
23 ก.พ.2568 – “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับภาวะเศรษฐกิจ ณ วันนี้” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,141 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 18-21 กุมภาพันธ์ 2568 พบว่า กลุ่มตัวอย่างมองว่าสภาพเศรษฐกิจไทย ณ วันนี้ส่งผลกระทบทำให้ใช้จ่ายเดือนชนเดือน ต้องระมัดระวังการใช้จ่าย ร้อยละ. 51.01 โดยคิดว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากที่สุด คือ เรื่องค่าครองชีพสูง คนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย กำลังซื้อในประเทศไม่ขยายตัว ร้อยละ 82.94
ทั้งนี้เห็นว่ามาตรการของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจนั้นยังไม่มีประสิทธิภาพ ร้อยละ 69.50 โดยนายกรัฐมนตรีและฝ่ายรัฐบาลควรเข้ามาเร่งแก้ปัญหาโดยด่วน ร้อยละ 76.58 เมื่อถามว่าหากอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ประชาชนคิดว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร กลุ่มตัวอย่างมองว่าเศรษฐกิจน่าจะเหมือนเดิม ร้อยละ 41.63 สุดท้ายเมื่อคาดการณ์เศรษฐกิจในปี 2568 นี้ ร้อยละ 46.01 มองว่าก็น่าจะเหมือนเดิมเช่นกัน
นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลสะท้อนถึงความไม่เชื่อมั่นต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ท่ามกลางราคาสินค้าและบริการที่พุ่งสูงขึ้นทำให้ประชาชนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย เป็นสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า แม้รัฐบาลพยายามเร่งอัดฉีดเงินหมื่นเข้าไปกระตุ้น แต่ก็ยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้ตามเป้า นี่คือความท้าทายของรัฐบาลเพื่อไทยที่ครั้งหนึ่งเคยสร้างชื่อจากความสำเร็จด้านเศรษฐกิจ วันนี้ต้องเร่งคืนความเชื่อมั่นเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยท่ามกลางแรงกดดันจากทั้งภายในและปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกประเทศ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ ประธานหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ประชาชนมองว่ามาตรการของรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ ควรเร่งปรับปรุงนโยบายเศรษฐกิจ และคาดหวังว่านายกรัฐมนตรีและฝ่ายรัฐบาลจะมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน กระทรวงพาณิชย์และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ถูกคาดหวังให้ช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหานี้เช่นกัน นอกจากนี้การที่ประชาชนคาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะคงที่หรือแย่ลง แสดงถึงความไม่เชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจในระยะสั้น แม้ว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแจกเงิน 10,000 บาท ออกมาก็ตาม รัฐบาลควรปรับมาตรการเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพและช่วยลดภาระหนี้สินของประชาชน กระตุ้นการลงทุนโดยการลดต้นทุนการผลิตและสร้างความมั่นคงในระบบการเงิน ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ การเพิ่มความโปร่งใสและมีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพกับประชาชนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในนโยบายเศรษฐกิจอย่างจริงจังและจริงใจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ เปิดงาน OTOP Midyear ชวนใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสให้เต็มที่ ไม่ต้องห่วงเศรษฐกิจไทยกำลังดีขึ้น
นายกฯ เปิดงาน OTOP Midyear 2026 ขออย่ามอง ‘โอทอป’ แค่สินค้าของฝากชุมชน ซื้อเพราะสงสารคนทำ แต่เป็น ‘เมดอินไทยแลนด์’ มีคุณค่า-ความภาคภูมิใจของคนไทยในสายตาชาวโลก อย่ากังวลเศรษฐกิจไทย-สถานะเวทีโลกดีขึ้น ก่อนเดินงานโอท็อปวันที่ 3 ซื้อเสื้อโปโลสีดำ สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)
'ปธ.หอการค้า' เชื่อไตรมาส 4 ไม่ชะงัก มั่นใจรัฐบาลมีมาตรการพยุง ศก.ไทย
'ประธานหอการค้า' มั่นใจรัฐบาลมีมาตรการพยุงเศรษฐกิจไทย แม้ผลวิเคราะห์ไตรมาส 4 ชะงัก รอผลยุติสงครามสหรัฐ-อิหร่าน
'เอกนิติ' ปลื้ม ศก.ไทยบวก 2 เด้ง จาก 'S&P - IMD' ลุยใช้ กรอ. ต่อยอด
'เอกนิติ' เตรียมต่อยอดความเชื่อมั่นประเทศไทย หลังเศรษฐกิจรับสัญญาณบวก 2 เด้ง ทั้ง 'S&P - IMD' ถก กรอ. นัดแรก 22 มิ.ย. ชูจุดแข็งแก้จุดอ่อน ลุยรื้อโครงสร้าง 4 ด้าน จ่อเปิดตัว 'Thailand Fast Pass'
โพลย้ำ‘ชัชชาติ’นำลิ่ว! สก.อิสระโอกาสลุ้นสูง
สวนดุสิตโพลรอบสาม "ชัชชาติ" ยังนำโด่ง คนกรุง 60% เลือกนั่งผู้ว่าฯ สมัย 2
'ดุสิตโพล' เปิดผลสำรวจเลือกตั้งกทม. ครั้งที่ 3 ‘ชัชชาติ’ นำโด่งไร้คู่แข่ง
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรื่อง “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 18 (ครั้งที่ 3)”

