นายกฯ ร่ายยาวเปิดหลักสูตร วปอ.รุ่น 69 ย้ำไทยแหล่งผลิตอาหารสำคัญของโลก เผย S&P คงอันดับไทย BBB+ เชื่อมั่นใจเสถียรภาพรัฐบาล ยัน ครม.อนุทิน ไม่มีมุ้งมีแต่ทีมเดียวกัน ลั่น "ไม่มีเด็กพี่หนู-สายพี่หนู" เมินพวกวิจารณ์ ยกผลสะท้อนตัวชี้วัดจัดลำดับประเทศไทย ยันรัฐบาลไม่มีวันทำอะไรผิดกฎหมาย-ผิดเพี้ยนไม่ฟังเสียงประชาชน ย้ำ ครม.อนุทิน ตรวจสอบกันเองภายในได้ ไม่ยอมให้ใครคิดไม่ดีต่อบ้านเมือง-หาประโยชน์ตัวเอง
5 พฤศจิกายน 2569 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (วปอ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร(วปอ.) รุ่น 69 โดยนายกฯกล่าวเปิดการศึกษาภายใต้แนวคิด “บทบาทของภาครัฐ เอกชน และการเมืองในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ” ตอนหนึ่งว่า ขอบคุณที่ให้เกียรติเชิญตนมาเปิดหลักสูตรการศึกษาฯ ตนก็เป็นศิษย์เก่าของที่นี่ นำหลักสูตรมาปรับใช้ในการทำงานเชื่อมสายสัมพันธ์เชื่อมเครือข่ายของการทำงาน ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง สิ่งที่ยังมีคุณค่ากับทั้งชีวิตส่วนตัวและการทำงานของตนคือเครือข่ายเพื่อนฝูงพี่น้องที่ได้มาจากสถาบันแห่งนี้
นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการทหารปัจจุบันความมั่นคงของชาติครอบคลุมไปถึงเศรษฐกิจสังคมอาหาร การสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีและล่าสุดพลังงาน ไม่มีประเด็นไหนที่ไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติและประเทศไทย และเรายังต้องคิดอีกว่าเราจะดำเนินการด้านการต่างประเทศอย่างไร เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเสียเปรียบหรือเพลี่ยงพล้ำในทุกมิติ โดยต้องมีจุดยืนตั้งอยู่ในที่เหมาะสมได้รับเกียรติ ได้รับความเชื่อมั่นและได้รับการให้ความสำคัญของการเป็นประเทศไทยในเวทีโลก
ขณะนี้ พวกเราทุกคนที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการการเมือง และข้าราชการฝ่ายประจำ ฝ่ายความมั่นคง เราได้ดำเนินการและใช้นโยบายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติในทุกมิติด้วยความมุ่งมั่นและสามารถทำให้เราเกิดความมั่นคงในด้านทั้งหลายเหล่านี้ที่อยู่ในระดับที่วางใจได้ ในวปอ.ทุกรุ่นมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เศรษฐกิจ เครือข่ายองค์กรต่างๆอยู่ในรุ่นนี้และมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาอยู่ในรุ่น ถือว่าท่านได้สร้างเครือข่าย เพราะเรื่องอาหารเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าติดตามข่าวเรื่องอาหารมีการเพิ่มอุณหภูมิในระบบแช่แข็งไปทั่วยุโรปอาหารเน่าหมด ตนอ่านไปอยากจะร้องไห้ สงสารไม่รู้ว่าทำไมโลกเรามันโหดร้ายขนาดนี้ แต่ในมโนสำนึกนี่แหละคือโอกาสของประเทศไทย สิ่งที่เราเชิดหน้าชูตาในการที่จะไปพูดกับชาวโลกทุกระดับคือการที่ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก
