
7 มิ.ย.2569-นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกรณีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตรวจพบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินีในพื้นที่เขตห้วยขวาง จำนวน 53 ราย และส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึกว่า ตนขอขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ที่ได้ดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แต่เห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ควรหยุดอยู่เพียงพื้นที่ห้วยขวางเท่านั้น
นายชัยชนะ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เร่งขยายผลการตรวจสอบไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติเข้าไปลงทุนและถือครองทรัพย์สินจำนวนมาก อาทิ กรุงเทพมหานคร จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ และอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้รับข้อมูลและข้อร้องเรียนจากประชาชนอย่างต่อเนื่องว่ามีการใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นนอมินีจัดตั้งบริษัทแทนคนต่างชาติ รวมถึงมีการถือครองที่ดินและดำเนินธุรกิจผ่านโครงสร้างที่อาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงกฎหมาย
“เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการกระทำผิดกฎหมายธุรกิจทั่วไป แต่มีลักษณะเป็นขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางธุรกิจ และโอกาสของผู้ประกอบการไทย หากปล่อยปละละเลยจะทำให้คนไทยเสียเปรียบในการแข่งขัน และสูญเสียผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว”
นายชัยชนะ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการแถลงข่าวหรือดำเนินการเป็นครั้งคราว แต่ต้องมีการตรวจสอบเชิงรุก ติดตามเส้นทางการเงิน และบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำผิดทุกกรณี
“ขออย่าทำเพียงแค่พูดเอาดี เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติโดยตรง ประชาชนกำลังรอเห็นการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และต้องการให้รัฐบาลแสดงความจริงใจในการปราบปรามนอมินีและทุนต่างชาติที่เข้ามาแสวงหาประโยชน์โดยไม่เคารพกฎหมายไทย”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดตัว‘Thailand Content Market’ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ตลาดโลก
"พาณิชย์" เปิดตัว "Thailand Content Market" เวทีธุรกิจคอนเทนต์ระดับนานาชาติงานแรกของไทย ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยสู่ตลาดโลก ตั้งเป้า 2,000 ล้านบาท
'การดี-กูรูไอที' เปิดผลวิเคราะห์โครงการ TH-AI Passport ด้อยกว่าเวอร์ชั่นฟรี จี้ยกเลิกหวั่นสูญ 1,600 ล้าน
นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเวที Q&A เจาะลึก ''TH-AI Passport'' วิเคราะห์คุณสมบัติ และการทำงาน พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้เชี่ยวชาญ พร้อมวิเคราะห์คุณสมบัติและการทำงาน AI ในโครงการ TH AI-Passport
'เท้ง' มั่นใจซักฟอกสะเทือนรัฐบาลแน่ ชี้ปัญหาทุจริตวนเวียนรอบตัว 'อนุทิน'
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดงานฟอรัมผู้นำฝ่ายค้าน เกิด-แก่-เจ็บ-โกง ว่า การกล่าวปิดท้ายของนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ในเวทีวันนี้
ปชน. เร่งยกร่างคำร้องยื่น ป.ป.ช. สอบ TH-AI Passport ชี้จัดซื้อจัดจ้างผิดปกติ คนในรัฐบาลมีผลประโยชน์ทับซ้อน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี TH-AI Passport ที่จะมีการยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ตามหลักกฎหมาย ป.ป.ช.สามารถทำงานเชิงลึกตรวจสอบได้ โดยไม่ต้องมีใครไปร้อง ส่วนคำร้องของพรรคประชาชนอยู่ระหว่างการยกร่างคำร้อง
ปชน. เดินหน้าดัน 'พรบ.จัดซื้อจัดจ้าง 3.0' แก้ทุจริต รื้อระบบไม่ให้ล็อกสเปก
นายวิสุทธิ์ ตันตินันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการแก้ทุจริตโดยถูกระเบียบด้วยพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดซื้อจัดจ้าง 3.0 โดยระบุถึงปัญหาในโครงการผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ซึ่งเป็นการสร้างกฎระเบียบที่เอื้อให้เกิดการฮั้ว และส่วนใหญ่เป็นลักษณะรัฐจ้างรัฐโดยไม่ต้องแข่งขัน บางส่วนใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงในโครงการที่ต่ำกว่า 5 แสนบาท ทั้งยังมีกรณีบัญชีนวัตกรรม ที่กำหนดให้หน่วยงานรัฐจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยใช้เงินงบประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ผ่านผู้รับเหมา
'ภคมน' เชื่อตอนจบ 'โกงสอบท้องถิ่น' จับตัวการใหญ่ไม่ได้ มีแค่ขรก.มหาดไทย 5 คนถูกสอบวินัย
พรรคประชาชน เปิดวงเสวนาถกทางออก "เกิด แก่ เจ็บ โกง" ชูแก้ทุจริต 'ภคมน' จี้ 'อนุทิน 1' โทรหา 'อนุทิน 2' สั่งตรวจเส้นเงินทุจริตสอบท้องถิ่น กังขาอุ้มลาสบอสพ้นผิด ด้าน 'วิสุทธิ์' เผยจ่อดันพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 3.0" ขณะ 'เพียงพนอ' ชง 3 ข้อสร้างรัฐบาลโปร่งใส จี้ กิโยตินกฎหมาย ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน

