ว่อนเน็ต! ทร.แจงเอกสารซ่อมบำรุง 'เรือหลวงสุโขทัย'


5 ม.ค.2565 - พลเรือเอก ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่มีสื่อสังคมออนไลน์ บางสำนักวิพากษ์วิจารณ์การซ่อมบำรุงเรือหลวงสุโขทัย โดยระบุว่าแผ่นเหล็กที่ใช้ซ่อมบำรุง "เรือหลวงสุโขทัย” ในปี 2561 เคยมีปัญหา ไม่ผ่านมาตรฐานกองควบคุมคุณภาพการต่อเรือ เพราะพบว่าแผ่นเหล็กตัวเรือใต้แนวน้ำบางกว่าที่กำหนดนั้น

จากการตรวจสอบพบว่า เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ซึ่งจากการตรวจสอบกับ กรมอู่ทหารเรือ ซึ่งเป็นหน่วยที่มีหน้าที่ในการซ่อมและสร้างเรือให้กับกองทัพเรือ

พลเรือโท สุทธิศักดิ์ บุตรนาค เจ้ากรมอู่ทหารเรือ ได้ให้ข้อมูลว่า ข้อมูลที่มีการนำเสนอและวิพากษ์วิจารณ์นั้น เป็น ข้อมูลการวัดความหนาแผ่นเหล็กตัวเรือของเรือหลวงสุโขทัย ในห้วงการซ่อมทำเรือหลวงสุโขทัยตามวงรอบที่อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ในระหว่าง วันที่ 12 กรกฎาคมถึง 3 กันยายน 2561 โดยกองควบคุมคุณภาพ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ได้ทำการวัดความหนา เมื่อวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2561 เพื่อให้ทราบสภาพแผ่นเหล็กตัวเรือทั้งหมดตลอดลำ ซึ่งจะมีแผ่นเหล็กบางจุดมีความหนาน้อยลงจากเดิมเกิน 25% จำนวน 13 จุดซึ่งเป็นข้อมูลจริงตามที่มีการนำเสนอในสื่อสังคมออนไลน์ แต่ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด เนื่องจากขาดข้อมูลการซ่อมทำของอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช

เจ้ากรมอู่ทหารเรือ กล่าวว่า กระบวนการซ่อมทำของเรือหลวงสุโขทัยของอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดชนั้นมีขั้นตอนตั้งแต่การนำเรือเข้าอู่แห้ง ฉีดน้ำทำความสะอาดสิ่งสกปรกและพ่นทรายเพื่อลอกเพรียงและสีของตัวเรือใต้แนวน้ำ จากนั้นจะทำการสำรวจอุปกรณ์ใต้น้ำต่างๆเช่น โดมโซนาร์ ตรวจสอบวัดระยะ เบียดของแบริ่งรองรับเพลา ตรวจสอบระบบใบจักร ตรวจวัดความหนาของแผ่นเหล็กตัวเรือใต้แนวน้ำและเหนือแนวน้ำ ซึ่งหากพบว่าความหนาลดลงกว่า 25% ของความหนาแผ่นเหล็กเดิม ซึ่งเกิดจากการผุกร่อนตามระยะเวลา ก็จะทำการตัดเปลี่ยนแผ่นเหล็กตัวเรือที่มีการชำรุด โดยการตัดเปลี่ยนบรรจุแผ่นเหล็กใหม่ด้วยแผ่นเหล็กทนแรงดึงคุณภาพสูง High Tensile ซึ่งเมื่อทำการตัดเปลี่ยนแผ่นเหล็กเสร็จแล้วจึงจะเข้าสู่กระบวนการของการทำสีตัวเรือใต้แนวน้ำตามมาตรฐานเพื่อป้องกันการผุกร่อนของตัวเรือ ป้องกันเพรียง นอกจากนั้นจะมีงานที่ไม่สามารถซ่อมทำขณะเรือลอยอยู่ในน้ำได้เช่น การตรวจสอบและซ่อมทำลิ้นน้ำที่อยู่ใต้แนวน้ำทั้งหมด รวมถึงการติดสังกะสีกันกร่อน

