'เอกวิทย์-บิ๊กโจ๊ก' โคม่า! คณะผู้ไต่สวนอิสระศาลฎีกา มีมติแจ้งข้อกล่าวหาคดีสินบนทองคำ 246 บาท  

เอกวิทย์-บิ๊กโจ๊กโคม่า คณะผู้ไต่สวนอิสระศาลฎีกา มีมติแจ้งข้อกล่าวหาสี่ผู้เกี่ยวข้องคดีเรียกรับสินบนทองคำ 246 บาท ล้มคดีเว็บพนันออนไลน์

21 มิ.ย.2569-มีรายงานจากศาลฎีกาเปิดเผยกับ”ไทยโพสต์”ว่า คณะผู้ไต่สวนอิสระ ที่นายอติศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ตั้งขึ้นเพื่อไต่สวนคำร้องที่สมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน เข้าชื่อกันยื่นเรื่องให้ ประธานศาลฎีกาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ กรณีมีข้อกล่าวหา นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)รับสินบนทองคำ 246 บาท จากพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. ที่ถูกป.ป.ช.ไต่สวนคดีรับผลประโยชน์จากเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งมีกรรมการเก้าคนอาทิเช่น  นายชวลิต อิศรเดช รองประธานศาลฎีกา นายเผดิม เพ็ชรกูล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา นายสาคร ตั้งวรรณวิบูลย์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา  นายอดิศร ไชยคุปต์ รองอัยการสูงสุด เป็นต้น

โดยหลังจากมีการตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระดังกล่าวเมื่อ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา และทำงานกันมาร่วมสามเดือนเศษ ล่าสุด คณะผู้ไต่สวนอิสระ มีมติแจ้งข้อกลล่าวหากับกรณีการเรียกรับสินบนทองคำดังกล่าว กับผู้เกี่ยวข้องในคดีรวม 4 ราย ทั้งตัว นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป.ป.ช. และอดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร.  หรือบิ๊กโจ๊ก นายสมบัติ ธรธรรม อนุกรรมการป.ป.ช. และนายสุรสิทธิ์ พลเรือน คนติดตาม คนขับรถประจำตัวนายเอกวิทย์

“กระบวนการตอนนี้คือการแจ้งข้อกล่าวหากับทั้งสี่คน ไม่ใช่การลงมติชี้มูลความผิดอย่างที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด เพราะยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา ยังไม่ได้เรียกเขามาชี้แจง จะไปชี้มูลเขาได้อย่างไร ทุกอย่างต้องทำตามกฎหมาย ซึ่งยึดหลักตามกฎหมายป.ป.ช. เมื่อแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ทั้งหมดก็ต้องมาชี้แจงกับคณะผู้ไต่สวนอิสระ หลังจากนั้นคณะกรรมการถึงค่อยมาดูว่า ผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาชี้แจงแล้วเป็นอย่างไร เพราะคณะผู้ไต่สวนอิสระ ทำหน้าที่และมีอำนาจเหมือนกับป.ป.ช. ทุกอย่าง ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองพ.ศ.2560มาตรา53 ตอนนี้ก็รอการชี้แจงจากทั้งสี่คนก่อน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามขั้นตอนการทำงานของคณะผู้ไต่สวนอิสระ ก็คือ ถ้าคณะกรรมการทั้งเก้าคนเห็นว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้สั่งยุติเรื่อง และให้คําสั่งดังกล่าวเป็นที่สุด แต่หากเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย และ ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวหา แต่มิใช่เป็นกรณีเรื่องฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมให้คณะผู้ไต่สวนอิสระ  ส่งสำนวนการไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดําเนินการฟ้องคดีต่อศาล โดยให้อัยการสูงสุดฟ้องคดีอาญาตามความเห็นของคณะผู้ไต่สวนอิสระภายในหกสิบวันนับแต่วันได้รับเรื่องแต่หากไม่ทันให้ขอขยายเวลาต่อประธานศาลฎีกาได้ แต่ต้องไม่ทำให้คดีขาดอายุความ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกสมาคมทนายความ เบรก กกต.ไม่มีอำนาจยื่นวินิจฉัยอำนาจศาลฎีกาฯ ตรง

'นรินท์พงศ์' นายกสมาคมทนายความ เบรก กกต.ไม่มีอำนาจยื่นวินิจฉัยอำนาจศาลฎีกาฯ ตรง ต่อศาลรธน. เสี่ยงโดนยกคำร้อง ชี้ ศาลฎีกาฯ มีอำนาจเบรกคำสั่งมิชอบ

ศาลฎีกา ปัดตกคำร้อง กกต. ขอเลื่อนไต่สวนคดี สว. เดินหน้าตรวจพยานตามนัด

ศาลฎีกา ยกคำร้อง กกต. ขอเลื่อนไต่สวนคดีคุณสมบัติ สว. ดักทางอ้างอภินิหารกฎหมายยื่นศาล รธน. วินิจฉัยอำนาจหน้าที่ ยันเดินหน้าไต่สวนพยาน 21 ธ.ค. ตามนัด

ความหวังประชาชน! 'ศิริโชค' ลุ้นศาลคดีทุจริตฯ นัดฟังคำสั่งชี้ขาดอำนาจ ปมฟ้อง ป.ป.ช. ม.157

นายศิริโชค โสภา โพสต์เฟซบุ๊กว่า อย่าให้ความหวังของประชาชน หยุดอยู่หน้าประตูศาล เห็นข่าว กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องอำนาจ

'ดร.ณัฏฐ์' ชี้ กกต.ส่งศาล รธน.ตีความอำนาจ ไม่ใช่ 'รัฐประหารซ่อนรูป'

สืบเนื่องจาก กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดในการใช้อำนาจขององค์กรอิสระเป็นที่สุดหรือไม่ โดยมีข้อพิ

ระอุ! กกต. มีมติยื่นศาล รธน. วินิจฉัยขอบเขตอำนาจ ชี้ศาลฎีกาไม่มีสิทธิรื้อคดีตรวจสอบคุณสมบัติ สว.

ที่ประชุม กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ให้เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภ