
27 ส.ค.2566-นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ประธานกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊ก “Thirachai Phuvanatnaranubala – – ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล”หัวข้อ “โจทย์เพิ่มสำหรับรัฐมนตรีคลังใหม่” เนื้อหาระบุว่า
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ในฐานะประธานกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ แสดงความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับโจทย์งานการคลังด้านวิชาการต่างประเทศสำหรับรัฐบาลหน้า ดังนี้
1 เรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล
เศรษฐกิจดิจิทัลจะเป็นเวทีแข่งขันสำคัญในโลกอนาคต ดังเห็นได้ว่าสหรัฐได้บรรจุหัวข้อนี้ไว้ในกรอบเจรจา Indo-Pacific Economic Framework ที่ประกาศโดยประธานาธิบดีไบเดนเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2023 โดยมีประเทศไทยอยู่ในรายชื่อประเทศร่วมก่อตั้งด้วย
เอกสารทำเนียบขาวระบุเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า
We will work with our partners to seize opportunities and address concerns in the digital economy, in order to ensure small and medium sized enterprises can benefit from the region’s rapidly growing e-commerce sector, while addressing issues is such as online privacy and discriminatory and unethical use of Artificial Intelligence.
โดยปกติ การที่ประเทศใหญ่บรรจุหัวข้อใดเข้าไปในโครงการ ก็เพื่อต้องการเจรจาให้มีการกำหนดกฎกติกาที่เพิ่มประโยชน์แก่ตนและ/หรือลดประโยชน์ให้แก่คู่แข่ง
ส่วนยุโรปเมื่อวันที่ 14 เม.ย. 2022 ได้ทำข้อตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลกับเกาหลี และได้หารือกติกาการค้าในหัวข้อนี้กับประเทศอื่น
โดยหารือครั้งล่าสุดกับญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2022 หารือครั้งล่าสุดกับสิงคโปร์เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2022 และได้ให้องค์กรความสัมพันธ์ยุโรป-แอฟริกาเผยแพร่ discussion paper เมื่อเดือน พ.ย. 2022 เพื่อหาทางยกบทบาทด้านนี้ของยุโรปในแอฟริกา ประเทศไทยควรมีแนวทางรับมือการเจรจาอย่างไร?
2 เรื่อง CBDC
Atlantic Council CBDC Tracker รายงานว่าขณะนี้มีประเทศที่ศึกษาจะให้ธนาคารชาติของตนเองออกเงินดิจิทัล (CBDC) 130 ประเทศ ครอบคลุม 98% ของจีดีพีโลก โดยมี 64 ประเทศที่คืบหน้าสูง และ 11 ประเทศนำออกใช้แล้ว องค์กรระหว่างประเทศ IMF และ Bank of International Settlement เล็งเห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้ และต่างได้เผยแพร่ข้อเสนอให้องค์กรของตนเป็นศูนย์กลางในการหักบัญชี CBDC ของโลก ซึ่งสำหรับประเทศกำลังพัฒนาจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะจะมีผลเท่ากับเป็นการยอมให้ระบบนี้ตกไปอยู่ในการควบคุมของประเทศตะวันตก ประเทศไทยศึกษาข้อดีข้อเสียหรือยัง?
3 เรื่อง BRICS
ประเทศในกลุ่ม BRICS จะต้องการให้มีระบบชำระเงินและระบบหักบัญชีที่แยกอิสระจากดอลล่าร์ ทั้งในแง่ดำเนินการผ่านระบบ CBDC ของสองประเทศคู่ค้า และในแง่ดำเนินการผ่านสกุล BRICS ที่มีแผนจะสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งข่าวระบุว่า จะไม่ใช่สกุลเงินของประเทศหนึ่งประเทศใด แต่อาจจะเป็น digital token ที่อิงทองคำ ประเทศไทยควรจะเข้าไปร่วมในกระบวนการเหล่านี้หรือไม่?
4 เรื่องหยวนดิจิทัล
ถ้าชาวจีนใช้เงินหยวนดิจิทัลในชีวิตประจำวันมากขึ้น ประเทศใดที่สามารถอำนวยความสะดวกให้ชาวจีนมาท่องเที่ยวโดยใช้เงินหยวนดิจิทัลในประเทศได้เลย อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศนั้นจะอยู่ในฐานะได้เปรียบ และประเทศใดที่สามารถทำให้ชาวจีนที่ import ซื้อของออนไลน์จากประเทศนั้น โดยผู้ซื้อสะดวกชำระเป็นเงินหยวนดิจิทัล ผู้ค้าปลีกรายย่อยที่ export ก็จะอยู่ในฐานะได้เปรียบเช่นกัน ประเทศไทยควรมีนโยบายเงินหยวนดิจิทัลอย่างไร?
5 เรื่อง capital flow
การชะลอตัวของเศรษฐกิจตะวันตกอาจจะส่งผลให้ตลาดเงินตลาดทุนผันผวนรุนแรงทั่วโลก อันจะกระทบ capital flow ในประเทศขนาดเล็ก ประเทศไทยควรเตรียมการบริหารนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไร?
6 เรื่อง international Baht
ในการประชุมกลุ่ม BRICS ครั้งนี้ได้มีมติที่จะให้ New Development Bank ซึ่งเป็นธนาคารของกลุ่มทำการออกหุ้นกู้ในสกุลเงินของสมาชิก เพื่อจะผลักดันการพัฒนาตลาดพันธบัตรรัฐบาลที่ออกในสกุลเหล่านี้ให้เป็น international currency แบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ประเทศในกลุ่มสามารถลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่เดิมต้องกู้แต่ในสกุลดอลลาร์ ต่อไปจะเปลี่ยนไปเป็นกู้ในสกุลของตนเองแทน ประเทศไทยควรจะมีแนวคิดเรื่องนี้หรือไม่?
7 เรื่อง deglobalization
แนวโน้มโลกาภิวัตน์แผ่วลงประกอบกับสงครามเย็นระหว่างสหรัฐและจีน ได้แสดงผลแล้วที่ประเทศจีน ปริมาณค้าขายจีนกับสหรัฐได้ลดลงไปต่ำกว่าสหรัฐกับเม็กซิโกแล้ว และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อัตราขยายตัวส่งออกสินค้าของจีนในปีนี้ลดลง โดยในอนาคตต่อไปแนวโน้มนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนโดยตรงเข้าไปในประเทศจีนและอาเซียนด้วย ประเทศไทยควรตั้งรับกระแสนี้อย่างไร?
ผมขอแนะนำให้ท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่ซึ่งมีข่าวว่าจะควบตำแหน่งรัฐมนตรีคลังด้วยนั้น เตรียมคิดเรื่องเหล่านี้ไว้แต่เนิ่นๆ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง
'อดีตรมว.คลัง' ร่อน จม.เปิดผนึกถึงนายกฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อาจฝ่าฝืน รธน.
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก เผยแพร่ จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีเรื่องพรก.กู้เงิน ๔ แสนล้านอาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มีใจความว่า
'เอกนิติ' เผยคนละครึ่งพลัส แจก 30 ล้านสิทธิ เปิดลงทะเบียนปลาย พ.ค.นี้
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบอนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
แหยง! 'พิพัฒน์' ยกเลิกลงพื้นที่ดูแลนด์บริดจ์ 8 พ.ค.นี้ รอ 'เอกนิติ' ศึกษา 90 วัน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐม
เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%
โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

