ส่ง VN16 ฝึก“บลู สไตร์ค” กับ นย.จีน หลังเว้นมา 4 ปี ขณะที่ ทร.เตรียมจัดหารถเกราะ 8 คูณ 8 เข้าประจำการ หลังเอกชนสู้กันเดือด เปิดข้อมูล AAVรุ่นปรับคืนสภาพจาก “ชัยเสรี” เครื่องแรงใช้ต่อได้อีกหลายปี ขณะที่ทัพไทย พาสื่อชมประสิทธิรถสะเทินน้ำสะเทินบก 2 ตระกูลขับเคลื่อนบนบก-ทะเล
24 ก.ค.2566 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพไทยนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชม กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน (พัน. รนบ.พล.นย.) กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้เข้าร่วมชมยุทโธปกรณ์ที่ประจำการในหน่วย 4 แบบ ได้แก่ ยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกVN16 , รถโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกแบบพเลียงพล AAVP7A1,รถโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกแบบลำเลียงพล AAVP7A1 Ram-Rs , รถโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกแบบกู้ซ่อม AAVR7A1 และร่วมชมประสิทธิภาพระหว่างการขับเคลื่อนในทะเลและบนบก
มีรายงานว่า ยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก VN16 กองทัพเรือไทยซึ่งจัดหาจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และเข้าประจำการเมื่อไม่นานมาแล้ว จะได้เข้าร่วมฝึก Blue Strike กับหน่วยนาวิกโยธินจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่าง 1-10 กย. ในพื้นที่สัตหีบ หลังจากที่เว้นไป4ปีเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเมื่อปี 2562 ทางสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะเป็นอีกครั้งที่กำลังพลของไทยจะได้สัมผัสกับรถเกราะจีนรุ่นใหม่ที่จีนจะขนมาร่วมฝึกด้วย เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีรถรบ และฝึกร่วมกันระหว่างมิตรประเทศ ทั้งนี้ ยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก VN16 ออกแบบและผลิตโดยบริษัท โนรินโก้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ติดตั้งปืนใหญ่รถถังขนาด 105 มม.เกราะทำด้วยอะลูมิเนียมอัลลอย มีความเร็วบนถนน 65 กม./ชม. ความเร็วในน้ำ 25 กม./ชม. ระบบอำนวยการรบ และ การบรรจุกระสุนยังเป็นแบบเดิม
ขณะที่ รถโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก AAV สัญชาติสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ที่ พัน.นรบ.นย.มีอายุการใช้งานเกือบ 50 ปี ในปัจจุบันมีการปรับปรุงในลักษณะสร้างใหม่ ได้มาตรฐาน Rebuild to standard ในแบบลำเลียงพลจำนวน 3 คัน ดำเนินการโดยบริษัทชัยเสรี โดยเปลี่ยนเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังเป็นเครื่องยนต์CUMMINS 525 แรงม้า แบบเดียวกับที่ใช้ในรถสายพานลำเลียงพล(รสพ.) M2A1 BRADLEY ของกองทัพบกสหรัฐฯ ทั้งนี้เพื่อให้มีเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและง่ายต่อการส่งกำลังบำรุง และซ่อมบำรุง
พร้อมทั้ง เปลี่ยนช่วงล่างเพิ่มความแข็งแกร่งทนทานกว่าเดิมโดยใช้แบบเดียวกับรพส.M2A1 BRADLEY ติดตั้งล้อรับสายพาน เพื่อให้สายพานหลุดยากขึ้น .ติดตั้งแผงช่วยการทรงตัวหรือแผ่นกันคลื่นบริเวณส่วนหัวของรถ (STABILIZING BOW VANE) เพื่อให้การเคลื่อนที่ในน้ำดีขึ้น ส่วนหัวของรถไม่ทุดน้ำ สามารถติดตั้งเกราะเสริม (EAAK: Enhance Applique Armor kit)เพื่อเพิ่มขีดควาทสามารถต่อต้านกระสุนเจาะเกราะ เปลี่ยนป้อมปืนเป็นแบบUGWS Gen3 ระบบสื่อสาร Tales TRC-9310 พร้อมอุปกรณ์ประกอบจำนวน2ชุด ระบบติดต่อภายในรถแบบ Sotas Digital Communication Systems
น.ท.เกษมศักดิ์ ชาจันทึก ผู้บังคับกองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน (พัน. รนบ.พล.นย.) กล่าวว่า รถทั้งสองแบบสามารถปฏิบัติภารกิจได้หลากหลาย โดยเข้าร่วมการฝึกยกพลขึ้นบกทุกรายการ การฝึกทร.ประจำปี คอบร้าโกลด์ ฝึกการัต ถือว่าเป็นรถเกราะที่มีขีดความสามารถในการฝึกยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบกได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังมีภารกิจที่นอกเหนือจากการรบ ซึ่งรถ AAV ได้เข้าพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติมาแล้ว จากเหตุการณ์น้ำท่วมกทม.เมื่อปี 54 อุทกภัยที่จังหวัดนครราชสีมา รวมถึงเหตุการณ์ในอดีตเหตุการณ์สึนามิ ฝั่งอันดามัน เข้าค้นหาผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บและลำเลียงอาหาร
