'วิทยุการบิน' เตรียมพร้อมรับเที่ยวบินช่วงสงกรานต์คาดเพิ่ม 20%

‘วิทยุการบิน’คาดการณ์ปริมาณเที่ยวบินในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวม 16,307 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนเตรียมความพร้อมทุกด้านรองรับการให้บริการจราจรทางอากาศให้เกิดความสะดวกและคล่องตัว

5 เม.ย.2567-นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมรองรับและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2567 และได้รับรายงานคาดการณ์ว่าจะมีเที่ยวบินรวม 16,307 เที่ยวบิน เฉลี่ย 2,330 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2566

ทั้งนี้ วิทยุการบินฯ ได้เตรียมความพร้อมรองรับการให้บริการจราจรทางอากาศ ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งนำแนวทางการบริหารความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Flow Management) มาใช้เพื่อให้เกิดความสะดวก คล่องตัว ในช่วงเวลาที่มีปริมาณการจราจรทางอากาศหนาแน่นหรือเกิดการกระจุกตัวของเที่ยวบิน และเตรียมวิธีปฏิบัติการให้บริการจราจรทางอากาศ (Standard Operating Procedures) ให้สามารถรองรับเที่ยวบินได้เต็มขีดความสามารถ (Capacity) ของสนามบินทุกแห่ง

นายณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า สนามบินสุวรรณภูมิ รองรับได้ 68 เที่ยวบินต่อชั่วโมง สนามบินดอนเมืองรองรับได้ 60 เที่ยวบินต่อชั่วโมง สนามบินภูเก็ตรองรับได้ 25 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เชียงใหม่รองรับได้ 24 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ส่วนด้านอัตรากำลัง        ได้เตรียมความพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานหลัก เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเสริม และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานสำรองกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ในขณะที่ด้านระบบอุปกรณ์ได้เตรียมความพร้อมระบบการจัดการจราจรทางอากาศ และสถานที่ปฏิบัติงานสำรองในกรณีขัดข้องหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน  

นอกจากนี้ วิทยุการบินฯ ได้ประสานงานกับหน่วยงานภาคความมั่นคงเพื่อขอใช้พื้นที่ห้วงอากาศ (Airspace) ในช่วงเวลาที่ไม่มีการใช้งานในภารกิจด้านความมั่นคง ทำให้สามารถใช้พื้นที่ห้วงอากาศรองรับเที่ยวบินได้เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลวันหยุด รวมทั้งประสานงานกับท่าอากาศยานทุกแห่งและสายการบินเพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับ   ทุกเที่ยวบินได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีการเดินทางของประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางมายังสนามบินบริหารจัดการเวลาในการเดินทางเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