รัฐบาลยันไม่เดินหน้าโครงการจะนะ ก่อนรู้ผลประเมิน SEA

1 ก.ค. 2565 – นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนของประชาชนบางกลุ่มต่อเรื่องแนวทางการพัฒนา อ.จะนะ จ.สงขลา และมีการส่งต่อข้อมูลจนเกิดความเข้าใจผิดอยู่ในเวลานี้ ข้อเท็จจริงคือ มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2564 มอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปดำเนินการการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment-SEA) สอดรับที่เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นเสนอให้มีการจัดทำรายงานผลกระทบฯ ดังกล่าว ขณะนี้ การกำหนดขอบเขตในการรับฟังความคิดเห็นได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการจัดจ้างสถาบันการศึกษาเพื่อจัดทำ SEA ต่อไปโดยเร็ว ซึ่งจะไม่มีการดำเนินโครงการใดๆก่อนจะได้รับทราบผลการประเมินอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ รัฐบาล โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และ สศช. จะไม่ปล่อยให้มีการดำเนินโครงการใดๆ ก่อนที่การประเมิน SEA จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลรับทราบถึงข้อห่วงใยของประชาชน และพร้อมที่จะดำเนินการให้เกิดความกระจ่าง เพื่อนำไปสู่ความสบายใจของทุกฝ่าย ตามนโยบายการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมและศักยภาพของพื้นที่ จากโครงการเมืองต้นแบบที่ดำเนินการไปแล้ว คือ อ.เบตง จ.ยะลา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และอ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส และคาดหวังจะขยายผลไปยัง อ.จะนะ จ.สงขลา เป็นเมืองที่สี่ต่อไป หากผลการศึกษาฯ เป็นที่ยอมรับของคนในพื้นที่โดยทั่วกัน

นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อกังวลต่อโครงการที่ได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินการต่อระหว่างนี้ ศอ.บต.ยืนยันว่าไม่ใช่โครงการก่อสร้างแต่อย่างใด แต่เป็นโครงการรายงานการศึกษาที่อยู่ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น รายงานการศึกษาแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ รายงานการศึกษาธรรมนูญชุมชน รวมถึงการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เท่านั้น ซึ่งทั้งหมดมีความจำเป็นต้องเดินหน้าต่อ กล่าวคือ แผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่เป็นแกนกลางของการศึกษาเรื่องอื่นๆ หากไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ จะส่งผลให้ SEA ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้เช่นกัน ทั้ง 2 เรื่อง จึงต้องดำเนินการคู่ขนานกันไป เพื่อให้ทิศทางการพัฒนาสอดรับกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ขณะที่ การศึกษาธรรมนูญชุมชน โดยสถาบันการศึกษาที่เป็นกลางและเข้าใจกระบวนการสันติวิธี จะใช้เป็นข้อตกลงกลางระหว่างประชาชนที่เสนอความต้องการและส่วนราชการที่ต้องดำเนินการตามข้อเสนอ เช่น ทุนการศึกษา การสร้างอาชีพให้กับประชาชน การเตรียมพร้อมด้านการเกษตรและประมง การให้ความช่วยเหลือเยียวยาประมงพื้นบ้าน เป็นต้น

“จึงขอให้ทุกฝ่ายรับฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อมิให้เกิดความเข้าใจผิดและนำไปสู่ความขัดแย้งในวงกว้าง รัฐบาลตระหนักถึงความแตกต่างทางความคิดของทุกฝ่าย และยืนยันให้มีการศึกษาอย่างรอบคอบโดยหน่วยงานที่ทุกฝ่ายยอมรับ เพื่อทุกภาคส่วนจะได้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ สร้างเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี บนพื้นฐานการทำงานที่ประชาชนต้องได้ประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่เป็นของกลุ่มทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น” รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'

สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน

'ศุภจี' จ่อคุย 'เอกนิติ' ใช้งบหรือเงินกู้ ลุย 'ไทยเที่ยวไทยพลัส'

'ศุภจี' ขอดูความเหมาะสมใช้งบประมาณ หรือเงินกู้ 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' รับต้องดูความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องออกพร้อม 'ไทยช่วยไทยพลัส'

'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ

รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

เร่ง กฟภ. ขยายเขตไฟฟ้า 'ปราสาทตาควาย-เนิน 350' เสร็จต้นปี 70

รัฐบาลสั่งการ กฟภ. เร่งขยายเขตไฟฟ้า 'ปราสาทตาควาย-เนิน 350' ให้แล้วเสร็จภายในต้นปี 70 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและขวัญกำลังพลแนวหน้า เสริมสร้างความมั่นคงชายแดน