
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจัดทำแผนผลักดันการส่งออกปี 65 เน้นทำตลาดแบบผสม ผสาน ทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ ไฮบริด และฟื้นการจัดคณะผู้แทนไทยออกขายสินค้า สรุปรวม 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ ดำเนินการผ่าน 159 กิจกรรม ชูผลักดันส่งออกสินค้า BCG รักษาตลาดเดิม เปิดตลาดใหม่ ฟื้นฟูตลาดเก่า ดันขายผ่านแพลตฟอร์ม พัฒนาผู้ประกอบการ และนำดิจิทัลให้บริการ พร้อมมอบทูตพาณิชย์ประเมินตลาด ก่อนนำตัวเลขทำเป้าปี 65 คาดยังเติบโตได้ดี
12 พ.ย. 2564 นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จัดทำยุทธศาสตร์การผลักดันการส่งออกสินค้าไทยในปี 2565 เสร็จแล้ว มีกิจกรรมที่จะดำเนินการทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม 159 กิจกรรม ผ่าน 5 ยุทธศาสตร์หลัก ซึ่งจะเน้นการทำตลาดแบบผสมผสาน ทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ ไฮบริด และจะเร่งฟื้นการจัดคณะผู้บริหารระดับสูงภาครัฐนำภาคเอกชนเดินทางไปพบคู่ค้าในต่างประเทศ เพื่อเปิดตลาด กระชับความสัมพันธ์ และสร้างเครือข่ายธุรกิจ รวมถึงการเพิ่มกิจกรรมใหม่ ๆ ที่ตอบสนองต่อความต้องการเมกะเทรนด์ของโลก การมุ่งสู่ดิจิทัล และเพิ่มความเข้มข้นในการทำงานร่วมกับเอกชนผ่าน กรอ.พาณิชย์ ทั้งการแก้ไขปัญหาอุปสรรคส่งออกและการจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการส่งออก
สำหรับยุทธศาสตร์แรก จะเน้นการผลักดันการส่งออกสินค้า BCG หรือ Bio Circular Green Economy เพราะการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ กำลังเป็นเทรนด์สำคัญของโลก กรมฯ จะให้ความสำคัญกับการผลักดันให้มีการผลิต และสนับสนุนการส่งออกสินค้าและบริการที่อยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว โดยกลุ่มสินค้าที่จะผลักดัน เช่น อาหารแห่งอนาคต ได้แก่ อาหารฟังก์ชันเพื่อสุขภาพ อาหารนวัตกรรมใหม่ อาหารทางการแพทย์ และอาหารออร์แกนิก รวมถึงสินค้าฮาลาล ที่ไม่ใช่แค่อาหาร จะรวมถึงแฟชั่นเครื่องนุ่งห่ม และเครื่องสำอาง และสินค้าไลฟ์สไตล์ สมุนไพรเพื่อสุขภาพและความงาม อาหารและสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง และบริการมูลค่าสูง เช่น ดิจิทัลคอนเทนต์
ยุทธศาสตร์ที่ 2 จะเน้นการรักษาตลาดเดิม เปิดตลาดใหม่ ฟื้นฟูตลาดเก่าที่สูญเสีย และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดด้วยการเจาะตลาดเมืองรอง โดยตลาดเดิม เช่น สหรัฐ จีน สหภาพยุโรป อาเซียน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะเน้นการรักษาส่วนแบ่งตลาด ตลาดใหม่ มีเป้าหมายเจาะในยุโรป 14 ประเทศ (เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี เดนมาร์ก ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร เบลเยียม สาธารณรัฐเช็ก ออสเตรีย ฝรั่งเศส สเปน โปแลนด์ ฮังการี และอิตาลี) เอเชียและตะวันออกกลาง 6 ประเทศ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย อิสราเอล เกาหลีใต้ และมาเลเซีย) และภูมิภาคอเมริกา 2 ประเทศ (แคนาดา และชิลี) ตลาดเก่า จะมุ่งฟื้นฟู เช่น อิรัก ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบาห์เรน และแอฟริกาเหนือ
ยุทธศาสตร์ที่ 3 จะส่งเสริมเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม โดยส่งเสริมผู้ประกอบการไทยใช้ช่องทางแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในการเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลก เช่น thaitrade.com การจัดเจรจาจับคู่ธุรกิจออนไลน์ (OBM) และเพิ่มพันธมิตรแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำของต่างประเทศ เพื่อผลักดันสินค้าไทยขึ้นขายบนแพลต์ฟอร์มและเข้าถึงผู้บริโภคในต่างประเทศได้โดยตรง
