ศาลยุติธรรมได้ 12 ก.ต.ใหม่ บริหารงานบุคคล คุ้มครองความเป็นอิสระตุลาการ

16 มี.ค.2565 - ที่ห้องประชุมใหญ่สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ทางสำนักงานศาลยุติธรรมตรวจนับคะแนนการเลือกตั้งคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ ในชั้นศาลฎีกา ชั้นศาลอุทธรณ์ และชั้นศาลชั้นต้น

โดยสามารถติดตามรายงานผลการตรวจนับคะแนนแบบ Real time ได้ที่ http://election.coj.go.th/

โดยมีบัตรเลือก ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิชั้นศาลฎีกา ทั้งหมดจำนวน 175 บัตร ส่งกลับมารวม 173 บัตร คิดเป็น 98.86 % ชั้นศาลอุทธรณ์ทั้งหมดจำนวน 994 บัตร ส่งกลับมารวม 884 บัตร คิดเป็น 88.93% ชั้นศาลชั้นต้น ทั้งหมดจำนวน 3,940 บัตร รับมารวม 3,047 บัตร คิดเป็น 77.34 %

ผู้ที่ได้รับเลือกเป็น ก.ต.ชั้นฎีกาจำนวน6 ตำเเหน่งเรียงตามลำดับคะเเนนมีดังนี้

1.นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 6 ช่วยทำงานชั่วคราวตำเเหน่ง ประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกา ได้ 139 คะเเนน

2.นายชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค5ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกาได้ 123 คะเเนน

3.นายสมเกียรติ ตั้งสกุล ผู้พิพากษาศาลฎีกาช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาได้ 113 คะเเนน

4.นายปุณณะ จงนิมิตสถาพร อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกาได้ 113 คะเเนน

5. นายชัยเจริญ ดุษฎีพร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา ได้ 104 คะเเนน

6. นายเศกสิทธิ์ สุขใจ ผู้พิพากษาศาลฎีกาได้ 103 คะเเนน

ผู้ที่ได้รับเลือกเป็น ก.ต.ศาลชั้นอุทธรณ์จำนวน6 ตำเเหน่งเรียงตามลำดับคะเเนนมีดังนี้

1.นายสมชาย อุดมศรีสำราญ รองประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งรองประธานศาลอุทธรณ์ได้598คะเเนน

2.นายรุ่งศักดิ์ วงศ์กระสันต์ รองประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์ได้578คะเเนน

3. นายจุมพล ชูวงศ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ได้ 528 คะเเนน

4. นายเจริญวิทย์ เกื้อทิพย์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ได้ 498 คะเเนน

ผู้ที่ได้รับเลือกเป็น ก.ต.ศาลชั้นต้นจำนวน6 ตำเเหน่งเรียงตามลำดับคะเเนนมีดังนี้

1. นายชัยกมล เกษมสันต์ ณอยุธยา ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ได้1,156คะเเนน

2.นายณรัช อิ่มสุขศรี รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง ได้ 1,047 คะเเนน

โดยการการเลือกตั้ง ก.ต.ใน 3 ชั้นศาลครั้งนี้เป็นการเลือกตั้ง ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ แทน ก.ต.ชุดเก่าที่จะหมดวาระลงตามมาตรา 36 (2) (ก)(ข)เเละ (ค) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543

โดยกำหนดให้ ส่งแบบความประสงค์รับเลือกและวิสัยทัศน์ตั้งแต่วันที่ 20- 26ม.ค. 2565

ส่งบัตรเลือกและรายชื่อผู้มีสิทธิ์รับเลือก วันที่ 17 ก.พ. 2565

โดยวันสุดท้ายที่ผู้มีสิทธิ์เลือกจะต้องส่งบัตรเลือกให้ถึงสำนักงานศาลยุติธรรมคือวันที่ 15 มี.ค.65 ภายในเวลา 16.30 น. เเละตรวจนับคะเเนนวันนี้

โดยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ ได้เน้นย้ำหลักการห้ามหาเสียงไว้อย่างชัดเจนว่า ห้ามผู้สมัครกระทำการใด ๆ หรืออาศัยผู้ใดกระทำการอันมีลักษณะเป็นการหาเสียงเพื่อให้ข้าราชการตุลาการลงคะแนนหรืองดเว้นลงคะแนนเลือกกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ

สำหรับ ก.ต. นั้นเป็นองค์กรทำหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม มีหน้าที่ในการพิจารณาเเต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนชั้น มีอำนาจให้คุณให้โทษ ผู้พิพากษาที่กระทำความผิดรวมถึงคุ้มครองความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี โดย ก.ต. ทั้งคณะจะมีทั้งหมด 15 คน ประกอบด้วยประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ก.ต.โดยตำแหน่ง มี ก.ต.ชั้นศาลฎีกา 6 คน ชั้นศาลอุทธรณ์ 4 คน และศาลชั้นต้น 2 คน และ ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากบุคคลภายนอกอีก 2 คน ที่มาจากการเลือกของผู้พิพากษาเเละมีกำหนดอยู่ในตำแหน่งวาระละ 2 ปี และติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งเรื่องคำฟ้อง สว.สำรอง ค้านมติ กกต.

นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งใดๆในเรื่องของคำฟ้อง แต่เป็นการรับเรื่องทางธุรการเพื่อให้ศาลพิจารณาตามขั้นตอนต่อไปเท่านั้น

ตุลาการเดือด! '12 ก.บ.ศ.' ชงปธ.ศาลฎีกา ตั้งคณะทำงาน 'บังคับโทษ' คดีร้ายแรง ป้องกันกระทำผิดซ้ำ

ตุลาการเดือด! 12 ก.บ.ศ.ลงชื่อเสนอ ปธ.ศาลฎีกา ตั้ง คกก.ศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญา หลังปรากฎข่าว คดีโทษประหาร แต่ติดคุกจริงไม่กี่ปี ชี้ส่งผลสังคมไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมอาญาทั้งระบบ

สวรรค์ของโจร 'แทนคุณ' ครวญ ไทยมีระบบการลดโทษที่ดีที่สุดในโลก จนอาชญากรร่าเริง

'แทนคุณ' ครวญ ไทยมีระบบการลดโทษที่ดีที่สุดในโลก ลดแล้วลดอีกลดแบบโปรโมชั่นไม่เกรงใจเหยื่อ จนอาชญากรร่าเริง ออกมาก่อเหตุอีก ระบบยุติธรรมขั้นต้นและกลางแยกไม่ออกว่าอะไรสุจริตอะไรทุจริต เหลือแต่ศาลที่จะดึงศรัทธาต่อความสุจริตกลับมาให้ประเทศไทยได้หรือไม่

ศาลไขข้อสงสัยเงิน 3.67 หมื่นล้าน แจงที่มา-เหตุยอดพุ่ง

สำนักงานศาลยุติธรรมชี้แจงตัวเลขเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 36,700 ล้านบาท ย้ำไม่ใช่เงินที่นำไปใช้บริหารได้ตามใจ แต่มีภาระผูกพันตามกฎหมาย