
28 ก.ย.2565 – นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ในปัจจุบันเศรฐกิจและสังคม กำลังพัฒนาเข้าไปสู่โลกยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย เช่น เทคโนโลยี Blockchain หรือ เว็บ 3.0 เป็นต้น แต่ในทางกลับกันทั่วโลกยังขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ในการเป็นเสาหลักให้แก่องค์กรหรือประเทศชาติในการ ป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบต่าง ๆ ซึ่งมิจฉาชีพหรือผู้ไม่ประสงค์ดีได้ฉวยโอกาส จากปัญหาของการขาดแคลนบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์นี้ เข้ามาโจมตีสร้าง ความเสียหาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศทั่วโลก
ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาขีดความสามารถ รวมถึงความรู้และความเข้าใจ ของบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศของ หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐาน สำคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure) และตามมติที่ประชุม คณะกรรมการเตรียมการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2561 ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ ได้มีมติเห็นชอบในหลักการของแนวทางการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์ระยะเร่งด่วน และกรอบวงเงินงบประมาณโครงการโดยให้ของบประมาณจาก กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อดำเนินการ
พลอากาศตรี อมร ชมเชย รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ได้กล่าวถึงผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานจนถึงปัจจุบัน มีเป้าหมายในการฝึกอบรมบุคลากรในโครงการจำนวน 3,200 คน และมีผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าอบรมจำนวน 4,145 คน มากกว่าเป้าหมายของโครงการคิดเป็น 129.53% และมีผู้ที่ได้รับสิทธิ์สอบและสอบผ่านได้รับประกาศนียบัตรสากลในโครงการ จนถึงปัจจุบัน จำนวน 1,141 คน และได้มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการ อาทิ กิจกรรม Capacity Building NCSA และ CERT CII Cyber Training ซึ่งสกมช. มีความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยและบริษัท restrospect labs จัดกิจกรรม Capacity Building NCSA และ CERT CII Cyber Training เพื่อเป็นการสร้างวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยจัดขึ้น 2 ครั้ง มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนกว่า 150 คน และกิจกรรมสร้างเครือข่ายด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมสานความสัมพันธ์เพื่อความร่วมมือซึ่งกันและกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ สร้างวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และประสบการณ์ต่างๆด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในองค์กร
โดยกำหนดจัดขึ้น 2 ระดับคือระดับพื้นฐานและระดับผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งสิ้น 10 ครั้ง โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 1,000 คน นอกจากนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการ เพื่อสร้างความยั่งยืนของการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศต่อไปในอนาคต ทาง สกมช. ได้พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมทั้งระดับพื้นฐาน และเชี่ยวชาญ พร้อมจัดทำคลิปวีดีโอเพื่อใช้เป็น e-learning สำหรับกลุ่มคนที่สนใจ อาทิ นักเรียน หรือนักศึกษา ครู และอาจารย์ ประชาชนทั่วไป และผู้พิการหรือทุพพลภาพ เพื่อเรียนและสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรของ สกมช.
ทั้งนี้ จากการจัดฝึกอบรมได้มีหน่วยงานและองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้เห็นความสำคัญและสนับสนุนส่งบุคลากรเข้าฝึกอบรม และเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ดังนั้น สกมช. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วม จึงได้จัดงานมอบโล่เชิดชูเกียรติคุณเชิดชูเกียรติแก่องค์กรดีเลิศ และองค์กรดีเด่นด้านทางด้านการพัฒนาบุคคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยมีรายชื่อหน่วยงาน ดังนี้
องค์กรดีเลิศด้านด้านทางด้านการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จำนวน 7 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัดการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
องค์กรดีเด่นด้านด้านทางด้านการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จำนวน 23 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กรมสรรพากร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ขนส่ง จำกัด การไฟฟ้านครหลวง โรงพยาบาลศิริราช บริษัท โปรเฟสชั่นนัล คอมพิวเตอร์ จำกัด สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมเจ้าท่า บริษัท พีทีที ดิจิตอล โซลูชั่น จำกัด สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานสถิติแห่งชาติ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กรมศุลกากร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน กรมควบคุมโรค
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รมช.ดีอี ลุยสร้างเครือข่ายต้าน 'เฟกนิวส์' ภาคอีสาน ยกระดับสร้างภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันภัย 'สแกมเมอร์'
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างการรับรู้ให้รู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) จังหวัดอุบลราชธานีจัดการตนเองขององค์กรชุมชนทั่วประเทศเพื่อความยั่งยืนจากฐานราก
อดีตผู้สมัครสส.ปชน. งัด TOR โต้ ปลัดดีอี อ้างยกเลิก TH-AI Passport ไม่ได้
นายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) และคณะทำงานผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้ตั้งคำถามถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสของโครงการ ได้โพสต์ TOR โครงการ TH-AI Passport พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก
'ไอซ์ รักชนก' เปิด TOR โครงการแจก AI ฟรี ถามทำไมต้องเน้นประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อดิจิทัล บริษัทใครชนะประมูล
รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ประธาน กมธ.ติดตามงบฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ทำไมเราต้องยุติ ยกเลิก โครงการ TH-AI passport 1,621ล้าน ?
ไม่เกินคาด! เด็กส้มซัด TH-AI กลโกงดิจิทัลหาเงินให้ระบอบสีน้ำเงิน
'สส.ปชน.' อัดยับ 'TH-AI Passport' ส่อฮั้วครั้งใหญ่ แฉกลโกงดิจิทัลโมเดลใหม่ ขนเงินอุ้ม 'ระบอบสีน้ำเงิน' ฉะ เปิดฟังความเห็นแค่ฟอกขาว หวังชะลอเฟส 2 มูลค่า 900 ล้าน จ่อถล่มในงบปี 2570
ดีอี แจงข่าวจริง 'ETDA ออกกฎใหม่ ยิงโฆษณาในสื่อโซเชียล ต้องสแกนหน้า-ยืนยันตัวตนก่อน' ช่วยตัดช่องทาง 'สแกมเมอร์' หลอกลวง ปชช.
AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 130,496 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,716 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด
ดีอี ลุยสกัดเว็บพนันออนไลน์รับ 'บอลโลก 2026' 8 เดือน ปิดกั้นแล้ว 6.73 แสน URLs
กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันผิดกฎหมาย ตามคำสั่งศาล และประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม ในปีงบประมาณ 2569 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 31 พฤษภาคม 2569 (ระยะเวลา 8 เดือน)

