นายกสมาคมทนายความ เบรก กกต.ไม่มีอำนาจยื่นวินิจฉัยอำนาจศาลฎีกาฯ ตรง

'นรินท์พงศ์' นายกสมาคมทนายความ เบรก กกต.ไม่มีอำนาจยื่นวินิจฉัยอำนาจศาลฎีกาฯ ตรง ต่อศาลรธน. เสี่ยงโดนยกคำร้อง ชี้ ศาลฎีกาฯ มีอำนาจเบรกคำสั่งมิชอบ

6 พ.ย. 2569- นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นข้อกฎหมายบันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯผ่านเพจสมาคมทนายความความว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหน้าที่ควบคุมดูแลการเลือก ส.ว. ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 (1) และ (2) การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. จึงมีลักษณะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายบริหาร คำสั่งอันเป็นที่สุดของ กกต. จึงเป็นที่สุดเฉพาะฝ่ายบริหารในองค์กรนั้นๆ และต้องเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

แต่หากคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลย่อมมีอำนาจตรวจสอบและเพิกถอนคำสั่งที่ไม่ชอบดังกล่าวได้ เช่น มติคณะรัฐมนตรีที่เป็นคำสั่งสูงสุดและเป็นที่สุดของฝ่ายบริหาร แต่ศาลปกครองสูงสุดก็มีอำนาจที่จะเพิกถอนมติของคณะรัฐมนตรีอันเป็นที่สุดได้ หากมติดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 11 (2) เป็นต้น

การพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ว. ที่เป็นอำนาจของ กกต. หรือกรณีการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 60 และมาตรา 62 ซึ่งบัญญัติให้คำสั่งของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด นั้น หากมีข้อกล่าวหาว่าการใช้อำนาจหรือดุลพินิจของ กกต. เป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากคำสั่งดังกล่าวย่อมมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาล เพื่อขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งอันมิชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวได้ อันเป็นไปตามหลักการตรวจสอบและถ่วงดุลของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ดังนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งซึ่งเป็นศาลยุติธรรมที่มีอำนาจพิจารณามาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส.และการเลือก ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 194 จึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจของ กกต. ในการเลือก ส.ว. ได้

อย่างไรก็ตาม หาก กกต. เห็นว่าศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจของ กกต. อันเป็นกรณีที่ กกต. โต้แย้งว่าการพิจารณาคดีของศาลฎีกาฯ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กกต. ก็ชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ เพื่อขอให้ศาลฎีกาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (1) และ 41 (2) การที่ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเองจึงไม่มีอำนาจ ชอบที่ศาลรัฐธรรรมญจะวินิจฉัยไม่รับคำร้อง

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลฎีกา ปัดตกคำร้อง กกต. ขอเลื่อนไต่สวนคดี สว. เดินหน้าตรวจพยานตามนัด

ศาลฎีกา ยกคำร้อง กกต. ขอเลื่อนไต่สวนคดีคุณสมบัติ สว. ดักทางอ้างอภินิหารกฎหมายยื่นศาล รธน. วินิจฉัยอำนาจหน้าที่ ยันเดินหน้าไต่สวนพยาน 21 ธ.ค. ตามนัด

'ดร.ณัฏฐ์' ชี้ กกต.ส่งศาล รธน.ตีความอำนาจ ไม่ใช่ 'รัฐประหารซ่อนรูป'

สืบเนื่องจาก กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดในการใช้อำนาจขององค์กรอิสระเป็นที่สุดหรือไม่ โดยมีข้อพิ

ระอุ! กกต. มีมติยื่นศาล รธน. วินิจฉัยขอบเขตอำนาจ ชี้ศาลฎีกาไม่มีสิทธิรื้อคดีตรวจสอบคุณสมบัติ สว.

ที่ประชุม กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ให้เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภ

'เท้ง' ไร้กังวลศาลฎีกาไต่สวนคดี 44 สส. ยันทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ควรถูกฟ้อง

ณัฐพงษ์ ลั่นไม่กังวลศาฎีกาไต่สวนคดี 44 สส. มั่นใจความบริสุทธิ์ ยันเห็นชัดเป็นกระบวนการนิติสงครามต้องการทำลายล้างการเมืองฝั่งตรงข้าม

อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาชี้รื้อ ‘ยี่ต๊อก’ ต้องไม่ให้ตารางโทษครอบงำดุลพินิจ

อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา วิเคราะห์คำสั่งประธานศาลฎีกาตั้ง 5 คณะอนุกรรมการปรับปรุง ‘ยี่ต๊อก’ ชี้ช่วยลดความลักลั่นในการลงโทษ แต่หากยึดตารางมากเกินไปอาจกระทบความเป็นธรรม