้อมูล Passenger Name Record (PNR) เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงและคัดกรองบุคคลต้องสงสัยอย่างเป็นระบบ รวมถึงศึกษาการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างกรมศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนพัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานด้านการตรวจค้นเพิ่มเติม โดย AOT มีแผนนำระบบ Biometrics มาใช้ในกระบวนการเช็กอินสัมภาระ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยืนยันตัวบุคคลและการติดตามตรวจสอบ
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ที่ประชุมยืนยันว่าปัจจุบันประเทศไทยมีมาตรการตรวจค้นลูกเรือตามมาตรฐานเดียวกับผู้โดยสาร และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กพท. อย่างเข้มงวด โดยที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจยึดและสกัดกั้นการลักลอบนำยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างต่อเนื่อง แม้หลายกรณีจะไม่ได้เผยแพร่เป็นข่าวต่อสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานร่วมกันยกเครื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยการบิน ปิดทุกช่องโหว่ที่อาจถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบขนยาเสพติด พร้อมบูรณาการข้อมูลข่าวกรองและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนานาประเทศว่า ระบบการบินของไทยมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความมั่นคงในระดับสากล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คมนาคม-กทม. ผนึก Bolt เดินหน้าช่วยน้ำท่วมต่อเนื่อง ส่งเรือเพิ่ม 20 ลำ พร้อมอาหาร-น้ำดื่ม 1,000 ชุด ช่วยประชาชนในพื้นที่เข้าถึงยาก
ในการสนับสนุนเพิ่มเติมครั้งนี้ Bolt มอบเรือไฟเบอร์กลาสพร้อมไม้พาย จำนวน 20 ชุด รวมถึงอาหารและน้ำดื่มจำนวน 1,000 ชุด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 300,000 บาท เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยประสานการดำเนินงานร่วมกับกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระจายความช่วยเหลือตามระดับความเร่งด่วน
’พิพัฒน์’ลุยเคลียร์วิกฤตสุวรรณภูมิมั่นใจ2 ต.ค.นี้จบ
‘คมนาคม’สั่ง ’การบินไทย’เปิดให้บริการคาร์โก้สุวรรณภูมิตามปกติ ประสาน ทอท.จัดเตรียมพื้นที่รองรับสินค้าที่ล้นคลัง พร้อมขอกำลังเสริมจากกองทัพเข้าช่วยเหลือแรงงานและเครื่องจักรขนส่งสินค้า มั่นใจแก้ปัญหาจบภายในวันที่ 2 ต.ค.นี้ ขณะที่ ‘ดีดีการบินไทย‘ยันไม่เกิน 7 วันนับจากนี้ จะกลับมาทำการบิน 115 ไฟล์ตต่อวันตามปกติ

