
แฟ้มภาพ
11 มิ.ย.2565 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชื่นชมความร่วมมือระหว่างไทยและเยอรมนีที่ได้ร่วมกันผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย ผ่านกิจกรรม “EV Hackathon: Future EV Mobility Creative Contest for Sustainability #EV4Sustain” เป็นการแข่งขันความคิดสร้างสรรค์สำหรับการคมนาคมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ต่อยอดนโยบายส่งเสริมการใช้รถEV และนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green (BCG) Economy) ของรัฐบาล
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) และสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ร่วมกันจัด กิจกรรม “EV Hackathon: Future EV Mobility Creative Contest for Sustainability #EV4Sustain” การแข่งขันความคิดสร้างสรรค์สำหรับการคมนาคมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2565 เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่จัดขึ้น เนื่องในวาระครบรอบ 160 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเยอรมนี ซึ่งเป็นกิจกรรมแข่งขันความคิดสร้างสรรค์สำหรับคมนาคมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตเพื่อพัฒนาอย่างยืน โดยมีหัวข้อการแข่งขัน คือ ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) มุ่งขับเคลื่อนพันธมิตรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน (Partners for Sustainable Growth) ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและเยอรมนี ซึ่งถือได้ว่าเยอรมนีเป็นประเทศที่มีหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยมาอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ทั้งการศึกษา สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
นายธนกร กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้สอดรับกับนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Economy) ของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) ของประเทศตามนโยบาย 30@30 ที่รัฐบาลมุ่งให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นนวัตกรรมที่มิตรกับสิ่งแวดล้อม และช่วยลดภาวะทางอากาศ โดยรัฐบาลตั้งเป้าผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) รถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์และพัฒนาประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าโลกภายในปี ค.ศ. 2030
“นายกรัฐมนตรีเดินหน้าผลักดัน การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาของนายกรัฐมนตรีรวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับยานยนต์ไฟฟ้า การส่งเสริมสถานีอัดประจุไฟฟ้า การพัฒนากฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการอัดประจุ และการส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ตลอดจนการจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้ว และการพัฒนากำลังคน ทั้งนี้เพื่อพร้อมเดินหน้าพัฒนาประเทศรองรับนวัตกรรม เป็นศูนย์กลางที่มีศักยภาพในภูมิภาค ซึ่งในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีขอบคุณสัมพันธไมตรีอันดีจากประเทศเยอรมนีที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมไทยมาอย่างต่อเนื่อง” นายธนกร กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' โชว์ขับรถพ่วงข้างพุ่มพวง พา 'ศุภจี' ซ้อนท้าย เปิด ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ
ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการเปิดกิจกรรม “ไทยช่
นายกฯ ลงนามตั้งคกก.แก้ปัญหาชายแดนใต้ ตั้ง ’สีหศักดิ์‘ นั่งประธาน ’วันนอร์‘ ที่ปรึกษา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 139 /2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการผู้แทนพิ
นายกฯ พยักหน้ารับ กู้เงิน 4 แสนล้าน สร้างความเชื่อมั่นได้
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม
นายกฯ เป็นประธานพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2568
ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีรับพระร
นายกฯ เผยใกล้ไฟนอล 'ครม.เศรษฐกิจ' แล้ว
ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณ
การทูตสไตล์หนู! 'อนุทิน' พา 'รมว.กลาโหม สิงคโปร์' กินโจ๊กเจ้าดังบางรัก
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ช่วงเช้าก่อนเดินทางเข้าปฎิบัติหน้าที่ทำเนียบ

