รถไฟทางคู่ 'เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ' เร่งเวนคืนได้ 65%

รถไฟทางคู่ “เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ” เดินหน้าตามแผน คืบ1.485% เวนคืนแล้ว 65% เป้าเสร็จปี 71 เปิดประตูการค้าชายแดนภาคเหนือ บูมรองรับการขนส่งสินค้าการเกษตรทางราง เชื่อมต่อการขนส่งไทย-ลาว-จีน

17 ก.ค. 2566 – แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ เส้นทางสายใหม่ ระยะทาง 323.10 กม.ว่าโครงการดังกล่าวยังเดินหน้าตามแผนงาน ซึ่งก่อนหน้านี้อาจจะได้รับอุปสรรคบ้างในส่วนของผลกระทบจากสภาพอากาศ ค่าPM และการเผาป่า โดยภาพรวมงานก่อสร้าง คืบหน้า 1.485% แผนสะสม 1.398% เร็วกว่าแผน 0.087% คาดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2571 ปัจจุบันอยู่ระหว่างทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนแล้ว 65% และส่งมอบพื้นที่ให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อดำเนินการก่อสร้างต่อไป

ทั้งนี้โคงการดังกล่าวแบ่งการก่อสร้างงานโยธาเป็น 3 สัญญา ได้แก่ สัญญา 1 (เด่นชัย-งาว) ระยะทาง 103 กม. คืบหน้า 0.934% เร็วกว่าแผน 0.216% สัญญา 2 (งาว-เชียงราย) ระยะทาง 132 กม. คืบหน้า 2.157% เร็วกว่าแผน0.162% สัญญา 3 (เชียงราย-เชียงของ) ระยะทาง 87 กม.คืบหน้า 1.307% ช้ากว่าแผน -0.194% สำหรับการก่อสร้าง บริเวณอุโมงค์แม่กา ซึ่งหนึ่งในสี่ที่เป็นอุโมงค์คู่ทางเดี่ยวมีความยาว 2,700 เมตร ซึ่งปัจจุบันได้ขุดเจาะไปแล้วประมาณ 42-44 เมตร คาดว่าจะใช้เวลาขุดเจาะประมาณ 4 ปี แต่โครงการดังกล่าวจะมีอุโมงค์ที่ยาวที่สุด 6.2 กม. ที่อำเภองาว จังหวัดลำปาง

สำหรับรถไฟสายใหม่เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ เส้นทางผ่านพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่ ลำปาง พะเยา และเชียงราย ซึ่งอยู่ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จำนวน 3 จังหวัด (ยกเว้นจังหวัดลำปาง) 17 อำเภอ 59 ตำบล มีสถานีและที่หยุดรถไฟรวม 26 แห่ง มีย่านกองเก็บและขนถ่ายตู้สินค้า (CY) จำนวน 4 แห่ง ที่สถานีแพร่ สถานีพะเยา สถานีป่าแดด และสถานีเชียงราย และมีลานกองเก็บตู้สินค้าคอนเทนเนอร์เชื่อมต่อกับศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของอีก 1 แห่ง

อย่างไรก็ตามเส้นดังกล่าวจะเชื่อมต่อกับแหล่งเกษตรกรรม รองรับการขนส่งสินค้าการเกษตรทางราง ยังสามารถพัฒนาเชื่อมต่อกับนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวสำหรับสินค้าเกษตรและอาหาร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะได้อีกด้วย และรองรับการเชื่อมต่อระบบรางกับประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย จะสามารถเชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งสินค้าหลายรูปแบบ รวมทั้งเชื่อมต่อการขนส่งไทย-ลาว-จีน ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงตามระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor :NSEC) เปิดประตูการค้าชายแดนภาคเหนือ ช่วยให้เกิดการจ้างงาน สร้างโอกาสที่ดีต่อการค้าและการลงทุน ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและช่วยการกระจายความเจริญให้กับคนในพื้นที่ ช่วยลดระยะเวลาการเดินทาง มีความปลอดภัยในการเดินทางมากยิ่งขึ้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุรพงษ์' สแกนทางคู่สายใต้ 'นครปฐม-ชุมพร' คืบหน้า 99% เปิดใช้บางช่วง 15 ธ.ค.นี้

“สุรพงษ์”ลงพื้นที่เช็กคืบหน้าสร้างรถไฟทางคู่สายใต้เสร็จเกือบ 100% ปักหมุด15 ธ.ค.นี้ เปิดเดินรถช่วงสถานี"บ้านคูบัว-สถานีสะพลี" พร้อมเปิดเพิ่มช่วงนครปฐม-บ้านคูบัว และ ช่วงสะพลี-ชุมพร เม.ย.67 และเปิดตลอดสายกลางปี 67เดินหน้าเพิ่มศักยภาพการขนส่งและยกระดับศูนย์กลางด้านคมนาคมของภูมิภาคอาเซียน

รฟท.เพิ่มขบวนรถพิเศษ 12 ขบวนสาย ’เหนือ-อีสาน‘ รับคนเดินทางช่วงปีใหม่

รฟท. แจ้งเพิ่มขบวนรถพิเศษ 12 ขบวน สายเหนือ-อีสาน รองรับคนเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ เน้นความปลอดภัย ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง เปิดจองตั๋ว 28 พ.ย.นี้ พร้อมตั้งศูนย์ปลอดภัยฯ รองรับการเดินทางของประชาชน

รฟท.ขยายเดินรถไฟถึง ‘อู่ตะเภา-จุกเสม็ด’ หนุนเชื่อมแหล่งท่องเที่ยว

‘รฟท’ เดินหน้าขยายปลายทางเส้นทางเดินรถสายตะวันออก 2 สถานี ‘อู่ตะเภา-จุกเสม็ด’ ให้บริการวันละ 2 ขบวนเสาร์-อาทิตย์ 4 ขบวน หนุนเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยว จ.ชลบุรี คาดมีผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่า 1 พันคน/วัน