
เมื่อนึกถึงตัวช่วยกรองฝุ่น PM 2.5 คนส่วนใหญ่มักนึกถึงอุปกรณ์ทันสมัยอย่างเช่น เครื่องฟอกอากาศหรือเครื่องกรองอากาศดีๆ แต่ว่ายังมีอีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญให้คนกรุง ก็คือ ต้นไม้ จุดเด่นของต้นไม้คือ ดักจับฝุ่นละอองในอากาศโดยไม่ต้องใช้พลังงาน พร้อมให้ความร่มรื่นจากต้นไม้สีเขียวขจี เพิ่มความเย็นสบายให้กับเมือง นอกจากนี้ ต้นไม้ยังประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เครื่องฟอกอากาศไม่มีอีกด้วย
มีงานวิจัยน่าสนใจตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่เผชิญปัญหาฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ทุกปีเมื่อฤดูกาลฝุ่นมาเยือน ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพราะฝุ่นละอองขนาดเล็กถูกจัดให้เป็นสารมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของมนุษย์ ทำให้คนตายก่อนวัยอันควร และเป็นสาเหตุอันดับสองของการเกิดโรคมะเร็งปอด การศึกษาเพื่อพัฒนานวัตกรรมลดฝุ่นจึงพิษจึงได้รับความสนใจจากทั่วโลก

รศ.ดร.ชัยรัตน์ ตรีทรัพย์สุนทร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ รศ.ดร.กัญจน์ ศิลป์ประสิทธิ์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมกันศึกษาวิจัย ”การใช้พืชยืนต้นบำบัดฝุ่นละอองอย่างยั่งยืน” ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณวิจัย โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) ถือเป็นงานวิจัยแก้ปัญหามลพิษอากาศฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะส่งผลให้งานวิจัยชิ้นนี้จัดแสดงในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565
จากประสบการณ์ทีมวิจัย ซึ่งมีความชำนาญด้านการใช้ต้นไม้ฟอกอากาศเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากว่า 10 ปี มีความคิดริเริ่มผลักดันองค์ความรู้ที่สะสมมาให้ถูกนำไปใช้จริง ก่อนหน้านี้ ศึกษาวิจัย”ไม้ประดับบำบัดมลพิษ” ต่อด้วยวิจัย”กำแพงต้นไม้บำบัดมลพิษชนิดควบคุมตัวเองอัตโนมัติ” เกิดนวัตกรรมช่วยลดฝุ่น สร้างพื้นที่สะอาดให้ชุมชนเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผลงานต้นไม้ยืนต้นบำบัดฝุ่นPM 2.5 คณะวิจัยคัดเลือกต้นไม้ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศในประเทศไทย ที่มีอากาศร้อนไม่เหมือนกับต่างประเทศที่ใช้พืชเมืองหนาว ,ศึกษากลไกการตอบสนองของต้นไม้ต่อฝุ่น ลักษณะทางกายภาพของต้นไม้เช่น ลักษณะใบ ขนาดของใบที่มีส่วนในการส่งเสริมการดักจับฝุ่นละอองในอากาศ ทั้งยังศึกษาการเปลี่ยนของโปรตีนเนื่องจากความเครียดของต้นไม้ที่ได้รับฝุ่นพิษผ่านเทคโนโลยีชีวสารสนเทศ ก็พบว่า ต้นไม้มีการสร้างโปรตีนช่วยลดความเครียดเพิ่มขึ้น มีการสังเคราะห์ด้วยแสงลดลง ทั้งยังจำลองรูปแบบการจัดวางต้นไม้เพื่อศึกษาความสามารถในการดักจับฝุ่นของต้นไม้ให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ คณะนักวิจัยพบว่า ต้นไม้ที่มีขนาดใบเล็ก จำนวนใบมาก มีใบขรุขระ มีเส้นใบและขนใบมากจะช่วยในการดักจับฝุ่นได้ดี เช่น ต้นโมก กัลปพฤกษ์ พะยุง นีออน จามจุรี หมากเหลือง ทรงบาดาล แก้ว และอินทนิล เป็นต้น แล้วยังพบขนาดใบที่เล็ก และความหนาแน่นสูง ช่วยชะลอความเร็วลมลดลง ทำให้ฝุ่นตกลงพื้น ขณะที่ต้นไม้คายน้ำ ฝุ่นละลายน้ำได้ มีข้อสรุปด้วยว่า การจัดวางต้นไม้ใหญ่และต้นไม้พุ่มเป็น 2 ชั้นที่ห่างกันอย่างเหมาะสมจะช่วยดักจับฝุ่นละอองได้มากกว่าร้อยละ 60 ด้วย
รศ.ดร.ชัยรัตน์ ตรีทรัพย์สุนทร นักวิจัย มจธ. กล่าวว่า จากองค์ความรู้งานวิจัยที่สะสมมาตั้งแต่ไม้ประดับมีประสิทธิภาพในการบำบัดสารมลพิษในอากาศ สารอินทรีย์ระเหยที่ปนเปื้อนในอากาศ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ก็พบพืชหลายชนิดที่มีประสิทธิภาพ เช่น กวักมรกต ลิ้นมังกร พลูปีกขนนก คล้าแววมยุรา พรมกำมะหยี่ เฟินขนนก ฯลฯ ซึ่งเป็นพืชที่ปลูกเลี้ยงง่าย ก่อนจะต่อยอดวิจัยนำพันธุ์พืชดังกล่าวมาติดตั้งเป็นกำแพงต้นไม้ที่ มจธ.
