
ซีพีออกแถลงการณ์ข้อเท็จจริง กรณีนักการเมืองพาดพิงดีเบตหาเสียง พร้อมย้ำนโยบายดูแลสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่ และระบบตรวจสอบย้อนกลับ “ไม่เขา ไม่เผา เราซื้อ” ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
30 เม.ย. 2566 – รายงานข่าวจากเครือเจริญโภคภัณฑ์เปิดเผยว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) โดยสำนักยุทธศาสตร์ข้อมูลและการสื่อสาร ได้ออกแถลงการณ์กรณีมีการพาดพิงชื่อซีพีจากเวทีดีเบตหาเสียง อันทำให้เกิดความเข้าใจผิด โดยแถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า ซีพีให้ความเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น หรือเผยแพร่ข้อมูลที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องเป็นจริง อย่างไรก็ตามปรากฎว่าในช่วงที่ผ่านมามีการดีเบตของนักการเมืองเรื่อง “ปัดฝุ่น ปัญหาภาคเหนือ” เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงถึงชื่อ “ซีพี” โดยมีการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง อันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
ประเด็นพาดพิง 1 : การเผาป่าเป็นวิธีการของนายทุนเพื่อลดต้นทุน (ซีพียืนยันว่าไม่มีนโยบายลดต้นทุน ด้วยวิธีการส่งเสริมการเผาป่า และสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ 100%)
ข้อเท็จจริง 1 : ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซีพีมีการทำงานร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่และภาคสังคมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยยืนยันได้ว่าใน 5 ปีที่ผ่านมา ซีพีเป็นผู้นำในการใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (Corn Traceability) มาใช้ 100% ข้าวโพดทุกเมล็ดของซีพีที่ใช้ในอุตสาหกรรมมาจากพื้นที่ถูกกฎหมาย ไม่มีการเผาป่า ซึ่งมีความโปร่งใส โดยมีความพร้อมและยินดีทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ระบบดังกล่าวเป็นต้นแบบอุตสาหกรรม ซีพีไม่มีนโยบายลดต้นทุนจากการทำลายสิ่งแวดล้อม
ประเด็นพาดพิง 2 : นายทุนอาหารสัตว์ไปส่งเสริมเกษตรพันธสัญญา รับซื้อข้าวโพดมาโดยไม่สนใจว่าเกษตรกรจะเผาหรือไม่ (ซีพียืนยันว่าไม่มีการส่งเสริมและไม่มีการรับซื้อข้าวโพดในพื้นที่ที่มีการเผา 100%)
ข้อเท็จจริง 2 : ซีพีไม่มีการส่งเสริมเกษตรพันธสัญญาในพื้นที่ผิดกฎหมาย และพื้นที่ที่มีการเผาซังข้าวโพดทั้งในและต่างประเทศ โดยกำหนดเป็นนโยบายบริษัทชื่อ “ไม่เขา ไม่เผา เราซื้อ” ซึ่งรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่ที่ถูกต้อง ไม่บุกรุกป่า ไม่บุกรุกภูเขา และซื้อจากพื้นที่ที่ไม่มีการเผาเท่านั้น นอกจากนี้ในการขายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ซีพีมีระบบตรวจสอบย้อนกลับและไม่มีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรนำข้าวโพดไปปลูกในพื้นที่ผิดกฎหมายทั้งในและต่างประเทศเช่นเดียวกัน อีกทั้งในต่างประเทศยังมีการใช้ระบบเกษตรแปลงใหญ่ (Smart Farming) ซึ่งไม่มีการเผา แต่ใช้วิธีการไถกลบโดยเครื่องจักรทันสมัย
ซีพีหวังว่าการหาทางออกปัญหาหมอกควัน ไฟป่า จะตั้งอยู่บนข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์และเป็นความจริง ซีพียืนยันว่าระบบการจัดซื้อตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Sustainable Supply Chain) พื้นที่การเกษตรที่อยู่ใน Supply Chain ของซีพี เป็นพื้นที่ที่ถูกต้อง ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ซีพีพร้อมที่จะให้นักวิชาการ ภาคประชาสังคม เข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนขยายผลระบบตรวจสอบย้อนกลับ ให้เป็นระบบพื้นฐานของอุตสาหกรรม โดยมี บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด และ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหานี้ร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไทย–ลาว เดินหน้าความร่วมมือแก้ไฟป่า–หมอกควัน–PM2.5 ข้ามแดน ยกระดับระบบบัญชาการ แลกเปลี่ยนข้อมูล Hotspot และเทคโนโลยี รับมือมลพิษทางอากาศร่วมกัน
วันนี้ (10 กันยายน 2569) เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ให้การต้อนรับ รศ.ดร.ลินคำ ดวงสะหวัน
“รมว.สุชาติ” ร่วมหารือ รมว.กสิกรรมและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว เดินหน้าความร่วมมือแก้ปัญหา “ไฟป่า–หมอกควัน–PM2.5” ข้ามแดน เน้นแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และเทคโนโลยี ยกระดับการรับมือร่วมกัน
วันนี้ (9 กันยายน 2569) เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ควันไฟป่าอินโดนีเซียยังวิกฤต กระแสลมพัดข้ามพรมแดนปกคลุมเบตงอีกระลอก
สถานการณ์ไฟป่าในประเทศอินโดนีเซีย ยังคงลุกลามต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตรา ก่อให้เกิดหมอกควันและมลพิษทางอากาศในวงกว้าง กระแสลมได้พัดพาหมอกควันข้ามพรมแดนสู่ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ส่งผลให้คุณภาพอากาศในหลายพื้นที่ย่ำแย่ลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพระบบทางเดินหายใจ ขณะที่บางพื้นที่ของอินโดนีเซียจำเป็นต้องสั่งปิดสถานศึกษาชั่วคราว
อุตุฯ เตือนฝนถล่มหลายพื้นที่ เหนือ-อีสานหนักมาก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
ทั่วไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยภาคเหนือและอีสานเจอฝนหนักมากหลายจังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก ขณะที่กรุงเทพฯ และ
อุตุฯ ตอกย้ำ 4-7 ก.ย.'เหนือ-อีสาน' เจอฝนถล่มหนักแน่
นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา
อุตุฯ เตือน 29 ส.ค.-2 ก.ย. ฝนถล่มไทย เสี่ยงน้ำป่า-น้ำท่วมฉับพลัน
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับแรก เตือน 29 ส.ค.-2 ก.ย. ไทยตอนบนฝนเพิ่ม หลายพื้นที่เจอฝนหนักถึง

