
โออิชิ กรีนที เดินหน้ากลยุทธ์ Product Innovation เปิดตัว ‘ลิ้นจี่ ทวิสท์’ ชาเขียว 5 รสชาติใหม่ เจาะกลุ่ม Gen Z ด้วยกลยุทธ์ Exclusive SKU แยกรสชาติตามช่องทางจำหน่าย ควบคู่การตลาด 360 องศา ทั้ง TikTok คอนเทนต์จาก AI สื่อโฆษณานอกบ้าน และกิจกรรมร่วมกับอีเวนต์บันเทิง พร้อมเดินหน้ากิจกรรมทดลองดื่มกว่า 100 จุด ตั้งเป้าสร้างโอกาสทดลองดื่ม 1 ล้านราย และต่อยอดสู่การซื้อซ้ำผ่านระบบสะสมคะแนนและแลกของพรีเมียม
4 พ.ย. 2569 – สุภรณ์ เด่นไพศาล ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ประเทศไทย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โออิชิ กรีนทีให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยนำอินไซต์ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ซึ่งมองหาเครื่องดื่มที่มีรสชาติหลากหลายและประสบการณ์ใหม่ ๆ มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ พร้อมนำลิ้นจี่มาเป็นรสชาติหลักและผสานกับผลไม้อีก 4 ชนิด เกิดเป็น 5 สูตรที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ควบคู่กับการใช้กลยุทธ์ Exclusive SKU เพื่อสร้างความแตกต่างในแต่ละช่องทางจำหน่าย
สำหรับ “โออิชิ กรีนที ลิ้นจี่ ทวิสท์” ประกอบด้วย 5 รสชาติ ได้แก่ ลิ้นจี่ คิส รสลิ้นจี่แบบดั้งเดิม วางจำหน่ายทั่วประเทศในขนาด 370 มล. และ 400 มล. ส่วนลิ้นจี่ ทวิสท์ ออเรนจิ เซสท์ รสลิ้นจี่ผสานส้ม วางจำหน่ายที่ 7-Eleven และ Lotus’s ขนาด 400 มล. รวมถึง Makro ขนาด 370 มล. ขณะที่ลิ้นจี่ ทวิสท์ สตรอว์เบอร์รี่ บลัช วางจำหน่ายเฉพาะ Big C ขนาด 400 มล. ลิ้นจี่ ทวิสท์ แบล็คเคอร์แรนท์ บลาส วางจำหน่ายเฉพาะ Lotus’s ขนาด 400 มล. และลิ้นจี่ ทวิสท์ เมลอนมาเนีย วางจำหน่ายเฉพาะ 7-Eleven ขนาด 400 มล.
กลยุทธ์ Exclusive SKU เป็นหนึ่งในแนวทางสร้างความแตกต่างของสินค้าในตลาดเครื่องดื่ม โดยกำหนดรสชาติเฉพาะสำหรับแต่ละช่องทาง เพื่อเพิ่มทางเลือกและกระตุ้นให้ผู้บริโภคสนใจทดลองรสชาติใหม่ ๆ พร้อมเปิดโอกาสให้พันธมิตรค้าปลีกจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เหมาะกับฐานลูกค้าของตนเอง
ด้านการตลาด โออิชิ กรีนทีใช้กลยุทธ์ Omnichannel Marketing เชื่อมโยงช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยนำกระแส AI มาพัฒนาคอนเทนต์ Fruit AI Content ในรูปแบบ TikTok Comedy เรื่องสั้น “ทวิสต์นี้ ลิ้นจี่ลิขิตเอง A Fruit Story by Oishi Green Tea” พร้อมสร้างคาแรกเตอร์เจ้าชายผลไม้ 4 ตัว ได้แก่ ส้ม เมลอน สตรอว์เบอร์รี่ และแบล็คเคอร์แรนท์ ผ่านนักแสดง Gen Z จาก GMMTV ได้แก่ แอลม่อน-ภูมิสุวรรณ โปรเกรส-ภาสวิชญ์ เคน-กันต์ธีร์ และพอล-ธนัน เพื่อเชื่อมโยงรสชาติทั้ง 4 สูตรเข้ากับตัวละครที่มีบุคลิกแตกต่างกัน โดยมีกำหนดเผยแพร่ผ่าน TikTok: Oishi Drink Station ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
นอกจากนี้ ยังใช้สื่อ Out of Home (OOH) ในพื้นที่ที่เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่น เช่น สยาม โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ โรงเรียน มหาวิทยาลัยชั้นนำ และป้ายโฆษณาในพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมสนับสนุนกิจกรรม 3 อีเวนต์ ได้แก่ LYKN REFLEXION CONCERT, GMMTV STARLYMPICS 2026 และ Sustainability Expo 2026 (SX2026) เพื่อสร้างการรับรู้และเชื่อมโยงแบรนด์กับกลุ่มแฟนคลับและผู้บริโภครุ่นใหม่
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือ Trial-to-Loyalty Marketing โดยจัดกิจกรรม Product Sampling มากกว่า 100 จุด ครอบคลุมมหาวิทยาลัย ตลาด ออฟฟิศ คอนเสิร์ต และงานกิจกรรมต่าง ๆ ตั้งเป้าสร้างโอกาสทดลองดื่มกว่า 1,000,000 ราย เพื่อขยายฐานผู้บริโภคและเพิ่มโอกาสเปลี่ยนจากผู้ทดลองดื่มเป็นผู้ซื้อจริง
พร้อมกระตุ้นการซื้อซ้ำผ่านโปรโมชันสะสมคะแนน โดยผู้ซื้อโออิชิ กรีนที ลิ้นจี่ ซีรีส์ รับคะแนนสะสม 2 เท่า และสแกน QR Code ใต้ฝาเพื่อสะสมคะแนนแลกของพรีเมียม เช่น แก้วคอลเลกชัน Oishi Lychee Neko เสื้อยืด ทัพเพอร์แวร์ และหมอนซุกมือ ผ่านแอปพลิเคชัน OISHI CLUB ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ถึง 15 มกราคม 2570
อย่างไรก็ดี การเปิดตัว “โออิชิ กรีนที ลิ้นจี่ ทวิสท์” ไม่ใช่เพียงการเพิ่มรสชาติใหม่ แต่เป็นการผสานนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์ช่องทางจำหน่าย และการตลาดเชิงประสบการณ์เข้าด้วยกัน ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ กระตุ้นความสนใจ และทดลองดื่ม ไปจนถึงการซื้อซ้ำ เพื่อสร้างความแตกต่างให้แบรนด์และสนับสนุนการเติบโตของตลาดชาเขียวพร้อมดื่มในระยะยาว

