
นักวิชาการอิสระ ยกออสเตรเลียเข้มงวดกฎหมายและจริยธรรมทางสังคม ช่วยให้อุบัติเหตุทางถนนน้อย แนะไทยถึงเวลาต้องปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมายและจริยธรรมทางสังคมตั้งแต่บัดนี้
24 ม.ค.2565-นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “ทางม้าลายและรถพยาบาลฉุกเฉิน” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของออสเตรเลีย ระบุว่า เมืองไทยได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่อยู่ธรรมชาติและพิสูจน์หาความจริงไม่ได้ แต่คนไทยให้ความเคารพเชื่อถือและไม่กล้าแตะต้องหรือกระทำผิดต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น ในขณะที่ออสเตรเลียและประเทศตะวันตกหรือประเทศชั้นนำของโลกมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่จับต้องได้ นั้นคือ กฎหมายและจริยธรรมทางสังคม
กฎหมายคือข้อบังคับ และจริยธรรมทางสังคมคือข้อควรปฏิบัติ เป็น 2 สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวตะวันตกและประเทศที่พัฒนาแล้ว ทางม้าลายและรถพยาบาลฉุกเฉิน คือตัวอย่างของสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดเพราะเห็นกันอยู่ทุกเมื่อเช้าวันในเรื่องของกฎหมายและจริยธรรมทางสังคมในประเทศที่พัฒนาแล้ว
“ผมอยู่ออสเตรเลียมา 20 ปี ภาพที่เห็นแล้วประหลาดใจและประทับใจนับตั้งแต่วันแรกๆ ที่มาอยู่จนถึงปัจจุบัน คือรถทุกคนพร้อมใจกันหยุดรถทันทีเมื่อมีคนย่างเท้าลงบนทางม้าลาย และรถทุกคันพร้อมใจกันชิดซ้ายทันทีที่ได้ยินเสียงไซเรนของรถพยาบาลฉุกเฉิน ในออสเตรเลีย อาจแทบจะพูดได้ว่า คุณสามารถเดินหลับตาหรือก้มหน้าดูมือถือในขณะที่เดินข้ามถนนบนทางม้าลายได้เลย เพราะรถที่วิ่งมาจะหยุดแบบทันทีทันใดเมื่อมีคนก้าวเท้าลงบนทางม้าลาย ผมไม่ได้บอกว่า ไม่เคยมีข่าวรถชนคนบนทางม้าลาย หรือข่าวรถชนกับรถพยาบาลฉุกเฉินเลย แต่ตลอด 20 ปีผมได้ยินข่าวนั้นเพียง 1 หรือ 2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งนั้นคืออุบัติเหตุจริงๆ ที่ไม่ได้เกิดจากการขับรถเร็ว เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ”
ในออสเตรเลีย ถ้าเป็นถนนเล็กหรือเป็นถนนที่การจราจรไม่คับคั่ง จะมีทางม้าลายให้คนใช้ข้ามถนน ซึ่งประชาชนถทุกคน ถูกปลูกฝังให้จอดรถทันทีเมื่อมีคนย่างเท้าลงบนทางม้าลาย ถ้าเป็นถนนใหญ่หรือถนนที่มีการจราจรหนาแน่นมากๆ จะมีไฟสัญญาณเขียว-แดงสำหรับบังคับรถให้จอดเวลามีคนข้ามถนน รถที่วิ่งในเมืองจะใช้ความเร็วได้เพียง 50 กม./ชม. ส่วนในเขตที่เป็นชุมชนหนาแน่น เช่นกลางใจเมืองหรือหน้าโรงเรียนในเวลานักเรียนมาโรงเรียนหรือเลิกเรียน จะวิ่งรถได้เพียง 40 กม./ชม. เท่านั้น ซึ่งเรื่องความเร็วรถนี้คือ ปัจจัยสำคัญสำหรับการป้องกันอุบัติเหตุรถในซิดนีย์วิ่งได้เพียง 40-50 กม./ชม. แต่รถกลับไม่ติดวินาศสันตะโรเหมือนในกรุงเทพ และไม่เกิดอุบัติเหตุอย่างรุนแรงอย่างสม่ำเสมออยู่ตลอดเวลา เพราะอะไร
