
'สุพัฒนพงษ์' ประธานหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ สั่งร่างแผนขับเคลื่อนโอทอปปี 2566 -2570 หวังหนุน เศรษฐกิจชุมชน
29 มิ.ย.2565 - นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ กล่าวว่า นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ ได้เตรียมจัดทำร่างแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ปี 2566 - 2570 เนื่องจากฉบับเดิมจะสิ้นสุดในปี 2565 นี้ ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้กำหนดร่างวิสัยทัศน์ กรอบแนวทาง ขั้นตอน และระยะเวลาในการจัดทำแผนปฏิบัติการดังกล่าว เตรียมการประชุมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมจัดทำแผนให้มีความสมบูรณ์
นายธีรภัทรกล่าวว่า สปน.ได้รับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบการโอทอปที่เสนอมาหลายด้าน ทั้ง การยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่น การสร้างตลาดออนไลน์ พัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุน ภาครัฐช่วยส่งเสริม เรื่องราวของสินค้าแต่ละชนิดเพื่อเป็นแรงจูงใจในการ ในการใช้สินค้านั้นๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำร่างแผนปฏิบัติการขับเคลื่อน หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ โดย สปน. ย้ำกับผู้ประกอบการโอทอป ให้ปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ของโลก และสอบถามความต้องการของชุมชนที่อยากที่อยากให้รัฐเข้าไปสนับสนุน เพื่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกัน
นายธีรภัทร กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยรายงานผลการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ในช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีการพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ เช่น การใช้เทคโนโลยี การส่งเสริมช่องทางการตลาดออนไลน์ ของผู้ประกอบการ OTOP จำนวน 5,932 รายหรือชุมชน มีผลิตภัณฑ์ OTOP อยู่ระหว่างการพัฒนา จำนวน 4,359 ผลิตภัณฑ์ และมีการส่งเสริมช่องทางการตลาด โดยนักการตลาดรุ่นใหม่ (OTOP) จำนวน 24,339 ครั้ง ตลาดนัดคนไทยยิ้มได้ จำนวน 16,712 ครั้ง การจัดงาน OTOP ภูมิภาค จำนวน 1 ครั้ง และการจัดงานโอทอปไทยสู้ภัยโควิด-19 จำนวน 1 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กระทรวงมหาดไทยรายงานว่า มีรายได้ของชุมชนจากการจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เป็นมูลค่า 130,855,591,154 บาท ซึ่งมีมูลค่าการจำหน่ายที่ลดลงเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สำหรับการจัดงาน OTOP MIDYEAR 2022 ในช่วงที่ผ่านมา สร้างรายได้ให้ชุมชนร่วม 570 ล้านบาท
นายธีรภัทร กล่าวว่า เมื่อ ศบค.ปรับมาตรการการเดินทางเข้าประเทศ นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางเข้าประเทศเป็นจำนวนมากขึ้น มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวฟื้นตัว จะส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนต่าง ๆ เพิ่มขึ้น สำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการการดำเนินการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ โดยเตรียมผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพที่ดีมีความหลากหลาย และมีอัตลักษณ์ ตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เรื่องการพัฒนาโครงการ BCG ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดีและมีมูลค่าสูงขึ้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจระดับประเทศ ซึ่งจะทำให้ทุกชุมชนมีความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอกนิติ' ปลื้ม ศก.ไทยบวก 2 เด้ง จาก 'S&P - IMD' ลุยใช้ กรอ. ต่อยอด
'เอกนิติ' เตรียมต่อยอดความเชื่อมั่นประเทศไทย หลังเศรษฐกิจรับสัญญาณบวก 2 เด้ง ทั้ง 'S&P - IMD' ถก กรอ. นัดแรก 22 มิ.ย. ชูจุดแข็งแก้จุดอ่อน ลุยรื้อโครงสร้าง 4 ด้าน จ่อเปิดตัว 'Thailand Fast Pass'
'เอกนิติ' ชี้สัญญาณดี 'สหรัฐ-อิหร่าน' หยุดยิง ช่วยเศรษฐกิจฟื้น
'เอกนิติ' ชี้ 'สหรัฐ-อิหร่าน' บรรลุข้อตกลงหยุดยิงสัญญาณดี เชื่อจีดีพีเศรษฐกิจโลก-ไทยฟื้น แต่ไม่ประมาท ยันเปลี่ยนผ่านพลังงานยังจำเป็น ลุยใช้งบ 2 แสนล้าน
'ปกรณ์' ผุดทีมรัฐ-เอกชน รื้อกฎหมายเอื้อทำธุรกิจ เร่ง 2 เดือน ชงครม.
'ปกรณ์' เผยผลหารือ กกร. เห็นพ้องตั้งทีมรัฐ-เอกชน ลุยปรับปรุงกฎหมายลำดับรองให้เอื้อการทำธุรกิจ เน้นพุ่งเป้า 7 กลุ่มรับอุตสาหกรรมใหม่ ตั้งเป้า 2 เดือน ชง ครม.
'ปกรณ์' ไม่กังวล ศาลรธน. เรียกผู้เชี่ยวชาญแจง 'พ.ร.ก.กู้เงิน'
'ปกรณ์' ชี้ศาลรธน. เรียกผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นปม 'พ.ร.ก.กู้เงิน' เรื่องปกติ ย้ำไม่กังวล ต้องเชื่อใจกระทรวงคลัง ประเมินสถานการณ์มีความจำเป็นเร่งด่วน
10 มิ.ย.'ปกรณ์' หารือ 'กกร.' ถกรื้อกฎหมายลำดับรองล้าสมัยนำร่อง 7 อุตสาหกรรม
'ปกรณ์' เตรียมหารือบิ๊กเอกชน กกร. 10 มิ.ย.นี้ ส่งการบ้านแนวทางแก้กฎหมายลำดับรองล้าสมัยเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ นำร่อง 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ก่อนเปิดรับฟังความเห็น เสนอ ครม. มอบหน่วยงานเร่งแก้ไข
รบ.โวคืนสิทธิทำกิน–รักษาผืนป่าสำเร็จกว่า 12.5 ล้านไร่ใน 66 จังหวัด
รัฐบาลเดินหน้า 'คืนสิทธิทำกิน–รักษาผืนป่า' สำเร็จแล้วกว่า 12.5 ล้านไร่ ครอบคลุม 66 จังหวัด ประชาชนกว่า 1.2 ล้านรายได้รับสิทธิถูกกฎหมาย เตรียมต่อยอดแก้ปัญหาพื้นที่ป่าไม้ถาวรที่รอคอยมานานกว่า 65 ปี