ยุทธศาสตร์ที่ 4 จะเดินหน้าพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ เน้นการ upskill reskill และการสร้าง new skill ให้กับผู้ประกอบการทุกระดับความพร้อม ในทุกภูมิภาค โดยพัฒนาเป็นขั้นเป็นตอน จนออกสู่ตลาดต่างประเทศได้
ยุทธศาสตร์ที่ 5 ยกระดับการให้บริการด้านการค้าระหว่างประเทศของกรมฯ โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้งานอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการของไทย
นายภูสิต กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายการส่งออกในปี 2565 กรมฯ กำลังอยู่ระหว่างการขอให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ จำนวน 58 แห่งทั่วโลก ทำการประเมินตลาด และส่งข้อมูลกลับมา และยังได้หารือกับภาคเอกชนในเวที กรอ.พาณิชย์ และรอข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เพื่อมาวิเคราะห์และประเมินแนวโน้มการส่งออก ก่อนเสนอให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เคาะเป้า ซึ่งคาดว่าแนวโน้มจะยังขยายตัวได้ดี แต่คงไม่เห็นตัวเลขขยายตัวแบบ 30-40% เหมือนปี 2564
ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย คือ ค่าเงินบาท ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้จะมีผลดีต่อสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน สงครามการค้าที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นกับหลายประเทศ ปัญหาการขาดแคลนชิป วิกฤตพลังงานในจีน และมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี โดยเฉพาะมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งไทยจะต้องเตรียมรับมือ รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ขณะนี้พบว่าในกลุ่มประเทศยุโรป สหรัฐฯ เริ่มมีแนวโน้มอัตราการติดเชื้อสูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงต้องระวัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฉับไว! 'ศุภจี' เผยทุเรียนประสบภัยธรรมชาติ ขายหมดแล้ว ยันติดตามใกล้ชิดทั้งช่วยเหลือเยียวยาและหาตลาด
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอแสดงความห่วงใยไปถึงพี่น้องสวนทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์พายุเมื่อวานนี้นะคะ
ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำสั่งแต่งตั้ง ที่ปรึกษา-เลขานุการ รมต.ศุภจี
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ที่ ๖๗๔/๒๕๖๙ เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง
'นราพัฒน์' มองไลฟ์ขายทุเรียน เจตนาดีช่วยเกษตรกร แต่ไม่ถูกจังหวะเวลา พร้อมข้อเสนอแนะ 'ศุภจี'
นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเด็นร้อน “ขายทุเรียนลูกละร้อย” หลายท่านสอบถามความคิดเห็น
'ศุภจี' เซ็น MOU ผนึก 23 หน่วยงาน ปราบนอมินี-ทุนเทา อุดช่องโหว่ภาคการลงทุนไทย
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ภายใต้แนวคิด “ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี”พร้อมด้วยนายไชยชนก ชิดชอบ
'ศุภจี' รับกดซื้อแต่ไม่ทัน หลังสื่อจี้ถามปมพิมรี่พายไลฟ์ขายทุเรียน ปลัดพาณิชย์รีบดึงออกจากวงสัมภาษณ์
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีสภาผู้แทนราษฎรเตรียมตั้งกระทู้ถามกรณีการไลฟ์สดขายทุเรียน และเตรียมตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาแก้ไขปัญหาราคาพืชผล โดยให้เหตุว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุดเกาไม่ถูกที่คัน
'เอ็ดดี้' ชี้ 'ศุภจี' ไลฟ์ขายทุเรียน 100 บาท ทำถูกในเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่คอนเทนต์แต่ทำตลาดจริง
นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อ่านเกมศุภจี ไลฟ์ทุเรียน 100 บาท ศุภจีไม่ได้ทำแค่ “คอนเทนต์” แต่กำลังทำตลาดจริง

