
‘พิชัย’ ผนึกความร่วมมือกับภาคธุรกิจออสเตรเลีย ชวนลงทุนไทย พร้อมหนุนใช้ประโยชน์ FTA
24 ก.ย. 2567 – นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับเชิญจากสถานเอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลีย กล่าวเปิดงานเลี้ยงรับรองหอการค้าออสเตรเลีย-ไทยหรือ AustCham และผู้นำองค์กรของไทย ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย ช่วงค่ำวานนี้ (23 ก.ย.67) โดยมี นายทิม แอร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีด้านการค้าเครือรัฐออสเตรเลีย ดร.แอนเจลา แม็กดอนัลด์ เอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และนักธุรกิจออสเตรเลีย ร่วมด้วย พร้อมแสดงความพร้อมที่ทำงานร่วมกับภาคเอกชนออสเตรเลียและไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับภาคธุรกิจ และขับเคลื่อนการค้าการลงทุนร่วมกันต่อไป
นายพิชัยฯ กล่าวว่า เป็นโอกาสอันดีที่ออสเตรเลียได้เชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองดังกล่าว ทั้งยังได้พบกับนายทิม แอร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีด้านการค้าเครือรัฐออสเตรเลีย ที่เดินทางเยือนไทยในโอกาสในการเข้าร่วมประชุมยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและออสเตรเลีย ครั้งที่ 1 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าว
นายพิชัยฯ เผยว่า ไทยและออสเตรเลียเป็นคู่ค้ากันมาอย่างยาวนาน ซึ่งมี FTA ไทยออสเตรเลียได้สร้างมูลค่าเพิ่มทางการค้าตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา อย่างก้าวกระโดดเกือบร้อยละ 200 พร้อมกันนี้ ได้ให้ความมั่นใจที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลและภาคธุรกิจของออสเตรเลียในการขยายโอกาสทางการค้าการลงทุน และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจรวมกันต่อไป พร้อมทั้งมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมนโยบายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความแข็งแกร่งแก่ผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันได้ในบริบทการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ไทยและออสเตรเลียมี FTA ร่วมกันใน 3 กรอบ ได้แก่ ความตกลงการค้าเสรี ไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)
โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2567 (มกราคม-กรกฎาคม)การค้าระหว่างไทยและออสเตรเลีย มีมูลค่า10,827.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปออสเตรเลีย 7,234.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 10.07 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และไทยนำเข้าจากออสเตรเลีย 3,593.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐสินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดิบ และพืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เป็นต้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เริ่มรอบบิลสิงหาคมนี้! ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท
'เอกนัฏ' ผ่าตัดใหญ่โครงสร้างค่าไฟทั้งระบบ หั่น 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาท 23 ล้านครัวเรือน เริ่มรอบบิล ส.ค. นี้ กพช.ไฟเขียวแยกประเภทผู้ใช้ไฟ ส่วนค่าไฟทางสาธารณะให้เอาออกจากค่าไฟฐานลดภาระ ปชช.
'เอกนัฏ' ฟุ้งไอเดียนำเงินโรงกลั่น-กองทุนคุมราคาน้ำมัน
'เอกนัฏ' ยันใช้กลไกนำเงินโรงกลั่น-กองทุน มาคุมราคาน้ำมันในประเทศ ไม่ให้ขึ้นแรงตามตลาดโลก ให้ความมั่นใจน้ำมันสำรองไม่ขาด
'รมว.พม.' ลั่นแม้งบถูกปรับลดแต่ไม่ลดความสำคัญดูแล ปชช.
'รมว.พม.' ยันพร้อมใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่าเกิดประโยชน์คนทุกกลุ่ม ลั่นแม้งบถูกปรับลด แต่ไม่ลดความสำคัญดูแล ปชช. เผย 'กพช.' ตั้งอนุฯศึกษาร่าง พ.ร.บ.Universal Design ยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ
แคนดิเดตนายกฯ พรรคส้มเหน็บ 'เอกนัฏ' ประชุมเช้าบ่ายเย็นแต่ไม่มีมาตรการชัดเจน!
'วีระยุทธ' ซัด 'รัฐบาล' ต้องตั้งต้นให้ถูก อย่าแก้ค่าไฟแพงฉาบฉวย-โยนภาระ เสนอเจรจาลดค่าพร้อมจ่าย ที่เป็นเสือนอนกิน เหน็บ 'เอกนัฏ' ประชุมเช้าบ่ายเย็น แต่ไม่มีมาตรการชัดเจน
กพช.เคาะโครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าใหม่-ปลดล็อกโซลาร์รูฟ
'เอกนัฏ' เผยปลดล็อกโควตาโซลาร์รูฟท็อป รับซื้อไม่อั้น เพิ่มทีละ 500 เมกะวัตต์ พร้อมปรับโครงสร้างค่าไฟช่วยบ้านพักอาศัย 200 หน่วยแรกราคาต่ำกว่า 3 บาท คนใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วยประหยัดลง
'โรม' อวย 'เอกนัฏ' รัฐมนตรีที่ปลื้มสุด 'รมต.ขิง' ฟุ้งกวาดล้างทุนเทาสุดซอย
'โรม' ชม 'เอกนัฏ' รัฐมนตรีที่ปลื้มสุดกลางสภา จี้ลากคอไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน พัวพันกาสิโน-สแกมเมอร์ มาลงโทษให้ได้ ด้าน 'ขิง' ลั่นไม่สนหน้าไหน พร้อมเปิดปฏิบัติการ 'ชุดสุดซอย' กวาดล้างทุนเทา

