‘คลัง’ ปลื้ม ‘ฟิทช์’ คงเครดิตประเทศจับตาเงินเฟ้อ-หนี้ครัวเรือนทะยาน

แพตริเซีย มงคลวนิช

‘คลัง’ ปลื้ม ฟิทช์ เรตติ้ง คงอันดับความน่าเชื่อถือประเทศไทยที่ BBB+ ชมเปาะภาคการคลังแข็งแกร่ง บริหารจัดการความเสี่ยงหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นได้เป็นอย่างดี คาดเศรษฐกิจปีนี้โตกระฉูด 4.5% อานิสงส์ท่องเที่ยวช่วยหนุน พร้อมจับตาเงินเฟ้อ-หนี้ครัวเรือนพุ่ง และความไม่แน่นอนทางการเมือง หวั่นกระทบเศรษฐกิจระยะปานกลาง

21 มิ.ย. 65 – นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) โดยมองว่าภาคการคลังสาธารณะ (Public Finance) มีความเข้มแข็งเป็นผลจากการบริหารจัดการทางการคลังอย่างรอบคอบ มีกรอบนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่แข็งแกร่ง โดย ฟิทช์ คาดว่า ปี 2565 ประเทศไทยจะขาดดุลงบประมาณลดลง เนื่องจากมีการจัดเก็บรายได้ที่มีประสิทธิภาพ และมีมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่อนคลายขึ้น

ขณะที่สัดส่วนหนี้ภาครัฐบาล (General Government Debt) ต่อจีดีพีของประเทศไทยปี 2565 คาดว่า จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 55.4% ต่อจีดีพี ซึ่งอยู่ในระดับค่ากลางเดียวกับกลุ่มประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับเดียวกัน (Peers) โดยจะสูงขึ้นเป็น 56.6% ต่อจีดีพี ในปี 2569 อย่างไรก็ดี รัฐบาลไทยจะสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีแนวทางการบริหารจัดการทางการคลังอย่างรอบคอบและมีหนี้สาธารณะส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินบาท ประกอบกับมีตลาดทุนในประเทศที่มั่นคง

นอกจากนี้ ฟิทช์ คาดว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยจะขยายตัวที่ 4.5% เนื่องจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศและการกลับมาของนักท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 6.5 ล้านคนในปี 2565 เป็น 22 ล้านคนในปี 2566

ในส่วนภาคการเงินต่างประเทศ (External Finance) ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยมีทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูงที่เพียงพอสำหรับใช้จ่ายถึง 7.8 เดือน ซึ่งอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับค่ากลางของกลุ่มประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับเดียวกับ (BBB Peers) ที่ 5.6 เดือน โดย ฟิทช์ คาดว่า ปี 2565 ดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศไทยจะขาดดุล 1.8% ต่อจีดีพี ซึ่งลดลงจาก 2.1% ต่อจีดีพี ในปี 2564 และจะกลับมาเกินดุลที่ 1.0% ต่อจีดีพี และ 2.8% ต่อจีดีพี ในปี 2566 และปี 2567 ตามลำดับ จากภาคการท่องเที่ยวที่จะฟื้นตัวมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ประเด็นที่ ฟิทช์ ให้ความสนใจและจะติดตามอย่างใกล้ชิด คือ แรงกดดันจากการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ สัดส่วนหนี้ภาคครัวเรือนต่อจีดีพี สัดส่วนประชากรผู้สูงอายุ และความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานของภาครัฐและการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะปานกลาง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คลังเล็งขายพันธบัตร รุ่นออมเพิ่มสุข ส่วนตกค้างอีก 2.3 พันล้านบาท

ตามที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารตัวแทนจำหน่าย ได้เปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นออมเพิ่มสุข

ห้ามพลาด!! คลังเตรียมเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์ 'ออมเพิ่มสุข' จ่ายดอกเบี้ยสูงทุก 3 เดือน

กระทรวงการคลังจะเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นออมเพิ่มสุข วงเงิน 55,000 ล้านบาท ให้แก่ประชาชน พร้อมจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน โดยจำหน่ายให้กับประชาชนผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง เริ่มวันที่ 13 มิถุนายน 2565 และจำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายทั้ง 4 แห่ง ทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 15 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป

สบน. ยัน!ไทยไม่เสี่ยงล้มละลายระดับหนี้สาธารณะยังบริหารได้

สบน. ยัน! ระดับหนี้สาธารณะไม่ได้ทำให้ประเทศไทยเสี่ยงที่จะล้มละลายตามที่ได้มีข่าวเผยแพร่ข้อมูลและความคิดเห็นเกี่ยวกับหนี้สาธารณะในประเด็นการกู้เงินของรัฐบาล อัตราดอกเบี้ย การชำระคืนหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ประเทศ ประเทศไทยเสี่ยงล้มละลาย ผ่านสื่อต่างๆ นั้น

คลังเปิดตัวเลขหนี้สาธารณะล่าสุดเข้าใกล้ 10 ล้านล้าน

“คลัง” แจงสถานะหนี้ประเทศเดือน ธ.ค. 2564 พรวดแตะ 9.64 ล้านล้านบาท คิดเป็น 59.57% ของจีดีพี พร้อมเปิดตัวเลข 3 เดือนแรกปีงบ 2565 กู้ชดเชยขาดดุลงบประมาณและบริหารหนี้สาธารณะ ทะยาน 5.8 ล้านล้านบาท