‘คมนาคม’ เร่งเครื่องแผนป้องกันน้ำท่วมบนถนนวิภาวดีรังสิต

28 ก.พ. 2567 - นายมนตรี เดชาสกุลสม รองปลัดกระทรวงคมนาคม  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตาม เร่งรัดการดำเนินงานโครงการก่อสร้างสายพัฒนาคูน้ำริมถนนวิภาวดีรังสิต ครั้งที่ 2/2567 ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามเร่งรัดการดำเนินงานโครงการก่อสร้างสายพัฒนาคูน้ำริมถนนวิภาวดีรังสิตของกรมทางหลวง (ทล.) ซึ่งโครงการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและน้ำท่วมขัง ส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ริมถนนวิภาวดีรังสิต

 อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโครงการมีผลงานก่อสร้าง ระยะที่ 2 ตอนที่ 1  คืบหน้า 65.664% คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2567 ตอนที่ 2 คืบหน้า 73.464% คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2567 ตอนที่ 3 คืบหน้า 98.022%% คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2567 และระยะที่ 3 คืบหน้า 4.527  คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2569 นอกจากนี้ได้มอบหมายให้ ทล. เร่งรัดผู้รับจ้างให้ดำเนินโครงการให้เป็นไปตามแผนงานโดยเร็ว และให้รายงานความคืบหน้าในการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 3/2567 ในวันที่ 6 มีนาคม 2567 พร้อมทั้งจะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าโครงการฯ อีกด้วย

ขณะเดียวกัน ทล. ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาจุดที่มีการร้องเรียนจากประชาชน ได้แก่ บริเวณซอยวิภาวดี 16 ได้ก่อสร้างสะพานและจัดการจราจรให้ผู้ใช้เส้นทางได้รับความสะดวกเรียบร้อยแล้ว ส่วนบริเวณแยกสุทธิสาร การไฟฟ้านครหลวงจะคืนพื้นที่ให้โครงการสามารถก่อสร้างได้ภายในเดือนมีนาคม 2567 ส่วนบริเวณทางเข้าอาคารสำนักงานไทยรัฐก่อสร้างสะพานทางเชื่อมไทยรัฐประตู 3 แล้วเสร็จ พร้อมปูทางเท้าและวางกระถางต้นไม้และราวกันตก หน่วยงานสื่อสารยกสายสื่อสารให้มีระดับความสูงเพื่อให้รถบรรทุกของไทยรัฐสามารถผ่านได้ โดยจะเดินสายสื่อสารใหม่ภายในเดือนเมษายน 2567 และหน้าโรงเรียนหอวัง ทล. ได้ร่วมกับสำนักการระบายน้ำ กทม.ปรับรูปแบบบ่อพักและท่อระบายน้ำเสียแล้ว 

นายมนตรี กล่าวต่อว่า ทล. อยู่ระหว่างร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ รฟท. เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาการใช้ที่ดินบนเขตแนวรถไฟ ช่วง กม. ที่14+000 - 25+500 ถนนวิภาวดีรังสิต (หลักสี่ - ดอนเมือง) คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2567 

 อย่างไรก็ตาม ขณะที่ความคืบหน้าการปรับปรุงรูปแบบสะพานทางเชื่อมคูน้ำวิภาวดี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดในทุกมิติ เช่น งบประมาณ กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ราคาต่อยูนิต ความแข็งแรงของโครงสร้าง ระยะเวลาก่อสร้าง รวมถึงสำรวจปริมาณงานที่ต้องใช้ราคาค่าก่อสร้าง เป็นต้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“รมว.สุชาติ” เดินหน้าช่วยน้ำท่วม 3 จังหวัดภาคตะวันออก ระดม “ทส.หนึ่งเดียว” เสริมกำลังเรือ–เครื่องสูบน้ำ เร่งบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนต่อเนื่อง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี ซึ่งยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมว่า ภายหลังได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลพื้นที่ภาคตะวันออก 8

นายกฯ สั่งเตือนก่อนระบายน้ำ เลี่ยงปะทะคารมในพื้นที่ เผยโอนเงินเยียวยาแล้ว 48,600 ครัวเรือน

นายกฯ กำชับกรมชลประทานแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าก่อนระบายน้ำ ป้องกันความขัดแย้งซ้ำรอยฉะเชิงเท

'กรวีร์' หนุนเดินหน้า Mega Project คลองชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ผันน้ำออกทะเล กุญแจสำคัญลดความเสี่ยงน้ำท่วม-ภัยแล้งยั่งยืน

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีมติอนุมัติโครงการคลองระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Project) ระยะยาวที่หลายรัฐบาลได้ร่วมกันผลักดันและวางแผนมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งรัฐบาลชุดนี้ได้นำเข้าสู่การพิจารณาและผ่านมติ ครม.ในที่สุด