
'กอ.รมน.' ขอเคารพต่อคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมศึกษารายละเอียดเพื่อใช้สิทธิตามกระบวนการยุติธรรมยื่นฎีกาต่อในชั้นศาลฎีกา
12มิ.ย.2569- พลตรี ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ขอชี้แจงว่า ได้รับทราบคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในคดีที่สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล กอ.รมน. เป็นคู่ความในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหายและดำเนินการลบข้อความที่เป็นประเด็นในคดีดังกล่าว
กอ.รมน. ขอยืนยันถึงการเคารพต่อคำพิพากษาของศาล และยึดมั่นในหลักนิติธรรม รวมทั้งให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติธรรมของประเทศเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ เนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดของคำพิพากษาอย่างรอบคอบ เพื่อประกอบการพิจารณาใช้สิทธิตามกฎหมายในการยื่นฎีกาต่อศาลฎีกา ซึ่งเป็นสิทธิที่คู่ความทุกฝ่ายสามารถดำเนินการได้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมตามปกติ
กอ.รมน. ขอยืนยันว่า การดำเนินงานที่ผ่านมาได้ยึดถือกฎหมาย ระเบียบ และนโยบายของรัฐเป็นสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
พร้อมกันนี้ กอ.รมน. จะนำข้อพิจารณาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการยุติธรรมมาใช้ในการทบทวนและพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้มีความเหมาะสม โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน หลักธรรมาภิบาล และความคาดหวังของสังคม เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนโดยรวม
กอ.รมน. ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า หน่วยงานจะดำเนินการทุกประการภายใต้กรอบของกฎหมาย ด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส และเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามหลักการของรัฐธรรมนูญและหลักนิติรัฐต่อไป
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ศาลแพ่ง อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่ นางอังคณา นีละไพจิตร และนางอัญชนา หีมมิหน๊ะ นักสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหน่วยงานควบคุม (กอ.รมน.) และกองทัพบก เป็นจำเลยที่ 1-2 กรณีถูกเผยแพร่ข้อมูลโจมตีผ่านปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO บนสื่อออนไลน์จากเว็บไซต์ Pulony.blogspot.com อยู่ภายใต้การควบคุม กำกับดูแลระบบ และการจัดการข้อมูลของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า อยู่ภายใต้การควบคุม กำกับดูแลระบบ และการจัดการข้อมูลของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
โดยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้สำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งกำกับดูแลกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จำเลยที่ 1 ลบข้อความและนำภาพถ่ายออกจากเว็บไซต์ pulony.blogspot.com ภายใน 7 วันนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด นอกจากนี้ยังให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่นางอังคณา เป็นเงิน 120,000 บาท และชดใช้ค่าเสียหายแก่ น.ส.อัญชนา เป็นเงิน 90,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 210,000 บาท
อังคณา-อัญชนา ชนะคดีIOโจมตี สั่งลบข้อมูล7วัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รองนายกฯ บอกยกเลิกหน่วยงานทำได้แต่ไม่ง่าย
'ปกรณ์' ชี้ยกเลิกหน่วยงานทำได้ แต่ไม่ง่าย หลังมีข้อเสนอใน กมธ.งบ ให้ยุบ 'กอ.รมน. - ป.ย.ป.' บอก ต้องแจงเหตุผลเปรียบเทียบดี-ไม่ดี อย่างไร
กอ.รมน. เตือน! หยุดแชร์ภาพ AI ปลอม 'ในหลวง–พระราชินี'
กอ.รมน. เตือนหยุดแชร์ภาพ AI ปลอม 'ในหลวง–พระราชินี' และพระบรมวงศานุวงศ์ วอนปชช.ใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบแหล่งที่มาทุกครั้ง ป้องเฟกนิวส์ไม่ให้สังคมสับสน
กสม.ขับเคลื่อนงานป้องกันการทรมาน แนะกอ.รมน.ภาค 4 สน. ติดกล้องบันทึกภาพอย่างเคร่งครัด
กสม. สานต่อความร่วมมือ ตร. ขับเคลื่อนงานป้องกันการทรมาน เพื่อยกระดับมาตรฐาน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และสถานีตำรวจตามหลักสิทธิมนุษยชน แนะ กอ.รมน. ภาค 4 สน. กำชับเจ้าหน้าที่ติดกล้องบันทึกภาพเหตุการณ์อย่างเคร่งครัด หลังปรากฏกรณีจับกุมผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงโดยอ้างเหตุสุดวิสัยไม่บันทึกภาพ
ผงะ! ตร.จับผู้ต้องหาคดีบึ้มปั๊ม ปตท.ปัตตานีได้ที่สถานีกลางบางซื่อ
ตร.ควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลอบวางระเบิดพื้นที่เมืองปัตตานี ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เผยพฤติการณ์ดูต้นทาง
'กสม.' ชี้ โรงเรียนเอกชนให้ออก นักเรียนสูบบุหรี่ไฟฟ้า ลงโทษเกินระเบียบศธ. แนะช่วยเหลือฟื้นฟู
'กสม.' ชี้ โรงเรียนเอกชนลงโทษนักเรียนสูบบุหรี่ไฟฟ้าด้วยการให้ออก เป็นการลงโทษเกินระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ แนะให้ช่วยเหลือฟื้นฟูโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก
กสม.เสนอ ก.ตร. มิให้ใช้สภาพความพิการ เป็นเหตุเหมารวมตัดสิทธิเข้ารับราชการ
กสม. เสนอ ก.ตร. แก้ไขหลักเกณฑ์ลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการตำรวจ มิให้ใช้สภาพความพิการเป็นเหตุเหมารวมตัดสิทธิเข้ารับราชการ แนะพิจารณาความสามารถเป็นรายกรณี

