“ศรีสุวรรณ” ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบตำรวจ “ห้วยขวาง –บางขุนเทียน” ประวิงคดี ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ มีพฤติการณ์เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ต้องหา
4 ก.ย.2566 - ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อขอให้แสวงหาข้อเท็จจริงกรณีมีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรม อันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือปฏิบัตินอกเหนือจากหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง และ สน.บางขุนเทียน หลังจากมีชาวบ้านไปแจ้งความร้องทุกกล่าวโทษบุคคลในความผิดตาม ป.อาญา มานานกว่า 6 เดือนแล้ว แต่คดีไม่คืบถือเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายหรือไม่
กรณีที่ สน.ห้วยขวางนั้น มีชาวบ้านไปร้องทุกข์กล่าวโทษเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2566 ได้แจ้งความว่าถูกลักทรัพย์ (ตู้เซฟนิรภัย) ตาม ปอ.ม.334 แต่กลับปรากฏในสำนวนเป็นยักยอกทรัพย์ ตาม ปอ.ม.352 และเมื่อมีการคืนของกลางแล้ว กลับถูกเกลี่ยกล่อมให้ถอนการร้องทุกข์ เพราะทราบว่ามีผู้ใหญ่ขอให้ยุติการดำเนินคดี ทั้งๆที่เรื่องที่นำไปแจ้งความตำรวจนั้น เป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดให้มิสามารถยอมความกันได้ แต่ก็อาจมีการใช้เทคนิคในการประวิงคดี จนอาจทำให้ผู้แจ้งความเบื่อหน่าย และทิ้งเรื่องไปในที่สุดได้
ส่วนกรณี สน.บางขุนเทียน มีชาวบ้านไปร้องทุกข์แจ้งความเมื่อ 22 มี.ค.2566 ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่าถูกยักยอกทรัพย์ (รถยนต์) แต่มีนายตำรวจภายใน สน.พยายามจะชี้แนะ ให้ไปแจ้งความที่ สน.เทียนทะเล ทั้งที่เหตุที่เกิดนั้นอยู่ในพื้นที่ สน.บางขุนเทียน ทำให้พนักงานสอบสวนดองสำนวนไว้ไม่ยอมส่งอัยการฟ้องต่อศาลตาม ป.วิ.อาญาแต่อย่างใด ถือเป็นการประวิงเวลาทำให้ชาวบ้านผู้เสียหายเดือดร้อน
กรณีดังกล่าว อาจถือได้ว่าพนักงานสอบสวนของทั้งสอง สน. มีพฤติการณ์ที่เป็นไปในทางการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ต้องหา อันขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 ม.68 ประกอบ ม.4 และ ม.25 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม 2566 ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการทำความเห็นทางคดีและตรวจสอบดุลยพินิจพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ 2565 คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 419/2556 เรื่อง การอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญา การทำสำนวนการสอบสวน และมาตรการควบคุม ตรวจสอบ เร่งรัดการสอบสวนคดีอาญา ลงวันที่ 1 ก.ค.56 เป็นต้น ซึ่งเป็นการไม่เป็นธรรมต่อประชาชน อันมิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอน วิธีการ อย่างรวดเร็ว ตามครรลองของกฎหมายที่กำหนดไว้แต่อย่างใด ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความพร้อมพยานหลักฐานมาร้องเรียนให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการสอบตามอำนาจหน้าที่ และเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 สน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลรธน. แจงคดีบาร์โค้ด เปิดไต่สวน 'กกต.' หรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลักฐาน
'นครินทร์' เผยความคืบหน้าคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง รอ กกต.-ผู้ตรวจฯ ส่งพยานหลักฐาน ชี้แจงเคลียร์ไม่ต้องเปิดไต่สวน ลับหรือไม่อยู่ที่ข้อกฎหมาย ดุลพินิจของตุลาการแต่ละคน ลั่นยึดรัฐธรรมนูญตัดสินคดี
ร้องผู้ตรวจฯ ส่งศาลรธน. ชี้ขาดคุณสมบัติ รมต. '2 บิ๊กเพื่อไทย'
'ศรีสุวรรณ' ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 'สุริยะ-ประเสริฐ' มีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่
นักวิชาการ ยื่นหลักฐานบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน
"อ.เรือบิน-ธนารัตน์" ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ปมคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด เชื่อมถึงคนลงคะแนน ยันรู้แน่เลือกใคร รับหากไม่ถ่ายเห็นต้นขั้วติดบัตร ก็เชื่อมโยงไม่ได้ วอนศาลรธน.เรียกเป็นพยานความจริงกระจ่างแน่
ยื่นผู้ตรวจฯ พุธนี้! หลักฐานพิสูจน์บัตรเลือกตั้ง 'ไม่ลับ' ส่งต่อให้ศาล
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แจ้งผู้สื่อข่าวคณะผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี
'หมอเปรม' ให้เกาะติดคดีบัตรเลือกตั้งจะเป็นเพียงภาพลวงตาหรือความยุติธรรมที่แท้จริง
สว.เปรมศักดิ์ชี้มติศาลรธน. 6:3 รับคำร้องกกต. แต่ไม่สั่งหยุดหน้าที่เป็นมติลูกผสมเอาใจแรงกดดันสังคมอาจเป็นเพียง 'ควันบังตา' สุดท้ายเรื่องเงียบเมื่อกระแสจางลง ชวนสังคมช่วยจับตาดูผลระยะยาว
'บวรศักดิ์' ย้ำบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งเป็นความลับ ไม่มีประเทศไหนวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดไว้พิจารณามีข้อกังวลในเรื่องนี้หรือไม่ ว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กับศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้พิจารณา

