'บิ๊กตู่' ตามติดฝีดาษลิง คาดวัคซีนถึงไทยปลายเดือนนี้

นายกฯ ติดตามสถานการณ์โรคฝีดาษวานรใกล้ชิด สั่งการทุกหน่วยงานร่วมกันป้องกันและควบคุมอย่างเข้มงวด มั่นใจการทำงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เผยคืบหน้าหาวัคซีนฯ คาดเข้าไทยปลายเดือนส.ค.นี้

9 ส.ค.2565- ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนโรคฝีดาษวานร (ฝีดาษลิง) โดยขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งจองวัคซีนป้องกันฝีดาษไปแล้ว และคาดว่าจะสามารถนำเข้ามาได้ประมาณปลายเดือนสิงหาคม 2565 ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ติดตามสถานการณ์โรคฝีดาษวานรอย่างใกล้ชิด และสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางป้องกันและควบคุมโรคฝีดาษวานรไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้าง แม้สถานการณ์ยังไม่รุนแรง แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและรอบคอบ

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีนฯ แล้ว แต่ยังคงต้องติดตามข้อมูลผลข้างเคียงและประสิทธิภาพของวัคซีนเมื่อใช้จริงในประชากร โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ใช้วัคซีนป้องกันโรคในกลุ่มที่จำเป็น เช่น บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ทั้งนี้ จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่จะรับวัคซีนฯ เบื้องต้น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มก่อนการสัมผัสเชื้อ (Pre-exposure) ได้แก่ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อ และ 2.กลุ่มเสี่ยงหลังสัมผัสโรคไม่เกิน 14 วัน (Post-exposure) ซึ่งหากฉีดเร็วจะมีโอกาสป้องกันการติดเชื้อเพิ่มขึ้น

นายธนกร กล่าวว่า นอกจากนี้ ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เผยข้อมูลอัตราการแพร่ระบาดของไวรัสฝีดาษวานร (RO) ซึ่งกรณีฝีดาษลิง 2022 มีค่า RO ประมาณ 1 – 2 ซึ่งหมายความว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสฝีดาษวานรสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้เพียง 1-2 คน ทำให้คาดคะเนว่าจะสามารถควบคุมการระบาดของโรคฝีดาษวานรได้ไม่ยาก เมื่อเทียบกับค่า RO ของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ย่อย Omicron BA.1 มีค่า RO อยู่ที่ 8.2 และ Omicron BA.2 อยู่ที่ 12

สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย พบผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษวานร จำนวน 4 ราย เป็นชาวต่างชาติ 2 ราย และชาวไทย 2 ราย โดยจากการเฝ้าระวังติดตามอาการพบว่าอาการป่วยไม่รุนแรง แม้ยังไม่มียารักษาเฉพาะ แต่โรคนี้สามารถหายได้เองในระยะ 2 – 4 สัปดาห์ โดยให้ยารักษาตามอาการ และไม่ได้ติดต่อกันได้ง่าย ความเสี่ยงที่จะติดโรคนั้น ส่วนใหญ่มาจากการสัมผัสรอยโรคผิวหนัง หรือสัมผัสใกล้ชิดมาก ๆ กับผู้ป่วย

“นายกรัฐมนตรีห่วงใยสถานการณ์โรคฝีดาษวานรในประเทศไทย โดยได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนเน้นย้ำการป้องกันตนเอง โดยการปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น ล้างมือบ่อย ๆ และหากสงสัยว่ามีอาการเข้าข่ายโรคฝีดาษวานร สามารถติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้านเพื่อรับการตรวจหาเชื้อและวินิจฉัยโรค หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน กรมควบคุมโรค 1422 รวมทั้งติดตามข่าวสารจากหน่วยงานรัฐ และแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ” นายธนกร กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สาทิตย์’ ประเมินการเมืองหลัง 30 ก.ย. หาก ‘บิ๊กตู่’ รอด ม็อบตรึมแน่

‘สาทิตย์’ประเมินการเมืองหลัง 30 ก.ย. หากศาลรัฐธรรมนูญให้‘บิ๊กตู่’รอด ม็อบตรึมแน่! ฟันธงมียุบสภาฯช้าสุดปลายก.พ.66 ย้ำหากสุดท้าย ต้องโหวตนายกฯคนนอก ปชป.ต้องถกกันหนัก

รัฐบาลเดินหน้าให้วัคซีนโควิดตามแผน ต.ค.ฉีดเข็มแรกเด็กอ่อน

รัฐบาลเดินหน้าให้วัคซีนตามแผนงานแม้โควิด19 เป็นโรคติดต่อเฝ้าระวังตั้งแต่ 1 ต.ค. ประชาชนสามารถเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคในสถานพยาบาลหรือจุดบริการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ต.ค.นี้ทยอยฉีดเข็ม1 ในเด็ก 6 เดือน- 4 ปี 5 แสนโดส

รัฐบาลโล่งใจ ผู้ป่วยฝีดาษวานรลิงลด ปรับระดับการเฝ้าระวัง

รัฐบาลยินดีที่จำนวนผู้ป่วยรายใหม่โรคฝีดาษวานรลดลง สะท้อนศักยภาพสาธารณสุขไทย พร้อมปรับมาตรการและแนวทางการควบคุมโรคให้สอดคล้องตามสถานการณ์

1 ตุลาคมถอด 'โควิด19' จากโรคติดต่ออันตรายเหลือแค่เฝ้าระวัง!

'อนุทิน' ลงนามประกาศกระทรวงสาธารณสุข 2 ฉบับถอดโรคโควิด19 จากโรคติดต่ออันตรายเป็นแค่โรคที่ต้องเฝ้าระวังแล้ว ให้มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป