‘กระดูกและข้อ’ ไม่ใช่โรคคนแก่อีกต่อไป แพทย์เตือนคนรุ่นใหม่ป่วยเพิ่ม 20-30% เสี่ยง ‘ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย’ จากกระแสกีฬา

ในวันที่คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จนเกิดเป็นกระแส ‘รักสุขภาพฟีเวอร์’ ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากหันมาออกกำลังกายและเล่นกีฬาตามกระแส ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งมาราธอน การแข่งขัน HYROX การปั่นจักรยาน ตีกอล์ฟ หรือเวทเทรนนิง หลายคนเชื่อว่ายิ่งออกกำลังกายมากจะทำให้สุขภาพดีขึ้น แต่ความจริงแล้ว การออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสมกับ สภาพร่างกายและการฝืนขีดจำกัดของตนเอง อาจกำลังนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่คาดไม่ถึง ปัจจุบันโรคกระดูกและข้อไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่กำลังพบมากขึ้นในกลุ่มเด็ก วัยรุ่น และวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกายหนักหรือเล่นกีฬาตามกระแส จนทำให้จำนวนผู้ป่วยในกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นราว 20-30% เมื่อเทียบกับในอดีต และกำลังกลายเป็น “ภัยเงียบ” ที่คุกคามสุขภาพของคนทุกช่วงวัย

31 ก.ค. 2569 – นพ.ณัฐวุฒิ ไพสินสมบูรณ์ หัวหน้าศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่า ปัญหาด้านกระดูกและข้อ” ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่กำลังพบในคนอายุน้อยลงอย่างชัดเจน โดยพบผู้ป่วยตั้งแต่อายุ 10 ปีขึ้นไป และในบางกรณีพบการบาดเจ็บในเด็กอายุเพียง 5 ปี ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานช่วงอายุ 20 ปีต้น ๆ กลายเป็นกลุ่มที่เข้ารับการรักษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญมาจากการออกกำลังกายหักโหม การบาดเจ็บสะสม และการละเลยสัญญาณเตือนของร่างกาย

หนึ่งในปัญหาที่แพทย์พบมากขึ้นและน่าเป็นห่วง คือ “ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย” ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่พบได้ในคนอายุเพียง 20-30 ปี โดยเฉพาะผู้ที่เล่นกีฬาที่มีแรงกระแทกสูงอย่างต่อเนื่อง หลายคนยังเข้าใจผิดว่าหากยังอายุน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องข้อเสื่อม ทั้งที่ความเป็นจริง การใช้งานร่างกายอย่างหนักตั้งแต่อายุยังน้อย สามารถเร่งให้เกิดความเสื่อมของข้อต่อได้เร็วกว่าปกติ

นอกจากนี้ พฤติกรรมในชีวิตประจำวันยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เร่งให้เกิดปัญหากระดูกและข้อ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การใช้โทรศัพท์มือถืออย่างต่อเนื่อง การนั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ รวมถึงการปล่อยให้น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ล้วนส่งผลต่อข้อเข่า กระดูกคอ และกระดูกสันหลังในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานที่มักมองข้ามอาการปวดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ

“เราเห็นคนจำนวนมากตั้งเป้าหมายจากสิ่งที่เห็นบนโซเชียลมีเดีย อยากพิชิตมาราธอน  อยากแข่งขัน HYROX หรืออยากสร้างรูปร่างให้เร็วที่สุด แต่ลืมไปว่าร่างกายของ แต่ละคนไม่เหมือนกัน การเร่งพัฒนาสมรรถภาพร่างกายโดยไม่มีการเตรียมความพร้อม อาจนำไปสู่การบาดเจ็บจากการใช้งานซ้ำ (Overuse Injury) ภาวะกระดูกล้า (Stress Fracture) รวมถึงภาวะข้อเข่า ข้อสะโพก และข้อเท้าเสื่อมก่อนวัย” นพ.ณัฐวุฒิ กล่าว

ในปัจจุบันแนวคิด “No Pain, No Gain” อาจไม่สามารถใช้ได้กับทุกคน เพราะร่างกายมักส่งสัญญาณเตือนก่อนเกิดความเสียหายที่รุนแรง หากมีอาการปวดซ้ำในตำแหน่งเดิมทุกครั้งที่ออกกำลังกาย มีเสียงดังภายในข้อ ไม่สามารถงอข้อได้สุด หรือมีอาการปวดต่อเนื่องเกิน 5 วัน มีอาการบวม หรือไม่สามารถลงน้ำหนักได้ ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรละเลย และควรรีบเข้าพบแพทย์โดยเร็ว

สำหรับแนวทางป้องกัน คือทุกคนเปลี่ยนแนวคิดจาก “เล่นกีฬาตามกระแส” มาเป็น “เล่นกีฬาตามสภาพร่างกาย” (Individual Condition) โดยควรศึกษาข้อมูลของกีฬาที่สนใจ วางแผนการฝึกซ้อมให้เหมาะสมกับศักยภาพของตนเอง ให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) รวมถึงการฝึกการทรงตัว (Balance Training) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บ และช่วยให้สามารถออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัย

ส่วนผู้ที่ได้รับการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรือโรคกระดูกและข้ออื่น ในปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ด้านกระดูกและข้อมีความก้าวหน้าและทันสมัยมาก ตั้งแต่การตรวจประเมินสมรรถภาพร่างกาย การรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) และการฉีดสารบำรุงข้อ ไปจนถึงการผ่าตัดผ่านกล้องและการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษาและผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม “การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดี” แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการเล่นให้เหมาะกับสภาพร่างกายของตนเอง อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น และอย่าฝืนร่างกายเพียงเพื่อให้ทันกระแส เพราะความเสียหายบางอย่างอาจไม่สามารถย้อนกลับได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการฟังเสียงของร่างกาย และเข้ารับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อป้องกันความพิการและรักษาคุณภาพชีวิตในระยะยาว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผลวิจัยชี้ชัด 'รำมวยจีน' ดีต่อสุขภาพ ยังช่วย 'พาร์กินสัน' ได้

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์เชี่ยวชาญทางอายุรกรรมและสมอง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "การรำมวยเพื่อสุขภาพ ยังช่วยพาร์กินสันได้" โดยระบุว่า

อินเตอร์ เอ็กซ์เพรสฯ ขยายโลจิสติกส์การแพทย์ รับดีมานด์สุขภาพโต

อินเตอร์ เอ็กซ์เพรสฯ ขยายโลจิสติกส์การแพทย์ รับดีมานด์สุขภาพโต พร้อมยกระดับระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ เพื่อรองรับความต้องการของโรงพยาบาล คลินิก และผู้ประกอบการด้านเวลเนสทั่วประเทศ