4 ม.ค.2568 - นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานจาก พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า สตช.ได้นำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับประชาชน เพื่อป้องกัน ปราบปราม และรับมือกับอาชญากรรมที่มีการเปลี่ยนรูปแบบสร้างความเสียหายแก่ประชาชน ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเว็ปหรือแอปพลิเคชันรวมทั้งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงประชาชน และดำเนินการไปพร้อมกับการกวดขันจับกุม
นายจิรายุ กล่าวว่า โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ได้จัดทำ แอปพลิเคชัน “Thailand Tourist Police ”โดยมีจุดเด่นด้วย ระบบปุ่ม SOS และ GPS ที่สามารถแชร์โลเคชันผู้แจ้ง เพื่อส่งพิกัดขอรับการช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวที่รับผิดชอบพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ปฏิบัติหน้าที่จะได้รับข้อมูลพร้อมกันทุกคน และในกรณีเหตุฉุกเฉิน ยังสามารถใช้เบอร์โทรฯ สายด่วนหมายเลข 1155 ของกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวเป็นช่องทางหลักในการรับเรื่องและประสานการดำเนินการแก้ไขปัญหา โดย สตช.ได้ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งมีสถานีตำรวจท่องเที่ยวเปิดให้บริการทั่วประเทศ ซึ่งจะมีล่ามช่วยแปลได้ถึง 8 ภาษา คือ อังกฤษ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น รัสเซีย ภาษาฮินดี เยอรมัน และ ฝรั่งเศส โดยสามารถใช้แอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police ได้แล้วทั้งในระบบ iOS , Android และ Huawei AppGallery
นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ยังมี แอปฯ Cyber Check ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ จะช่วยให้ประชาชน คัดกรองมิจฉาชีพจากเบอร์โทรศัพท์ปริศนาที่โทรเข้ามา รวมทั้งสามารถใช้แอปพลิเคชันนี้ ตรวจสอบเลขบัญชีธนาคารก่อนจะโอนเงินได้ เพียงนำหมายเลขบัญชีไปใส่แล้วกดโทรออก ซึ่งจุดเด่นของ Cyber Check คือ ระบบไม่มีการดึงข้อมูลของผู้ใช้งานเหมือนแอปพลิเคชันอื่นๆ แต่ใช้ฐานข้อมูลจากระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีการร้องเรียนและดำเนินคดีจริง โดยในอนาคตจะเป็นการสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อสินค้าโดยแอปพลิเคชันนี้ จะมีการลงทะเบียนรวบรวมข้อมูลผู้ทำการค้าออนไลน์จริงเพื่อ เพื่อเป็นฐานข้อมูลให้ลูกค้าได้รับความไว้วางใจและเป็นการสร้างความปลอดภัยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซื้อเพื่อจะกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายจิรายุ กล่าวว่า สำหรับหน่วยงานราชการหรือเอกชนที่ถูกมิจฉาชีพนำข้อมูลไปแอบอ้าง สามารถติดต่อเพื่อขอลงข้อมูลให้ประชาชนทราบว่าผู้ที่แอบอ้างไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือเอกชนที่มีหน้าที่ติดต่อประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งหน่วยงานต่างๆ สามารถติดต่อขอลงทะเบียนข้อมูลได้ที่ บช.สอท. โดยประชาชนสามารถใช้แอปพลิเคชัน Cyber Check ได้แล้วทั้งในระบบ Android และ iOS โดยสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งบน Google Play และ App Store
“นายกรัฐมนตรีได้กำหนดเป้าหมายสำคัญด้านความมั่นคงใน ปี 2568 คือ การป้องกันอาชญากรรมอย่างรอบด้าน และปราบปรามเชิงรุก บูรณาการร่วมงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความปลอดภัยและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน ผ่านนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เน้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ตอบสนองประชาชนอย่างทันท่วงที เพื่อสร้างความสงบสุขให้สังคมและลดอาชญากรรมในทุกมิติ ซึ่งรัฐบาลเชื่อมั่นว่าในปี 2568 นี้อาชญากรรมไซเบอร์และการหลอกลวงจะต้องหมดไป ” นายจิรายุกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โมเดลไทยผงาด! ระบบ 'SHIELD' สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์
โมเดลไทยผงาดเวทีโลก สำนักงานตำรวจแห่งชาติโชว์ความสำเร็จ 'IAC Warroom' ดันระบบ 'SHIELD' สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์
รวบขาใหญ่ยากูซ่าคาสนามบิน หลอกโอนเงินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนหนีซุกไทย
กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ ACSC ร่วมกันควบคุมตัว นายทาคาฟุมิ (MR.TAKAFUMI) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข
สายด่วน 1441 ช่วยเหยื่อสแกมเมอร์ พบโทรแจ้งเพิ่ม ตัวเลขเสียหายลดลง
'ศูนย์ AOC 1441' ด่านหน้าช่วยเหลือประชาชน หนุนรัฐบาลลุยปราบสแกมเมอร์ ย้ำหลัก 'ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม' ไม่มีข้อยกเว้น
รวบหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในกัมพูชา
ตำรวจ ตม.สืบสวนจับกุมหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น ตั้งฐานสแกมเมอร์ในกัมพูชาหลอกลวงคนในประเทศเสียหายหลายพันล้านเยน ตำรวจญี่ปุ่นประสานความร่วมมือตามรวบได้ย่านทองหล่อ
รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 'นายร้อยปอยเปต' หลอกโอนเงิน 76 คดี เสียหาย 123 ล้าน
ตำรวจปฏิบัติการ The Red Line เส้นตาย สายกดเงินนายร้อยปอยเปต ลวงหมออ้างเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินบังคับวีดีโอคอลโดยมีฉากหลังเป็นสถานีตำรวจ พบประวัติพัวพัน 76 คดี เสียหาย 123 ล้าน
รวบยกแก๊ง! ตำรวจภาค 6 ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ฟอกเงินซื้อทอง-เหรียญดิจิทัล
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 6 สนธิกำลังติดตามจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลกลงวันที่ 6 พ.ค. 2569 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่และร่วมกันฟอกเงิน รวมถึงความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