เมื่อการซ่อมทำตัวเรือใต้แนวน้ำเสร็จเรียบร้อย จึงจะนำเรือออกจากอู่แห้งและทำการสูบน้ำเข้าอู่แห้งให้เรือลอยพ้นหมอนรองรับเรือ เพื่อตรวจสอบการรั่วของตัวเรือ และงานใต้แนวน้ำที่ซ่อมทำโดยหากพบการรั่วของน้ำเข้าตัวเรือจะทำการแก้ไขและหากแก้ไขไม่ได้จำเป็นต้องนำเรือนั่งหมอนในอู่แห้งใหม่ ทั้งนี้ภายหลังการซ่อมทำแล้วได้มีการตรวจสอบแนวเชื่อมด้วย Visual Check และ Vacuum Test ตามมาตรฐานคุณภาพ ของกรมอู่ทหารเรือก่อนการทดลองเรือในทะเลจริงเพื่อส่งมอบให้กับกองเรือยุทธการ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 โดยที่ผ่านมา เรือหลวงสุโขทัย ได้มีการออกปฏิบัติราชการหลายครั้ง และสามารถปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า กรมอู่ทหารเรือเป็นหน่วยงานที่มีมาตรฐานและความเชี่ยวชาญการซ่อมและสร้างเรือของกองทัพเรือ โดยกรมอู่ทหารเรือที่มีมาอย่างยาวนาน ผ่านผลงานการซ่อมเรือและสร้างเรือมามากมาย

ขณะที่ โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า กองทัพเรือจะบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ ให้สามารถดำรงอำนาจกำลังรบในการรักษาอธิปไตยและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง ส่วนข้อมูลที่มีการนำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์นั้น หลายความคิดเห็นอยู่บนพื้นฐานของการมีข้อมูลที่จำกัดและไม่ได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน หรือบางครั้งมีการนำเอาความคิดเห็นจากแหล่งข่าวที่ไม่ปรากฏมานำเสนอ ประเด็นเหล่านี้อาจสร้างความสับสนให้กับสังคมทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘กต.-ทร.’จัดหนัก รายงานUNเอียง เลือกฟัง‘กัมพูชา’

“กต.-ทร.” ประสานเสียง ซัดรายงานผู้แทนยูเอ็นฟังความข้างเดียว ทำให้ไม่เป็นกลาง-ขาดความน่าเชื่อถือ โต้ยิบทั้งเรื่องผู้พลัดถิ่น-แรงงาน

กองทัพเรือ เผยคืบหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดนตราด ลดพื้นที่ปนเปื้อนแล้วกว่า 60%

กองทัพเรือเดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ปรับลดพื้นที่ปนเปื้อนแล้วกว่า 60% ตามถ้อยแถลงร่วมไทย–กัมพูชา ส่วนพื้นที่เก็บกู้ร่วมยังไม่มีความคืบหน้า

ผบ.ทร.รับรายงานผลคัดเลือกเรือฟริเกตแล้ว รอตรวจเอกสารก่อนชงกลาโหม-ครม.

บ.ทร.เผยได้รับรายงานผลการพิจารณาคัดเลือกเรือฟริเกตสมรรถนะสูงแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบความเรียบร้อยของเอกสารก่อนเสนอปลัดกลาโหมตามขั้นตอน พ

ทร. ยันเรือที่ปรากฏในข่าวไม่ใช่เรือสัญชาติไทย ตรวจแล้วเรือสินค้าไทยในพื้นที่ยังปลอดภัย

พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์เ

ทัพเรือภาคที่ 3 ส่งกำลังพลฝึกกู้ภัยน้ำเชี่ยว เสริมศักยภาพรับมืออุทกภัยฝั่งอันดามัน

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 3 จัดส่งกำลังพลเข้ารับการฝึกกู้ภัยในกระแสน้ำเชี่ยว เพื่อเพิ่มทักษะการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่