ราชกิจจาฯ ประกาศคำแนะนำประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยคำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศ

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำแนะนำประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการดำเนินคดีโดยคำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศ กำชับศาลหลีกเลี่ยงคำถามเกี่ยวกับประวัติทางเพศที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี คุ้มครองผู้เสียหายจากการถูกกระทำซ้ำทางจิตใจ พร้อมให้พิจารณาผลกระทบต่อผู้เสียหายและภาระครอบครัวในการกำหนดโทษ

23 ตุลาคม 2569 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำแนะนำของประธานศาลฎีกา เรื่อง เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยคำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศ ลงวันที่ 24 กันยายน 2569 ลงนามโดยนายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา โดยเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 65 ก วันที่ 22 ตุลาคม 2569

คำแนะนำดังกล่าวระบุว่า กระบวนการยุติธรรมต้องดำเนินไปบนพื้นฐานของการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเสมอภาค บุคคลทุกเพศที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาพิพากษาคดีต้องได้รับความคุ้มครองสิทธิอย่างปราศจากอคติหรือการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม สอดคล้องกับหลักการตามรัฐธรรมนูญและมาตรฐานที่ยอมรับในระดับสากล โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ออกคำแนะนำรวม 6 ข้อ

ข้อ 1 ในการพิจารณาพิพากษาคดี ศาลพึงปฏิบัติต่อบุคคลด้วยความเสมอภาค เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ปราศจากอคติและหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ รวมทั้งไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งความแตกต่างด้านเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม อายุ และสภาพทางกาย

ข้อ 2 ในการสืบพยาน ศาลพึงระมัดระวังการตั้งคำถามเกี่ยวกับเพศ เพศวิถี อัตลักษณ์ทางเพศ การแสดงออกทางเพศ คุณลักษณะทางเพศ ภูมิหลัง หรือพฤติกรรมทางเพศ ที่อาจเป็นการเปิดเผย ประจาน ทำให้เกิดความรู้สึกอับอาย ถูกตีตรา หรือถูกลดทอนศักดิ์ศรี หากคำถามดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นแห่งคดี และในการบันทึกคำพยาน ศาลพึงกระทำโดยปราศจากอคติทางเพศ

นอกจากนี้ ศาลพึงระมัดระวังมิให้เรื่องเพศ เพศวิถี อัตลักษณ์ทางเพศ การแสดงออกทางเพศ คุณลักษณะทางเพศ ภูมิหลัง หรือพฤติกรรมทางเพศของพยานหรือคู่ความ มีผลต่อการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานในคดี

ข้อ 3 ในคดีเกี่ยวกับสถานะและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เช่น คดีครอบครัว คดีมรดก คดีแรงงาน หรือคดีประเภทอื่นในลักษณะเดียวกัน ศาลพึงแสวงหาแนวทางตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่มีเพศแตกต่างกันอย่างเหมาะสม

ข้อ 4 ในคดีเกี่ยวกับการกระทำความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ศาลพึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้เสียหาย และดำเนินกระบวนพิจารณาโดยหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดการซ้ำเติมบาดแผลทางจิตใจของผู้เสียหาย

ศาลอาจพิจารณาใช้มาตรการคุ้มครองผู้เสียหายตามความจำเป็น เช่น การหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับจำเลย การพิจารณาคดีเป็นการลับ การสั่งแยกเก็บเอกสารที่มีเนื้อหาหรือภาพถ่ายอันพึงไม่เปิดเผย การไต่สวนโดยฉุกเฉิน การกำหนดมาตรการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพ หรือการอำนวยความสะดวกให้ผู้เสียหายเข้าถึงการบำบัดรักษา ฟื้นฟู และเยียวยา

ในการพิจารณาพิพากษาคดีดังกล่าว ศาลพึงคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้เสียหายอย่างรอบด้าน รวมถึงการกำหนดโทษและมาตรการบังคับทางอาญาตามความร้ายแรงของการกระทำความผิด ตลอดจนมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ และการกำหนดค่าเสียหายทางแพ่งให้ครอบคลุมถึงการเยียวยาความเสียหายต่อจิตใจอย่างเหมาะสม ได้สัดส่วน และมีประสิทธิภาพ

ข้อ 5 ในคดีอาญา การสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว การกำหนดโทษและมาตรการบังคับทางอาญา รวมถึงการกำหนดมาตรการแก้ไขบำบัดฟื้นฟู ศาลพึงรวบรวมข้อมูลและคำนึงถึงเหตุปัจจัยเกี่ยวกับภูมิหลังและข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเพศที่ส่งผลให้เกิดการกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นประวัติการถูกล่วงละเมิด การถูกกระทำด้วยความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง หรือการถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงสภาพร่างกายและจิตใจ เช่น การตั้งครรภ์ ภาวะหลังคลอด ความบอบช้ำทางจิตใจ ความกดดันในชีวิต หรือภาวะเสพติด ตลอดจนภาระและบทบาทหน้าที่ที่มีต่อครอบครัว โดยเฉพาะการเลี้ยงดูบุตร ผู้สูงอายุ หรือบุคคลที่ต้องพึ่งพิง รวมถึงการหาเลี้ยงชีพทางเศรษฐกิจ เพื่อนำมาประกอบการใช้ดุลพินิจอย่างเหมาะสมและได้สัดส่วน

ข้อ 6 ให้สำนักงานศาลยุติธรรมพัฒนาระบบงานเพื่อให้การปฏิบัติตามคำแนะนำนี้มีประสิทธิภาพ ทบทวนระบบงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและแนวปฏิบัติสากล ส่งเสริมการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสนับสนุนให้บุคลากรได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมที่คำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศอย่างต่อเนื่อง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตุลาการเดือด! '12 ก.บ.ศ.' ชงปธ.ศาลฎีกา ตั้งคณะทำงาน 'บังคับโทษ' คดีร้ายแรง ป้องกันกระทำผิดซ้ำ

ตุลาการเดือด! 12 ก.บ.ศ.ลงชื่อเสนอ ปธ.ศาลฎีกา ตั้ง คกก.ศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญา หลังปรากฎข่าว คดีโทษประหาร แต่ติดคุกจริงไม่กี่ปี ชี้ส่งผลสังคมไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมอาญาทั้งระบบ

'ฝ่ายค้าน-สว.' จับมือจี้ 'โสภณ' ส่งรายชื่อให้ประธานศาลฎีกาคุ้ยคดี 'ศักดิ์สยาม'

'ฝ่ายค้าน - สว.' แท็กทีมทวงถาม 'โสภณ' ส่งรายชื่อ ให้ประธานศาลฎีฎาตั้งคณะกรรมการไต่สวน ตรวจสอบ ป.ป.ช. ตีตกคดี 'ศักดิ์สยาม' ซุกหุ้นหรือยัง จี้ต้องส่งภายในสัปดาห์นี้ บอกไม่มีเหตุผลให้ดึงเช็งจนปิดสมัยประชุม

อดีตผู้พิพากษาถอดรหัสคำแนะนำ 'ประธานศาลฎีกา' ว่าด้วยการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต

อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา วิเคราะห์คำแนะนำประธานศาลฎีกาฉบับใหม่ ว่าด้วยการดำเนินคดีโดยไม่สุจริต ชี้เป็นหมุดหมายสำคัญของก