‘เอ็กซิมแบงก์’กางผลงาน9เดือนอัดฉีดสินเชื่อทะลุ4หมื่นล้านบาท

‘เอ็กซิมแบงก์’ กางผลงาน 9 เดือน ปี 69 ลุยอนุมัติสินเชื่อใหม่อุ้มผู้ประกอบการ-เอสเอ็มอี 4 หมื่นล้านบาท พร้อมเปิดกลยุทธ์ 3 มิติ ขับเคลื่อนการทำงานช่วงที่เหลือ ชูเพิ่มผู้ส่งออกรายใหม่-เสริมแกร่งธุรกิจไทยรับมือความผันผวนโลก-สนับสนุนเงินลงทุนที่เป็นมิตต่อสิ่งแวดล้อม

26 ต.ค. 2569- นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือน ของปี 2569 (ม.ค.-ก.ย.) ว่า ธนาคารได้สนับสนุนทางการเงินและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ โดยมีวงเงินอนุมัติสินเชื่อใหม่ 40,734 ล้านบาท ยอดคงค้างสินเชื่อรวมภาระผูกพัน 179,572 ล้านบาท สะท้อนบทบาทในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและรักษาสภาพคล่องทางธุรกิจ

ขณะเดียวกัน เอ็กซิมแบงก์ได้เดินหน้าสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการให้สินเชื่อและภาระผูกพันเพื่อการลงทุนและการปรับตัวสู่ความยั่งยืน (ESG Financing) 87,330 ล้านบาท คิดเป็น 48.63% ของยอดคงค้างรวม เพื่อส่งเสริมการลงทุนที่มีคุณภาพ

ในด้านการบริหารความเสี่ยงและการสร้างโอกาสทางการค้า เอ็กซิมแบงก์สนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการกระจายตลาด การลงทุนและห่วงโซ่อุปทานไปยังประเทศที่มีศักยภาพ มียอดคงค้างสินเชื่อรวมภาระผูกพันเพื่อการลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV และ New Frontiers 28,157 ล้านบาท และวงเงินอนุมัติใหม่ 7,684 ล้านบาท สะท้อนบทบาทในการสนับสนุนการขยายธุรกิจและสร้างโอกาสเติบโตในตลาดใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินเพื่อบริหารความเสี่ยงจากการค้าระหว่างประเทศ ทั้งความเสี่ยงด้านการชำระเงิน ความผันผวนของตลาด และความเสี่ยงจากประเทศคู่ค้า โดยมีปริมาณธุรกิจสะสมบริการประกันจำนวน 140,985 ล้านบาท ช่วยเสริมความมั่นใจให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจและขยายตลาดต่างประเทศได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น

ด้านคุณภาพสินทรัพย์และความมั่นคงทางการเงิน ธนาคารมีอัตราสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) อยู่ที่ 4.29% และอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 237.87% สะท้อนฐานะทางการเงินที่มั่นคง ขณะเดียวกัน ได้เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ การบริหารภาระหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพของธุรกิจ และการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินและช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถฟื้นตัวและพร้อมเติบโตได้ในระยะต่อไป

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี 2569 และระยะต่อไปนั้น นายชลัช กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก เอ็กซิมแบงก์มุ่งยกระดับบทบาทจากการเป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน สู่การเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่ร่วมสร้างโอกาสและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย โดยมุ่งสร้างความแตกต่างใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ มิติแรก การสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ให้เศรษฐกิจไทย โดยมุ่งเพิ่มจำนวนผู้ส่งออกรายใหม่ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี และธุรกิจที่มีศักยภาพในการขยายสู่ตลาดโลก พร้อมสนับสนุนการต่อยอดโมเดลธุรกิจไทยสู่ตลาดโลกผ่านช่องทางที่หลากหลาย รวมถึงธุรกิจ Franchise เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและสร้างรายได้จากต่างประเทศให้แก่ผู้ประกอบการไทย

มิติที่สอง การเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจไทยรับมือกับความท้าทายจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ภัยพิบัติ และความเสี่ยงทางการค้า ผ่านมาตรการทางการเงินที่สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของธุรกิจ ควบคู่กับการสนับสนุนการฟื้นฟูกิจการและเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยง เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง และมิติที่สาม การเปลี่ยนความท้าทายด้าน ESG ให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ โดยการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการสนับสนุนเงินทุนสำหรับการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ตลอดจนการลงทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์ความต้องการของตลาด.

 

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง