30 เม.ย.2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เมื่อพลเมืองฟ้อง กกต.: บทเรียนจากคดี สว.สำรอง และบรรทัดฐานใน "ศาลอาญาคดีทุจริตฯ"” ระบุว่า การที่ผู้สมัครเลือกกันเองเป็น สว. ในปี 2567 ที่ผ่านมา นำมาสู่คำถามสำคัญที่ท้าทายกระบวนการยุติธรรมไทยว่า "หากองค์กรอิสระอย่าง กกต. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สว. สำรอง หรือประชาชนทั่วไปจะมีสิทธิฟ้องร้องได้เองหรือไม่?" หรือจะต้องฝากความหวังไว้ที่อัยการเพียงอย่างเดียว?
บรรทัดฐานทางกฎหมาย: ราษฎรคือ "ผู้ตรวจสอบ"
จากข่าวแจกสื่อมวลชนของศาลยุติธรรมเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ปรากฏว่า ในคดีอาญาที่กล่าวหาว่า กกต. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ประธานศาลอุทธรณ์ (ในคำวินิจฉัยที่ วท. 12/2562) ได้วางหลักการสำคัญไว้ว่า:
1.กกต. คือเจ้าพนักงาน: แม้จะเป็นกรรมการในองค์กรอิสระ แต่ในการปฏิบัติหน้าที่ให้ถือว่าเป็น "เจ้าพนักงาน" ตามประมวลกฎหมายอาญา ย่อมถูกฟ้องในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157) ได้
2.อำนาจฟ้องที่ขนานกัน: แม้กฎหมายจะกำหนดช่องทางให้ ป.ป.ช. หรือ อัยการสูงสุดเป็นผู้ฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ไม่ได้เป็นการตัดสิทธิ "ราษฎร" ในการเป็นโจทก์ฟ้องเองต่อ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หากผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายโดยตรง
อนึ่ง ศาลฎีกาก็เคยมีคำพิพากษา (โดยมติที่ประชุมใหญ่) ว่า กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เป็นเพียงบทบัญญัติที่เพิ่มช่องทางในการดำเนินคดีแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่โจทก์ (อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ) เป็นผู้เสียหายจากการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการของกรรมการ ป.ป.ช. ยังคงมีอำนาจฟ้องกรรมการ ป.ป.ช. ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 28 (2) โดยยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 7 ประกอบมาตรา 3 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5673/2562)
ถอดรหัสคดี "สว. สำรอง" ฟ้อง กกต.
คดีที่ สว. สำรอง ยื่นฟ้อง กกต. และศาลยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้องนั้น มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:
• ความเสียหายที่ยังไม่ "ประจักษ์": ในขณะนั้น ศาลมองว่าการฟ้องเรื่อง "กกต. ไต่สวนล่าช้า" ยังไม่ทำให้โจทก์เป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายโดยตรง เพราะยังไม่ชัดเจนว่าหากไต่สวนเร็วขึ้น โจทก์จะได้เลื่อนลำดับขึ้นมาแทน สว. ที่ถูกกล่าวหาว่าฮั้วหรือไม่
ปัญหาข้อนี้ ก็อาจโต้แย้งได้ว่า ศาลกำหนดขอบเขตที่จะชี้ว่าเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายโดยตรงหรือไม่ แคบเกินไป เพราะในการเลือก สว. นั้น ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้เป็นผู้ไปกาบัตรเลือก แต่กฎหมายกำหนดให้ผู้สมัครเลือกกันเอง ดังนั้น ผู้ที่จะได้รับความเสียหายจากการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. จึงถูกจำกัดให้น้อยลงโดยสภาพ ดังนั้น หากศาลกำหนดขอบเขตของบุคคลที่จะได้รับความเสียหายให้กว้างขึ้น อย่างน้อย สว. สำรองก็ควรอยู่ในข่ายที่เป็นผู้ได้รับความเสียหายโดยตรง มิฉะนั้น ก็ยากที่จะตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ได้สำเร็จ
• ปัญหาจากการสั่งให้แก้ฟ้อง: แม้ศาลจะมีอำนาจสั่งให้โจทก์แก้ฟ้อง (ตามมาตรา 15) เพื่อความชัดเจน แต่การสั่งหลายครั้งและใช้เวลานานในชั้นตรวจคำฟ้อง ก่อนจะจบลงด้วยการยกฟ้องเพราะเหตุ 'ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยครง' ย่อมสร้างคำถามถึงความล่าช้าในเชิงกระบวนการ
แต่หากศาลสั่งประทับฟ้อง จะทำ สว. สำรอง ซึ่งเป็นให้โจทก์สามารถขอให้ศาลเรียกเอกสารหลักฐานจาก กกต. มาตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ความจริงก่อนที่ปัญหาจะบานปลายได้
และพลเมืองไทยจะได้รู้ว่า เหตุใดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สรุปผลสอบกรณีการฮั้วเลือก สว. ปี 2567 โดยมีมติส่งเรื่องให้ กกต.พิจารณาดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งสิ้น 229 คน แต่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่าข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. จำนวน 229 คน ประกอบด้วย สว. ชุดปัจจุบัน จำนวน 138 คน ส่วนอีก 91 คน เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง สส. และสมาชิกพรรค ไม่มีมูลความผิด
ฉากทัศน์ถัดไป: เมื่อ "มติ กกต. ชุดใหญ่" สวนทางกับความจริง?
ประเด็นร้อนที่กำลังจะเกิดขึ้น คือหากในเร็ววันนี้ บอร์ด กกต. พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คดี "ไม่มีมูล" สถานะของ สว. สำรอง จะเปลี่ยนไปทันที:
เมื่อ กกต. มีมติ "ปิดประตู" การตรวจสอบการฮั้วกันเลือก สว. ซึ่งจะมีสว. จำนวนมากถึง 138 คน จากจำนวนทั้งหมด 200 คน คิดเป็น 70 % ที่จะต้องพ้นจากตำแหน่ง สว. สำรองทุกคนซึ่งเป็นผู้เลือก สว. กันเอง น่าจะเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายโดยตรงที่ะฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้ สอดคล้องกับหลัก “สิทธิฟ้องคดีโดยพลเมือง" (Citizen Suit)
ในกรณีเช่นนี้ ศาลสถิตยุติธรรมจึงน่าจะเป็นองค์กรสุดท้ายที่จะชี้ขาดปัญหานี้เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ประเทศได้"
สรุป
คดีอาญาคดีทุจริตฯ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอให้รัฐฟ้องรัฐเสมอไป หากประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ "ความยุติธรรม" ยังมีช่องทางให้เราเดินไปหาเสมอ แม้ว่าทางเดินนั้นจะเต็มไปด้วยอุปสรรคทางเทคนิคกฎหมายก็ตาม!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พริษฐ์' ชี้คำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ ตอกย้ำคดีโกง สว. ต้องไม่ถูกตัดตอนแค่ 77 คน
"พริษฐ์" ลั่นคดีโกง สว. ไม่จบแค่ 77 คน ชี้คำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์เปิดทาง "ประชาชนทุกคนคือผู้เสียหาย" ฟ้อง กกต. ม.157 ได้เอง จี้สอบลึกถึงบงการสีน้ำเงิน-ตัดตอนไม่ได้
ชำแหละ 3 คำวินิจฉัยสวนทางกัน! หวั่นประชาชนถูกปิดทางฟ้องคดีทุจริต กกต.
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา วิเคราะห์คำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ฉบับล่าสุด
'เชาว์' เตือน กกต. 5 เสียงเสี่ยง ม.157! ซัดอย่าใช้ศาล รธน.สกัดศาลฎีกา
'เชาว์ มีขวด' เตือน กกต.เสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ระวังใช้อำนาจเกินขอบเขต หลังมีมติยื่นศาล
กกต.คอพาดเขียง ปธ.อุทธรณ์รับคดี
“ศาลฎีกา” ตรวจหลักฐานคดี สว.สำรองร้องเพิกถอน “แดง-สมพาน” สมัครผิดกลุ่ม เริ่มไต่สวนพยาน 24 พ.ย.นี้ “สมชัย” คาดรู้ผล ธ.ค. “เชาว์” เตือน กกต. 5 เสียงยื่นศาล รธน. หวังสกัดหรือไม่ “นายกสมาคมทนาย” เบรก ไม่มีอำนาจยื่นวินิจฉัย
ราชกิจจาฯ ประกาศรายชื่อ 4 กรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม เรื่อง รายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็
แสวง-7 เสือ กกต. มีหนาว! ประธานศาลอุทธรณ์พลิกคำสั่ง ไฟเขียวศาลคดีทุจริตฯ รับฟ้อง 'ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ' คดีฮั้ว สว.
ระอุ! ศึกกกต.-ศาลยุติธรรม 7 เสือ กกต.-แสวง แย่แล้ว เสี่ยงคุก ประธานศาลอุทธรณ์พลิกศาลชั้นต้น ออกคำสั่งวันนี้ให้ศาลอาญาคดีทุจริตฯรับฟ้องคดีผู้สมัครสว.ฟ้องกตก.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบคดีฮั้วสว. หลังก่อนหน้านี้ กกต.เปิดศึกศาลสูง ยื่นศาลรธน.ตีความอำนาจศาลฎีกาฯ

