'ตรีนุช'กำชับผอ.วิทยาลัยอาชีวะรัฐ-เอกชน สอนเด็กทำอาชีพได้จริง

1ส.ค.2565-ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี – นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมสัมมนาผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ทั้งรัฐและเอกชน ว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นว่าเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้น ความรู้และภาษาไร้พรมแดน ดังนั้นผู้บริหารทุกท่านจะต้องมีการปรับตัว และปรับรูปแบบการวิธีการบริหารจัดการ ให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ปรับหลักสูตร อาชีพ ระบบการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับผู้เรียนและเศรษฐกิจ ซึ่งวิธีการที่จะขับเคลื่อนให้เร็วที่สุดคือการจัดการศึกษระบบทวิภาคี ที่สถานศึกษาร่วมกับสถานประกอบการ ในการให้เด็กและครูได้ฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการซึ่งมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่พร้อม และทันสมัยกว่าสถานศึกษา และเราต้องยอมรับว่า ธุรกิจ AI Robotics EV เข้ามาและพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ดังนั้นเราต้องทำให้การเรียนการสอนสอดรับกับยุคสมัย อีกทั้งต้องพัฒนาครูให้สามารถเข้าไปเรียนรู้ในสถานประกอบการ และเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นตัวสนับสนุนเรื่องการเรียนแบบทวิภาคีเพิ่มมากขึ้นได้

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า ผู้บริหารจะต้องเน้นเรื่องระบบทวิภาคีให้มากขึ้น จากที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว จับจุดตามบริบทพื้นที่ ว่า ตอบโจทย์อย่างไร เสริมจุดไหน เพราะการเชื่อมโยงภาคธุรกิจเป็นหัวใจสำคัญของอาชีวะ และต้องมีเครือข่ายการทำงานร่วมกับภาคเอกชน และตามที่ ศธ.มีโครงการตามน้องกลับมาเรียน โดยในส่วนของ สอศ. ก็มีโครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ ซึ่งในปีการศึกษา 2565 ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะมีเด็กเข้าโครงการ 5,000 คน ทราบว่าขณะนี้มีเด็กกลับมาเรียน 4,000 กว่าคนแล้ว ต้องขอขอบคุณผู้บริหารที่ช่วยเหลือกัน และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

“รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการอาชีวศึกษา เพราะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดิฉันจึงขอให้ สอศ. เน้นการพัฒนาให้เด็กสามารถประกอบอาชีพได้จริง และตอบโจทย์ภาคธุรกิจได้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโลกในศตวรรษที่ 21 อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ตนเป็นห่วงจำนวนผู้เรียนให้หลายวิทยาลัยลดลง โดยเฉพาะในภาคการเกษตร ที่เด็กของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีในหลายพื้นที่น้อยลง ซึ่งดิฉันได้หารือกับผู้บริหารส่วนกลาง ว่า ในภาคการเกษตรขอให้เน้นเรื่อง Smart Farming มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้เด็กเห็นว่าการเกษตรสมัยใหม่ไม่ได้ไปตรากตรำเหมือนในอดีต ให้ผลผลิตมากใช้เงินน้อย ต้นทุนต่ำ และยังได้สร้างเครือข่ายวิทยาลัยเกษตรฯอื่น ที่มีการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทำให้เข้มแข็งเด็กสนใจเรียนมากขึ้น”รมว.ศธ.กล่าว

เพิ่มเพื่อน