“คนอื่นเขาขายน้ำมัน เรายังให้ความสำคัญกับเขาเยอะมาก แต่ขอโทษนะครับน้ำมันเอามาดื่มมากินไม่ได้ แต่ถ้าไม่มีอาหารเราดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้เพราะฉะนั้นนี่คือจุดที่ประเทศไทยต้องสร้างความแข็งแกร่งในเรื่องของการเป็นประเทศที่ผลิตแปรรูปและดำเนินการในรูปแบบของอุตสาหกรรมอย่างเต็มที่ ทั้งข้าว ผลไม้ และพืชผัก รวมถึงเนื้อสัตว์มีครบทุกหมู่ ฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากวปอ. ขอให้ปลัดกระทรวงเกษตรสหกรณ์ช่วยนำเรื่องความสำคัญห่วงโซ่อุปทานที่เรามีอยู่ในเรื่องของอาหารมานำเสนอในรุ่น วปอ.ด้วย เรามีพี่น้องเกษตรกรมากที่สุดในจำนวนกลุ่มประชากรถึงเวลาที่เขาจะได้ลืมตาอ้าปาก ถึงเวลาที่เขาจะได้มีโอกาส และมีความสามารถในการสร้างรายได้ของเขาด้วยตัวของเขาเอง“นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้ประเทศไทยมองเห็นโอกาสข้างหน้าค่อนข้างชัดเจน ผู้ที่ทำหน้าที่จัดลำดับเรตติ้งความน่าเชื่อถือของประเทศไทย รายหลักของโลกอย่าง มูดี้ส์ เรทติ้งส์ (Moody's Ratings)และ S&P Global Ratings (S&P) ยังคงสภาพประเทศไทยเป็น BBB+ พลัส เราไม่ได้อวย ที่รัฐบาลพูดอะไรต้องพลัสและเปลี่ยนลำดับความน่าเชื่อถือจาก Negative Outlook แต่เราไม่รู้ว่าการเมืองมีเสถียรภาพหรือเปล่า สังคมมีความเสถียร ความสงบหรือเปล่าก่อนหน้านี้ แต่วันนี้เขาเปลี่ยนจาก Negative Outlook กลับมาเป็น Positive Outlook
ฉะนั้นตรงนี้มีความสำคัญมากแสดงว่านอกจากประเทศไทยมีความมั่นคงอยู่แล้ว เขามาดูเรื่องของเสถียรภาพของการบริหารประเทศ ของศักยภาพในการเพิ่มผลผลิตของประเทศ เรื่องของความสงบในสังคมและความมีเสถียรภาพของรัฐบาล เขาค่อนข้างมั่นใจจึงปรับ Outlook ต่างๆ เงินลงทุนหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก มีคนที่เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยและนำเม็ดเงินลงทุนมาขยายมาสร้างและนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาในประเทศไทย อันนี้เป็นอีกบริบทที่ประเทศไทยเปลี่ยนไปจากสมัยต่างชาติเข้ามาประเทศไทยแรงงานถูก ไฟถูก อาหารถูกอยู่ได้แล้ว แต่ประเทศไทยได้อะไร การจ้างงานของผู้ประกอบการใช้แรงงานถูกๆ ให้เราทำสินค้าแพงๆให้เขา กำไรก็ไปที่เขา
แต่วันหนึ่งเราต้องปรับโครงสร้างจนวันนี้ระดับบิ๊กเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เขามาประเทศไทย เพราะตอนนี้กระจายสินค้าไปทั่วภูมิภาคได้หมดเลยเหนือใต้ มี Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานดีมากในระบบโลจิสติกส์ที่แข็งแรงมีความเชื่อถือ มีความเสถียรของไฟฟ้าของพลังงาน เขามีความมั่นใจมาทางนี้ และเรามีทั้งรถไฟความเร็วสูงการกระจายสินค้าของเขาทางบก ทางน้ำ ทางอากาศและการเชื่อมโยงระหว่างการรวมถึงการเชื่อมโยงระหว่างประเทศไปทั่วภูมิภาค เขาจำเป็นต้องมาประเทศไทย
นายกฯ กล่าวอีกว่า เราเป็นไข่แดงตรงภูมิภาคอาเซียนไปถึงจีนตอนใต้ไปถึงเอเชียใต้เราไม่ได้อยู่แค่อาเซียนเพียงไม่กี่ประเทศ เราสามารถใช้เครือข่ายตรงนี้เป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้า คมนาคมของบริษัทข้ามชาติทั้งหลาย ตนเชื่อว่าเขาคงไม่อยากอยู่ตรงนั้น เพราะมันมีความหวั่นไหว อยู่ตลอดเวลาในภูมิภาคที่เขายังไม่สามารถที่จะสรุปได้ว่าความสงบจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ในภูมิภาคอาเซียน เรายังมีแรงดึงดูดที่ทำให้เขาต้องให้ความสนใจกับประเทศไทย เขาอาจจะไม่ได้รักประเทศไทย แต่เขาต้องใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการขยายกิจการของเขา ธุรกิจในระดับที่เครื่องคิดเลขกดไม่ไหวเพราะศูนย์มันเยอะ ถ้าเขาไม่มีประเทศหรือฐานการผลิตใดๆที่สามารถทำให้เขาขยายกำลังการผลิตหรือขยายขอบข่ายทางธุรกิจของเขาได้ เขาก็จะถูก disruption (ระงับ) เขาก็อยู่ไม่ได้ ฉะนั้นนี่คือโอกาสอีกโอกาสหนึ่งของประเทศไทย
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ความมั่นคงของชาติมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการเมือง ต้องเดินร่วมกัน เราต้องต่อยอดสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยฐานที่เรามีความพร้อม ความสมบูรณ์เช่นนี้ จะอยู่คู่กับคำว่าความมั่นคงคือเสถียรภาพ มันต้องไปคู่กัน ต้องแข็งแรง ถ้าคนที่คอยกำกับดูแลไม่แข็งแรง มันก็ไปไม่ได้ ก็จะเป็นสิ่งปลูกสร้างรกร้างเก่าๆ อาคารทั้งหลายมีความมั่นคง ออกแบบอย่างดี แต่เสถียรภาพไม่มี ภาคธุรกิจเงินไม่พอ ทุนไม่พอ แบงค์ไม่ให้กู้อาคารก็เป็นอาคารร้างภายในเวลาไม่กี่เดือนก็จะกลายเป็นอาคารเก่าและกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ชำรุดสุดโทรมหาประโยชน์อะไรไม่ได้ เสถียรภาพของฝ่ายบริหาร ซึ่งตนให้ความสำคัญมาก เราต้องบริหารประเทศและเราต้องบริหารการเมืองให้ดีด้วย ตนให้ความสำคัญกับการบริหารการเมือง
ดังนั้นในคณะรัฐมนตรี(ครม.)ของตนจึงไม่มีคำว่ามุ้ง ไม่มีคำว่าพรรค มีแต่คำว่าทีมเดียวกัน เป็นรัฐบาลของประชาชน เป็นรัฐบาลของประเทศ เป้าหมายคือการสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศชาติส่งเสริมซึ่งกันและกัน แต่ละกระทรวงต้องสนับสนุนภารกิจของอีกหลายกระทรวงหรือทุกกระทรวงว่าจะทำอย่างไรให้นโยบายของรัฐบาลได้ขับเคลื่อนและได้ดำเนินการไปด้วยความมีประสิทธิภาพ ในส่วนของข้าราชการประจำ เรามองว่าทุกท่านคือทีมไทยแลนด์ ทำงานต้องมีความราบรื่นมีความร่วมมือมีเสถียรภาพ ทุกคนเข้าใจดีว่าเขาทำงานเพื่อบ้านเมือง
“ในยุคนี้ข้าราชการประจำไม่ต้องมาเล่นการเมืองเพราะเราพยายามจะเป็นอันเดียวกัน มันเป็นบทบาท มันไม่ใช่เจ้าของ ใครจะไปคิดว่าคนนี้จะต้องเป็นเด็กคนนี้ เป็นสายให้คนนี้ตลอดไป ไม่มี ถามผมสิ ผมพ้นจากตำแหน่งมท.1 ผมไปสนามบินต่างจังหวัดผมจะต้องเรียกว่าแทบจะต้องหายใจลึกๆ เพราะว่าคนหายไปไหนหมดไม่รู้จากที่เคยมามืดฟ้ามัวดิน เพราะฉะนั้นไม่มีเด็กพี่หนู สายพี่หนู มีแต่พี่หนูเป็นมท.1 มีพี่หนูเป็นนายกฯ มีแต่พี่หนู
