เตือนคนไทยอย่าหลงเชื่อโฆษณาชวนทำงานที่ UAE แฉนายหน้าหลอก ผิดกฎหมาย กลายเป็นหนี้

18 ก.ค.2566- นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมกรณี สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศเตือน คนไทยอย่าหลงเชื่อโฆษณารับสมัครไปทำงานที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ให้ค่าตอบแทนสูง ในระยะสั้น ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ระบุวีซ่าที่ผู้จัดหาให้มักเป็นวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งการทำงานโดยใช้วีซ่าท่องเที่ยว “ผิดกฎหมาย” “เรื่องจริง อาจไม่เหมือนที่โฆษณา”

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้รับการติดต่อขอความช่วยเหลือจากคนไทย หลังถูกนายหน้าชักชวนมาทำงานที่ UAE ผ่านโซเชียลมีเดีย ให้ค่าตอบแทนสูง ในระยะเวลาอันสั้น พร้อมเสนอออกค่าตั๋วเครื่องบินและค่าวีซ่าให้ก่อน แต่ในความเป็นจริงไม่ได้รับเงิน แล้วยังกลายเป็นหนี้ ที่ต้องชำระในจำนวนที่สูงกว่าที่ตกลงกันไว้ และผิดกฎหมาย โดยเมื่อเดินทางมาถึง UAE จะมีคนมารับไปทำงานที่ร้านผิดกฎหมาย บังคับให้ขายบริการทางเพศ และถูกยึดหนังสือเดินทาง โดยมีหลายรายถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งนายหน้ามักจะทำเป็นวีซ่าท่องเที่ยว โดยการทำงานด้วยวีซ่าท่องเที่ยวนั้นผิดกฎหมาย มีโทษปรับสูงถึง 50,000 ดีแรห์ม (ประมาณ 473,000 บาท) จำคุก และอาจถูกเนรเทศไม่ให้กลับเข้า UAE อีก และหากถูกจับดำเนินคดีตามกฎหมาย UAE แล้ว สถานกงสุลใหญ่ฯ ไม่สามารถก้าวก่ายกระบวนการทางกฎหมายของ UAE ได้ รวมถึงจะไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ตรวจสอบบุคคลหรือบริษัทรับสมัครงานว่าเป็นผู้รับอนุญาตจัดหางาน และได้รับอนุญาตโฆษณาจัดหางานตามระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยการโฆษณาการจัดหางาน พ.ศ. 2561 หรือไม่ รวมทั้งศึกษาข้อมูลการทำงานในต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตามช่องทางของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ก่อนตัดสินใจไปทำงาน ทั้งนี้ หากต้องการความช่วยเหลือ กรณีถูกบังคับค้าประเวณี กักขังหน่วงเหนี่ยว หรือทำร้ายร่างกาย ผู้เสียหายจะต้องติดต่อตำรวจดูไบด้วยตนเอง ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของ UAE โดยมีช่องทางติดต่อ ดังนี้

  1. โทรฉุกเฉิน กด 999 (โทรฟรี ไม่ต้องมีซิมการ์ด ตำรวจสามารถเข้าช่วยเหลือทันการโดยเช็กพิกัดปัจจุบันทางสัญญาณมือถือ)
  2. แอปพลิเคชัน Dubai Police
  3. เพจ Facebook: Dubai Police Official Page (กด Call Now หรือ ฝากข้อความทาง Inbox)

“รัฐบาลขอย้ำเตือนสร้างการรับรู้ก่อนเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ให้ตรวจสอบ และศึกษาข้อมูลการทำงานในต่างประเทศตามช่องทางที่ถูกกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย และบทลงโทษของแต่ละประเทศแตกต่างกัน โดยกฎหมาย UAE ผู้เสียหายต้องติดต่อตำรวจด้วยตนเอง สถานกงสุลใหญ่ ฯ ไม่สามารถแทรกแซงกระบวนการทางกฎหมายของUAE จึงขอให้คนไทยที่ต้องการไปทำงานในต่างประเทศศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนตัดสินใจไปทำงาน” นางสาวรัชดา กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตั้งทีม 'Task Force' ลุยกวาดล้างแก๊งยาเสพติดข้ามชาติ

รัฐบาลผนึกกำลัง ตั้ง Task Force ลุยกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ แฝงตัวในกลุ่มแรงงานไทยผิดกฎหมาย เข้มตรวจสารเสพติด คัดกรองแรงงานทุกด่าน ฟื้นความเชื่อมั่นจากเกาหลีใต้ต่อแรงงานไทย

รัฐบาลยกระดับคุ้มครอง 'ผู้เช่าซื้อรถ–ลีสซิ่ง' เริ่มเกณฑ์ใหม่ 1 มิ.ย.

รัฐบาลยกระดับคุ้มครอง 'ผู้เช่าซื้อรถ–ลีสซิ่ง' เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 1 มิ.ย. ดูแลดอกเบี้ย ค่าบริการ และสิทธิลูกค้าให้เป็นธรรม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างครบวงจร

โฆษกรัฐบาล ยันไม่มีมติต่อใบอนุญาตทำงานให้แรงงานกัมพูชา

รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มีการแชร์ข้อมูลทางออนไลน์เกี่ยวกับการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานกัมพูชากว่า 200,000 คน ที่ยังอยู่นอกระบบนั้น เป็นเพียงข้อเสนอของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

ครม. อนุมัติงบกลาง 452 ล้านบาท เยียวยากำลังพลชายแดนไทย-กัมพูชา

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินห

ข่าวดี! 12 พ.ค. ออก 'Form TC ไทย-ชิลี' ดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ดีเดย์ 12 พ.ค. รัฐบาลเปิดให้บริการออก Form TC ไทย-ชิลี ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกขอหนังสือรับรอง ติดตามสถานะออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง

นายกฯนั่งหัวโต๊ะเจ้าภาพประชุมใหญ่ IMF

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถกไทยเป็นเจ้าภาพประชุมใหญ่ IMF World Bank ปี 69 พรุ่งนี้ ต้อนรับผู้ร่วมประชุมกว่า 1.5 หมื่นคน จาก 191 ประเทศ  10 พ.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า  ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ครั้งที่ 1/2569 เพื่อเร่งเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจการเงินที่สำคัญที่สุดของโลก โดยนายกฯ ให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้อย่างมาก เพราะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับบทบาทของประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการเงิน น.ส.รัชดา กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นเพียง 1 ใน 3 ประเทศของโลก ที่เคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าวถึง 2 ครั้ง โดยอีก 2 ประเทศคือ ญี่ปุ่นและตุรกี  สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาคมโลกต่อศักยภาพและเสถียรภาพของไทย สำหรับการประชุมประจำปีฯ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพฯ  โดยรัฐบาลไทยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกกว่า 15,000 คน ทั้งรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงิน นักลงทุน นักเศรษฐศาสตร์ ภาคธุรกิจ และสื่อมวลชนจากประเทศสมาชิกกว่า 191 ประเทศ นายกฯ ได้ให้แนวทางกับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า ต้องทำให้การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการส้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่คือโอกาสสร้างประโยชน์โดยตรงต่อประชาชน ทั้งการเปิดพื้นที่ให้ไทยนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจ การเรียนรู้เทคโนโลยีการเงินใหม่ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุน การท่องเที่ยว และ Soft Power ของไทยสู่สายตามผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ที่เดินทางมาจากทั่วโลก ทั้งนี้  รัฐบาลไทยได้กำหนดแนวคิดหลักของการประชุมว่า  “Thailand’s New Horizon: Empowering People, Building Resilience” เพื่อสะท้อนบทบาทประเทศไทยในการสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่