น.ท.เกษมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ตามแผนของ นย.ในการปฏิบัติการฝึกยุทธสะเทินน้ำสะเทินบกมีความต้องการยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกVN16 ประมาณ 10 คัน แต่ตอนนี้มีประจำการแล้ว 3 คัน ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อจำกัดด้านงบประมาณฯด้วย ส่วน AAV ทร.มีอัตราประจำการ 33 คัน แต่เนื่องจากสภาพการรบปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนไป ต้นแบบยานรบอย่าง AAV ของสหรัฐฯ ก็ได้เปลี่ยนไปเป็นยานเกราะล้อยาง8 คูณ8 ซึ่งปัจจุบันเราก็มีแนวคิดในการจัดหาอยู่ แต่ในส่วน AAV ก็มีการซ่อมปรับคืนสภาพ เนื่องจากต้นทางหยุดสายการผลิตไปแล้ว ซึ่งรถทั้งสองแบบมีความแตกต่างกัน ภายใต้สภาพการยุทธ์ในพื้นที่ทุรกันดารทาง AAV จะมีประสิทธิภาพมากกว่าแต่ก็เคลื่อนตัวช้าบนบก มีค่าใช้จ่ายในการปรนนิบัติบำรุงส ส่วนการรบในเมืองทางยานเกราะล้อยาง 8 คูณ 8 ก็จะมีประสิทธิภาพมากกว่า การยกพลขึ้นบกเป็นการรุกเข้าไปในดินแดนข้าศึก
“เพราะฉะนั้นเราต้องการอำนาจการยิงสูงสุด เพื่อให้การปฏิบัติการยุทธ์ได้มากขึ้นเพื่อให้ข้าศึกร่นถอยไป ซึ่งถ้าเป็นเป้าหมายเช่นในพื้นที่เมือง ยานเกราะ 8คูณ8 จะคล่องตัวกว่าในเป้าหมายทางลึก ยกตัวอย่างเช่น สงคราม รัสเซีย - ยูเครน ความรวดเร็วในการเข้ามาหมายมีความสำคัญสูง การใช้ยานเกราะล้อยางเข้าที่หมายได้ ซึ่งอยู่ที่นโยบายของทร.ในการดำเนินการ “
มีรายงานว่า ในปัจจุบันมีเอกชนสองรายที่เสนอยานเกราะ8 คูณ 8 ให้ทร.พิจารณาได้ R600 ของ บริษัทPANUS ซึ่งเพิ่งผ่านการทดสอบรถต้นแบบไปเมื่อไม่นานและได้รับการรับรองวจากคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์ หรือ กมย.กระทรวงกลาโหมมาแล้ว โดยต้องทอดสอบการขับเคลื่อนในทะเลอยู่หลายรอบ ขณะนี้ประจำการอยู่ที่ กองพันรถถัง กองพลนาวิกโยธิน ส่วน รถ8คูณ8 ของบริษัท CHAISERI อยู่ระหว่างการผลิตรถต้นแบบ และยังไม่ได้มีการทดสอบคาดว่าจะเปิดตัวปลายปีนี้ แต่ได้เข้าดำเนินการโครงการปรับคืนสภาพ AAV และมีประสบการณ์ในการผลิตรถ 4คูณ4 จำหน่ายในหลายประเทศ รวมถึงสหประชาชาติด้วย โดยก่อนหน้านี้เคยมีดราม่าในโลกโซเชี่ยลเรื่องความไม่ชอบมาพากลในการประมูลโครงการ พาดพิงไปที่นายทหารระดับสูงใน ทร.ด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชมภาพชุด! ซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้าย ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 52 ลำ งดงามสมพระเกียรติ
กองทัพเรือซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งสุดท้าย ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค งดงามสมพระเกียรติ พร้อมจัดพิธีจริง 6 พ.ย.นี้
สุดตระการตาซ้อมใหญ่ ขบวนพยุหยาตรา52ลำ
ซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งแรก! ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคสุดตระการตา กำลังพล 2,200 นายพร้อมเพรียง ชาวไทย-ต่างชาติเฝ้าชมแน่นสองฝั่งเจ้าพระยา
กทม. คาดการณ์ระดับน้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวัง 11 ชุมชน
กรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานว่า คาดการณ์ระดับน้ำเจ้าพระยา วันนี้ยังไม่ล้นแนวเขื่อนฯ เฝ้าระวัง สำหรับชุมชนนอกแนวเขื่อนฯ และจุดฟันหลอ 11 ชุมชน ในพื้นที่เขตดุสิต พระนคร บางคอแหลม ยานนาวา บางกอกน้อย และคลองสาน
หลบความวุ่นวายไปทักทายพี่เต่า เช็กอิน 'ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ’
หากใครกำลังมองหาทริปพักผ่อนแบบไปเช้า-เย็นกลับใกล้กรุงเทพฯ ที่ได้หลีกหนีความเร่งรีบ ได้สูดกลิ่นอายลมทะเลเต็มปอด และได้สัมผัสเรื่องราวดีๆ ต่อใจ “อาทิตย์เอกเขนกฉบับนี้” ขอแนะนำ
กลาโหมบูรณาการทุกเหล่าทัพ-รวมพลังช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตอุทกภัยทั่วกรุงเทพฯ
จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหมบูรณาการกำลังจากทุกเหล่าทัพ ทั้งกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ระดมกำลังพล ยานพาหนะ เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและทันท่วงที

