ฝ่ายความมั่นคง เปิด 4 เงื่อนไขเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา

แฟ้มภาพ

4 ม.ค.2566 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ (3 ม.ค.) ในช่วงท้ายของการประชุมมีการพิจารณาวาระลับ เรื่องการพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนไทย – กัมพูชา โดยพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้นำวาระเรื่องนี้เข้ามาหารือใน ครม. โดยการประชุมในวาระนี้ใช้เวลาประมาณ 20 นาที และได้มีการเชิญผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกนอกที่ประชุม ครม. โดยเมื่อเดือนธ.ค.65 พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธาน JTC ไทย-กัมพูชา (ฝ่ายไทย) ได้หารือกับ นายซุย แซม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานกัมพูชา ในฐานะประธาน JTC ไทย-กัมพูชา (ฝ่ายกัมพูชา) ได้ร่วมกันผลักดันความร่วมมือพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อสำรวจแหล่งพลังงานน้ำมันและแก๊สในพื้นที่บริเวณพื้นที่ปิโตรเลียมทับซ้อน ไทย-กัมพูชา (Overlapping Claims Area : OCA) ซึ่งทางกัมพูชายินดีที่จะร่วมมือกับฝ่ายไทยโดยใช้โครงสร้างของ คณะกรรมการร่วม (Joint Committee : JC) ระหว่างไทย -กัมพูชา เพื่อสำรวจแหล่งพลังงานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ รองรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศต่อไป

ทั้งนี้มีรายงานข่าวจากฝ่ายความมั่นคง ระบุว่า ในการพูดคุยครั้งที่ผ่านมาจะไม่มีการพูดถึงเงื่อนไขเรื่องเขตแดน เพราะถ้าคุยเรื่องเขตแดนจะไปต่อไม่ได้ เพราะเรื่องเขตแดนยังทับซ้อนกันและยังตกลงกันไม่ได้ แต่เมื่อเกิดปัญหาวิกฤตพลังงานจากผลพวงสงครามรัสเซีย-ยูเครนและอีกหลายปัจจัย ทำให้เราต้องดึงเอาพลังงานที่มีอยู่ในพื้นที่มาใช่ร่วมกัน โดยที่ประชนทั้งสองประเทศได้ประโยชน์ร่วมกัน โดยมี 4 เงื่อนไขสำคัญ ได้แก่

1) รัฐบาลเห็นชอบร่วมกัน และต้องประกาศใช้ประชาชนเข้าใจ ไม่ขัดแย้งกันเอง 2)ต้องให้สภาฯให้ความเห็นชอบร่วมกันทั้ง 2 ประเทศ 3) ไม่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ 4)ต้องใช้ประโยชน์ร่วมกัน เช่นแบ่งกันคนละครึ่ง

“อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราคุยกันไว้ในเรื่องพลังงาน เปรียบเหมือนมีเงินในกระเป๋า แต่ไม่สามารถเอาออกมาใช้ได้ อันนี้ถือว่าไม่ใช่ความสามารถของรัฐบาล ดังนั้นความสามารถของรัฐบาลก็คือมีเงินอยู่ในกระเป๋าแล้วเอาออกมาใช้ได้ เพราะฉะนั้นข้อตกลงที่เราคุย จากนี้ไปก็จะมีการประชุมหารือตั้งคณะทำงานร่วมกัน หลังเอามาเข้าประชุมวงเล็กในที่ประชุม ครม. วานนี้ (3ม.ค.) สำหรับหน่วยงานที่ต้องขับเคลื่อนหลัก เช่น กระทรวงการต่างประเทศ เพราะเป็นเรื่องเส้นเขตแดนเพราะเป็นพื้นที่ทับซ้อน , กระทรวงพลังงาน เพราะเป็นเรื่องวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น เป็นต้น” แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคง ระบุ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สีหศักดิ์' ยื่นหนังสือถึงข้าหลวงใหญ่ฯ ซัด 'ทอม แอนดรูว์ส' บิดเบือนข้อมูลมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง

เปิดหนังสือ รมว. กต. ส่งถึงท่าหลวงใหญ่เพื่อ สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กรณีแถลงการณ์ของ“ ทอม แอนดรูส์” ผู้เสนอรายงานพิเศษ เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษชนในกัมพูชา พาดพิงไทยด้วยข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง

นายกฯ หารือเลขาธิการอาเซียน เสียใจกัมพูชาเลือกกระบวนการประนอมภาคบังคับ

นายกฯ หารือเลขาธิการอาเซียน ย้ำบทบาทไทยในฐานะสมาชิก พร้อมแจงสถานการณ์ชายแดน เสียใจกัมพูชาเลือกประนอมภาคบังคับ

ไทยสวนหมัดเด็ด! ยื่น UN ขอหารือคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ จี้ปราบสแกมฯในกัมพูชา โต้ยิบรายงาน 'ทอม แอนดรูว์ส'

กต. แถลงท่าทีรัฐบาลไทย เผยเตรียมทำหนังสือถึงประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน ที่นครเจนีวา หลัง “ทอม แอนดรูส์” เสนอรายงานพิเศษพาดพิงประเทศไทย มีหลายประเด็นที่ไม่เห็นด้วย ชี้กระทบความเป็นกลาง -เที่ยงธรรม “สีหศักดิ์”

กต.ออกแถลงการณ์โต้ Tom Andrews ตัวแทนยูเอ็นแนะควรเป็นกลาง เที่ยงธรรม

กต.ออกแถลงการณ์ โต้ Tom Andrews ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ชี้ กลไกพิเศษภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ควรเป็นกลาง เที่ยงธรรม และการพิจารณาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ

นักวิชาการห่วง ‘อนุทิน’ เร่งเจรจาฟื้นสัมพันธ์ ‘กัมพูชา’

รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

‘สุรเดช’ ซัด ‘รมว.กลาโหม’ พูดบั่นทอนทหาร ลั่นเหตุยิงทหารพรานต้องไล่ล่าถึงที่สุด

'สุรเดช' ประณามผู้ก่อเหตุยิงทหารพราน จวก 'รมว.กลาโหม' พูดบั่นทอนกำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชา ลั่น อุกอาจแบบนี้ต้องไล่ล่า ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่อย่างนั้นย่ามใจ ติง พูดคุยสันติสุข ถูกฝาถู