สปสช.ย้ำสิทธิใส่รากฟันเทียม ต้องถึงขั้นใส่ฟันปลอมไม่ได้แล้วถึงผ่าตัดใส่รากฟันเทียม

29ต.ค.2565-ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) กล่าวถึงบริการผ่าตัดใส่รากฟันเทียมสำหรับผู้ไม่มีฟันทั้งปากในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2566 ตามโครงการฟันเทียม รากฟันเทียม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 ว่า สิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทองหรือสิทธิ 30 บาท) มีทั้งสิทธิทำฟันเทียมหรือที่เรียกง่ายๆ ว่าฟันปลอม และสิทธิการทำรากฟันเทียม โดยกรณีรากฟันเทียม คณะกรรมการ สปสช. ได้อนุมัติให้เป็นสิทธิประโยชน์ตั้งแต่ปี 2564 และเริ่มดำเนินการจริงตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2565 ที่ผ่านมา 

ทพ.อรรถพร กล่าวต่อไปว่า ในกรณีของการทำฟันเทียมนั้น ขณะนี้ทั้ง 3 กองทุนสุขภาพ คือบัตรทอง ประกันสังคม และข้าราชการ ได้จัดให้เป็นสิทธิประโยชน์แล้ว แต่ในส่วนของรากฟันเทียม ขณะนี้ยังมีเฉพาะสิทธิบัตรทองและไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกคน แต่มีเงื่อนไขคือผู้ใช้สิทธิบัตรทองที่สูญเสียฟันทั้งหมดของขากรรไกรบนและ/หรือขากรรไกรล่าง และมีการละลายตัวของกระดูกขากรรไกรมากจนไม่สามารถใส่ฟันเทียมตามวิธีปกติได้ หรือใส่ฟันปลอมทั้งปากแล้วหลวม/หลุดและทันตแพทย์ไม่สามารถแก้ไขได้แล้วจึงจะพิจารณาให้ใส่รากฟันเทียม 

ทพ.อรรถพร เน้นย้ำว่า การจะใส่รากฟันเทียมได้ ผู้ป่วยจะต้องทำฟันปลอมก่อน เพื่อที่ทันตแพทย์จะได้รู้ว่าเมื่อใส่ฟันปลอมแล้วสามารถใช้งานได้ บดเคี้ยวอาหารได้มากน้อยเพียงใด มีปัญหาอะไรหรือไม่ หากใส่แล้วไม่มีปัญหา สามารถบดเคี้ยวอาหารได้ ก็ไม่จำเป็นต้องใส่รากฟันเทียม แต่หากใส่ฟันปลอมแล้วหลวม หลุดง่าย ไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันตแพทย์จะทำการปรับแก้ จนกระทั่งไม่สามารถปรับแก้ได้แล้ว จึงจะพิจารณาให้ใส่รากฟันเทียม 

“ขั้นตอนการรับสิทธิ ผู้ป่วยก็ไปรับบริการที่หน่วยบริการประจำตามปกติ หากหน่วยบริการนั้นรักษาไม่ได้ ทันตแพทย์จะแนะนำให้ไปรับบริการในหน่วยบริการที่สามารถผ่าตัดฝังรากฟันเทียมได้ ซึ่งขณะนี้มีหน่วยบริการที่สามารถผ่าตัดได้ประมาณ 100 กว่าแห่งทั่วประเทศ และการไปรับบริการก็ไม่จำเป็นต้องใช้ใบส่งตัวแต่อย่างใด”ทพ.อรรถพร กล่าว 

ทั้งนี้ รากฟันเทียมที่ใช้สำหรับสิทธิบัตรทองนั้น จะเป็นรากฟันเทียมที่อยู่ในบัญชีนวัตกรรม ซึ่งผลิตโดยบริษัทคนไทย โดยองค์การเภสัชกรรมจะเป็นผู้จัดซื้อแทน สปสช. จากนั้นสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย จะเป็นผู้จัดการกระจายรากฟันเทียมเหล่านี้ไปที่ Center ของแต่ละจังหวัด เมื่อมีการให้บริการเกิดขึ้น สปสช.จะจ่ายชดเชยค่าบริการแบบเหมาจ่าย 17,500 บาท/ราย และยังมีค่าติดตามการรักษาปีที่ 1 เหมาจ่าย 700 บาท/ครั้ง ปีที่ 2-5 เหมาจ่ายปีละ 2,800 บาท โดยมีการติดตามการรักษาอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส้มขยาด! ไม่แตะ 30 บาท ดันปฎิรูป สปสช.ให้มีส่วนร่วมมากขึ้น

'เท้ง' ย้ำ 'ปชน.' ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยัน หนุนแก้กม.บัตรทองเพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิปชช.-ไม่เพิ่มภาระผู้ป่วย พร้อมดันปฏิรูป สปสช. ให้ภาคประชาชน-ผู้ให้บริการมีส่วนร่วมมากขึ้น

'พลอยทะเล' เผยข่าวดีผู้ป่วยบัตรทองใช้ยามะเร็ง 'ราชวิทยาลัย-สถาบันจุฬาภรณ์' ได้

รัฐบาลเผยผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง สามารถใช้สิทธิยามะเร็งนวัตกรรม 'ราชวิทยาลัย-สถาบันจุฬาภรณ์' เพิ่มโอกาสเข้าถึงยาประสิทธิภาพสูงอย่างทั่วถึง

รัฐบาลย้ำเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ ใช้สิทธิ UCEP รักษา รพ. ได้ทุกแห่ง

รัฐบาลย้ำผู้บาดเจ็บรถไฟชนรถเมล์ ใช้สิทธิ UCEP รักษา รพ.ทุกแห่ง ไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมประสานให้ได้รับการรักษาต่อเนื่อง หรือจนกว่าพ้นวิกฤต