คำตอบคือ ประชาชนถูกปลูกฝังในเรื่องความมีมารยาททางสังคม จริยธรรมทางสังคม การเคารพกฏจราจรอย่างเคร่งครัดและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมบทลงโทษรุนแรง ขอยกตัวอย่างหนึ่งในบทลงโทษที่รุนแรง จากเพื่อนของเพื่อนผม ซึ่งเมาแล้วขับ โดนจับปรับเป็นเงินหลักแสนบาท ยึดใบขับขี่ห้ามขับ 8 เดือน มีเพื่อนของเพื่อนอีกคนที่โดนคดีเมาแล้วขับ โดนยึดใบขับขี่แล้วออกไปขับรถอีกโดยไม่มีใบขับขี่ ทำให้ถูกจับเข้าคุกทันทีโดยไม่มีการอุทธรณ์ หนึ่งในปัญหาของเมืองไทยที่ต้องได้การปฏิรูปอย่างเร่งด่วน คือ ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องนักการเมืองและประชาชนต้องร่วมมือผลัดดันให้มันเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด ไม่ใช่การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์หรือยกเลิก 112 ซึ่งไม่ได้มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเลย แต่มันกระทบต่ออำนาจและผลประโยชน์ทางการเมืองของนักการเมืองผู้สูญเสียอำนาจบางครั้งเท่านั้น
“ปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมายพร้อมบทลงโทษรุนแรง และปลูกฝังจริยธรรมทางสังคม”กันตั้งแต่วันนี้ ทำให้มันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ก่อนที่ความสูญเสียที่ประเมินค่ามิได้จากเหตุร้าย จะเกิดขึ้นกับชีวิตคนในครอบครัวของคุณเองมาร่วมมือร่วมใจกันปกป้องชีวิตลูกหลานและคนในครอบครัว ด้วยการผลักดันให้เกิดการปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมายและจริยธรรมทางสังคมตั้งแต่บัดนี้”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดี๋ยวนะ! เอ็ดดี้ ข้องใจ 'เสก' เล่าสมัยเป็นผู้ต้องขัง 'อธิบดีราชทัณฑ์' พาไปร้องเพลงให้ 'ทักษิณ' ฟังตามคำขอ
อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ร้องเดี๋ยวนะ หลังเห็นข่าว เสก เล่าทักษิณบอกอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้เอาเสกมาร้องเพลงให้ฟังหน่อย ท่านอธิบดีก็จัดให้
ดร.กิตติธัช จับตา 'คะแนนฝั่งอนุรักษ์นิยม' สิ่งที่มากกว่า ว่าใครจะได้เป็นผู้ว่าฯกทม. หรือ สก.
นักวิชาการอิสระ จับตาสิ่งที่มากกว่าว่าใครจะได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. หรือ สก.
’ภัทรพงศ์‘ลุยแก้ปัญหา‘นกชนเครื่องบิน’ลดเสี่ยงอุบัติเหตุทางอากาศ
‘ภัทรพงศ์‘สั่งตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาอากาศยานชนนก เปิดข้อมูลปี 68 เกิดเหตุ 1,644 ครั้ง สร้างความเสียหายกว่า 530 ล้านบาท เดินหน้าลดความเสี่ยง ยกระดับความปลอดภัยการบินไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน
'เอ็ดดี้' วิเคราะห์ชัด ทำไมคนยังจะเลือก 'ชัชชาติ' ทั้งที่ล้มเหลวในการบริหาร กทม.
ชัชชาติไม่ควรถูกประเมินจากความขยันหรือภาพลงพื้นที่ แต่ต้องประเมินจาก “เมืองดีขึ้นจริงหรือไม่” หลังได้เวลา 4 ปีเต็ม
'อดีตผู้พิพากษาอาวุโส' สะท้อนคดีคุกอดีตผู้ว่าอุบลฯ 'งบภัยพิบัติ' ไม่ใช่ตู้เอทีเอ็ม 'นักการเมือง-ขรก.'
วัส ติงสมิตร อ่านคดีอดีตผู้ว่าฯ อุบลฯ คุก 27 ปี เมื่อ 'ภัยพิบัติ' ถูกใช้เป็นใบเบิกทางสู่การทุจริต
'วัส ติงสมิตร' วิเคราะห์เมื่อคดีฮั้ว สว. บอกเราว่าปัญหาอาจไม่ใช่ 'คนโกง' แต่เป็น 'ระบบที่ชวนให้โกง'
นักวิชาการอิสระชี้ปัญหาไม่ใช่แค่ใครโกง แต่คือ ระบบถูกออกแบบมาอย่างไร จึงทำให้การโกงเป็นทางเลือกที่ได้เปรียบ ดังนั้นหากสังคมไทยต้องการปิดช่อง ฮั้ว สว. อย่างจริงจัง สิ่งที่ควรถูกหยิบขึ้นมาปฏิรูปมีอย่างน้อย 5 เรื่อง

