
รายวิชา ‘GEN GREEN as Sustainable Influencers’ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการบรรยายพิเศษในหัวข้อ ‘การวิเคราะห์ภาพยนตร์วิมานหนามจากมุมมองเพศวิถี’ เผยประเด็นความเหลื่อมล้ำทางเพศที่ปรากฏในสื่อภาพยนตร์ไทย พร้อมชูบทบาทการสื่อสารเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม การบรรยายครั้งนี้นำเสนอการวิเคราะห์ภาพยนตร์ ‘วิมานหนาม’ ผ่านเลนส์ของเพศสภาพ เจาะลึกประเด็นความเหลื่อมล้ำทางเพศ โครงสร้างอำนาจในสังคม และบทบาทของสื่อในการสร้างหรือท้าทายอุดมการณ์ปิตาธิปไตย
27 มี.ค. 2568 – มณฑิรา นาควิเชียร เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญพิเศษและหัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร UN Women สำนักงานภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก กล่าวว่า ภาพยนตร์ไม่ใช่เพียงเครื่องมือบันเทิง แต่เป็นกระจกสะท้อนสังคม และบางครั้งก็ตอกย้ำชุดความคิดที่นำไปสู่การกดขี่ทางเพศ ในกรณีของ ‘วิมานหนาม’ เห็นได้ชัดว่าตัวละครหญิงต้องเผชิญกับข้อจำกัดที่สังคมกำหนดให้ ขณะที่ตัวละครชายเองก็ถูกตีกรอบด้วยค่านิยมแบบปิตาธิปไตย ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของโครงสร้างอำนาจที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญคือจะทำอย่างไรให้การสื่อสารในสังคมไม่เพียงแต่นำเสนอปัญหา แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หากผู้คนมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทของเพศในสื่อ เก็สามารถสร้างคอนเทนต์ที่ส่งเสริมความเสมอภาค และขับเคลื่อนสังคมไปในทิศทางที่ดีขึ้น
สำหรับการทำงานของ UN Women ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมุ่งเน้นการใช้สื่อและการสื่อสารเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง อาทิ ในประเด็นการยุติความรุนแรงทางเพศ การเข้าถึงความยุติธรรม ทรัพยากร สร้างความเข้มแข็งในอาชีพของผู้หญิง การดำรงชีพที่มีคุณภาพ บทบาทของผู้หญิงในการสร้างความมั่นคงในสังคม ซึ่งสามารถส่งเสริมได้ผ่านการศึกษา การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ และการสร้างผู้นำทางความคิดรุ่นใหม่
โดยการบรรยายครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายด้าน ได้แก่ ความรุนแรงทางเพศและโครงสร้างอำนาจในสังคมไทย บทบาทของผู้หญิงและข้อจำกัดทางสังคมที่สะท้อนในภาพยนตร์ การนำเสนอความเป็นชายแบบดั้งเดิม(Hegemonic Masculinity) และแรงกดดันต่อเพศชาย ความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ในภาพยนตร์ไทย รวมถึงการพิจารณาบทบาทของสื่อในการสร้างความเปลี่ยนแปลง
บุรินทร์ เหมทัต อาจารย์พิเศษประจำรายวิชา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การนำประเด็นทางเพศมาวิเคราะห์ผ่านสื่อภาพยนตร์ ทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่า ความเหลื่อมล้ำทางเพศไม่ได้มีอยู่แค่ในชีวิตจริง แต่ยังถูกตอกย้ำผ่านสื่อบันเทิงด้วย ซึ่งรายวิชา GEN GREEN มุ่งหวังที่จะสร้างผู้นำทางความคิดที่สามารถใช้แพลตฟอร์มของตนในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ได้เช่นกัน
โดยวิชา GEN GREEN as Sustainable Influencers เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อสร้างผู้นำทางความคิดด้านความยั่งยืน (Sustainable KOLs) ที่สามารถใช้พลังของการสื่อสารเพื่อขับเคลื่อนประเด็นทางสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเป้าหมายสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและพฤติกรรมของสังคมที่ยั่งยืน
สำหรับนิสิตจุฬาฯ ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงและยกระดับการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย สามารถลงทะเบียนเรียนรายวิชา GEN GREEN ได้ในภาคการศึกษาหน้า โดยจะเปิดรับสมัครเร็วๆ นี้
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของศูนย์การศึกษาทั่วไป จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย https://gened.chula.ac.th
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จุฬาฯ ครองอันดับ 1 ของไทย 11 ปีซ้อน ผงาด Top 3% มหาวิทยาลัยแห่งเอเชีย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครองอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทยเป็นปีที่ 11 ติดต่อกัน คะแนนรวมของจุฬาฯ อยู่ในอันดับ Top 3% ของมหาวิทยาลัยในเอเชีย จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของเอเชีย QS Asia University Rankings 2027 ซึ่งประกาศผลเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 โดยมีมหาวิทยาลัยในเอเชียได้รับการจัดอันดับจำนวน 1,722 แห่ง
'หมอยง' ย้อนอดีตเล่าการทำวิจัยร่วมกับเอกชน!
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์
'หมอยง' ชี้โรคทางเดินหายใจในห้วงเดือนตุลาคม
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อุเทนถวายยังไม่จบ! 'ยศชนัน' นัดหารือ 22 ต.ค.
'ยศชนัน' รับไม่สบายใจ ทำเรื่อง 'อุเทนถวาย' เตรียมหารือ 22 ต.ค. ยันรับฟังเสียงทุกฝ่าย ยืนยันไม่ใช้ที่ดินเดิมในเชิงพาณิชย์
เบื่อหน้าเดิม…จะให้ใครออกสื่อ?
ผมมีความคิดพิเรนทร์อยู่อย่างหนึ่งครับ ถ้าวันไหนคนดูโทรทัศน์เบื่อหน้านักวิเคราะห์การเมืองขึ้นมาจริงๆ เราจะทำอย่างไรกันดี