หลักการทำงานกำแพงต้นไม้ คือ อากาศที่ปนเปื้อนมลพิษจะเข้าทางด้านหน้าและผ่านชั้นตัวกรองกำแพงต้นไม้ อากาศสะอาดจะออกทางด้านหลัง และส่งเป็นม่านอากาศสะอาด ส่งผลให้ผู้ที่อยู่ใกล้บริเวณกำแพงต้นไม้จะได้รับอากาศที่สะอาด งานวิจัยชิ้นนี้คว้ารางวัลจากมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติปี 63
“ ข้อดีของต้นไม้ทำให้พัฒนางานวิจัยต่อเนื่องจนมาสู่วิจัยพืชยืนต้นลดฝุ่นชิ้นล่าสุด ซึ่งดีกว่าเทคโนโลยีกรองฝุ่น ที่ต้องเปลี่ยนไส้กรอง นำกระดาษกรองไปเผาทำลาย สร้างขยะและมลพิษ ไม่มีความยั่งยืนเท่าการปลูกต้นไม้กรองฝุ่น “ รศ.ดร.ชัยรัตน์ กล่าว
แม้การแก้ปัญหามลพิษอากาศ ต้องแก้ที่แหล่งกำเนิด ทั้งการเผาที่โล่ง การเผาไหม้ ฝุ่นละอองจากอุตสาหกรรม การก่อสร้าง แต่เมื่อยังแก้ไม่ได้ นักวิจัย มจธ. เผยนำมาสู่การวิจัยพืชยืนต้นบำบัดฝุ่น ไม่ใช่แค่ไม้ประดับ ได้แนวคิดจากงานวิจัยทั่วโลก ที่เรียก “Green Belt” หรือเข็มขัดสีเขียว เปรียบเหมือนเกราะป้องกันฝุ่นจากท้องถนนไม่เข้าสู่ชุมชนแหล่งอาศัย
มีการคัดเลือกต้นไม้ยืนต้นของไทยที่จับฝุ่นได้ดีเข้าห้องทดลอง รวมถึงนำต้นไม้ยืนต้นเข้าอุโมงค์ลมแล้วเป่าฝุ่นเข้าไปด้านใน เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการฟอกอากาศของพืชยืนต้นและมีการตรวจวัดค่าฝุ่นอีกด้วย ซึ่งพบพืชยืนต้นกว่า 10 ชนิด ช่วยบำบัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้ดี
“ ผู้ว่าฯ กทม. และผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดหากมีนโยบายสร้างเมืองสีเขียว หรือ Green City ควบคู่การจัดวางต้นไม้ใหญ่ต้นไม้ยืนต้นเพิ่ม จะส่งเสริมให้คุณภาพอากาศในเมืองดีขึ้น อย่างต้นโมก เป็นต้นไม้ลดฝุ่นที่เติบโตได้ดีในกรุงเทพฯ ส่วนในพื้นที่อื่นๆ หากไม่มีชนิดพันธุ์ในพื้นที่ตามผลวิจัย แล้วต้องการสร้างพื้นที่สีเขียวลดฝุ่น สามารถปรับประยุกต์เลือกต้นไม้ที่มีลักษณะใบใกล้เคียง มองระยะยาวฝุ่นจะถูกดักจับด้วยสวนป่ากลางกรุง ยังลดอุณหภูมิเมือง อสังหาริมทรัพย์ไทยก็ตื่นตัวทำสวนป่าในโครงการ ส่วนคนที่อาศัยย่านฝุ่นพิษก็ทำได้ แค่จัดวางต้นไม้ขนาดเล็ก ไม้ประดับ ไม้พุ่ม พลูต่างๆ บริเวณประตู หน้าต่าง ดักฝุ่น “ รศ.ดร.ชัยรัตน์ ชี้ กทม.ทำได้เลย
รศ.ดร.ชัยรัตน์ เสนอในท้ายผลวิจัยสามารถนำไปขยายผลต่อยอดเป็นองค์ความรู้ให้กับประชาชน เผยแพร่ในแวดวงวิชาการและส่งเสริมเกษตรกรในการคัดเลือกพันธุ์ไม้เพื่อการค้าได้อย่างเหมาะสม รวมถึงพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นละอองอย่างยั่งยืนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รฟท.ปรับแผนสร้างทางคู่'เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ'สู้วิกฤติฝุ่นภาคเหนือ
รฟท.อัปเดตทางคู่สายเหนือ “เด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ”งานก่อสร้างคืบหน้า 59.570% ลุยปรับแผนสู้วิกฤติฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ ยันเดินหน้าเดินหน้างานต่อเนื่องไม่สะดุดเร่งทุกสัญญา ดันเปิดให้บริการตามเป้าปี 2571
'ปลัด มท.' ขึ้น ฮ. สั่งการดับไฟป่า หดหู่เผาจนควันเต็มเขา
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังคงลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่เชียงใหม่และภาคเหนือต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยว่า
คนกรุงอ่วม! ส้มทั้งเมือง ฝุ่นPM2.5 พุ่ง 38 เขต
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ขอรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 07:00 น.