เพราะฉะนั้นวันนี้พี่หนูไม่มีเด็ก มีแต่ทีม และต้องทำความเข้าใจกับตัวเองว่ามาทำงานให้กับบ้านเมือง ทำงานให้กับประเทศชาติ จะเด็กเรา เด็กใครเด็กเขา เขาทำงานได้ต้องทำหมดและปล่อยวางบทบาท เพราะเมื่อไหร่เราอาจจะต้องไปเป็นคนที่ต้องนั่งรอเขานานถึงชั่วโมงครึ่ง เพื่อขอพบท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ได้ใครจะไปรู้ เพราะฉะนั้นเราต้องดูว่าที่เราทำโดยหน้าที่ โดยภารกิจ โดยความรับผิดชอบ โดยสิ่งที่ประชาชน เขาส่งมาให้ทำหน้าที่นั้นและมันต้องจบ ถ้าจะจบ มันต้องจบในหน้าที่ไม่ใช่ลากต่อไป เป็นอดีตนายกฯแล้วยังจะไปเชิญคนโน้นคนนี้มาหาไม่ได้แล้ว
ถ้าเราใส่หัวโขนให้ถูกที่ ทำการเมืองร่วมกันบริหารบ้านเมืองร่วมกันกับฝ่ายข้าราชการประจำมันจะทำได้ด้วยดี และผมกล้าพูดว่า ณ ขณะนี้ปัจจุบันนี้ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในระบบการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทย ผมใช้ทั้งประสบการณ์ ใช้ทั้งความสุข ใช้ทั้งความขมขื่น ใช้ทั้งความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบเข้ามาผสมผสานกันและบริหารราชการแผ่นดิน
ทุกวันนี้ผมได้รับความร่วมมืออย่างดีมากจากข้าราชการทุกภาคส่วน และท่านก็เห็นว่าการขับเคลื่อนการดำเนินการของรัฐบาลมันก็เป็นไปได้ด้วยดี มันสะท้อนออกมา ใครจะพูดอะไรก็แล้วแต่ ใครจะลงเฟกนิวส์ ยังไงก็แล้วแต่ หรือใครจะวิพากษ์วิจารณ์ยังไงก็แล้วแต่ มันมีฝักมีฝ่าย เราไปห้ามตรงนั้นไม่ได้ แต่สิ่งที่มันโกหกไม่ได้และสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ตัวชี้วัดต่างๆที่มันออกมาจากการจัดลำดับประเทศไทย มูลค่าการส่งออกที่ปีนี้เราโต 20 กว่าเปอร์เซ็นต์
ผลผลิตที่มันเพิ่มมากขึ้น จำนวนเงินลงทุนจากต่างชาติที่เพิ่มขึ้น การดูแลพี่น้องประชาชนที่เราดูแลได้มากขึ้น การเก็บภาษีที่เก็บได้เพิ่มขึ้น และเรื่องของแนวโน้มที่มันเป็นไปในเชิงบวกและหลายอย่างประกอบกับสิ่งเหล่านี้ต่างหากคือสิ่งที่บอกว่ามันเป็นผลลัพธ์จากการร่วมมือกันเป็นทีมไทยแลนด์เป็นทีมเดียวกัน ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยจากทุกภาคส่วน“นายกฯ กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า ส่วนราคาข้าว ราคามันสำปะหลังสูงขึ้น และราคายางสูงสุดในรอบหลายปี สินค้าพืชผลทางการเกษตรทุกอย่างที่เป็นหลักของประเทศไทยราคาขึ้นมาเป็นเชิงบวกทั้งสิ้นสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้นให้กับประเทศให้กับเกษตรกร
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้คงไม่ได้พูดถึงเรื่องของทางวิชาการมาก เพราะท่านสามารถหาได้จากแหล่งข้อมูล แต่ตนจะมาพูดในเรื่องการสร้างความมั่นใจให้กับทุกภาคส่วนว่าวันนี้เรามีครบทุกบริบท ครบทุกปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยของเรามีความเข้มแข็งแข็งแกร่ง เรามีปัญหาเรื่องความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้าน อันนี้ไม่ต้องห่วงพี่ๆในห้องนี้ โดยเฉพาะพี่ๆแถวบ้านควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ไม่มีความต้องกังวลใดๆท่านจะคิดวางแผนอะไรต่างๆประเทศไทยเราไม่มีใครเข้ามารุกราน เข้ามาคุกคามหรือเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ถ้าเป็นภัยจากต่างประเทศในทุกเรื่อง
“รัฐบาลไม่มีวันที่จะทำอะไรที่มันผิดเพี้ยนไม่ฟังเสียงประชาชน ทำสิ่งที่ผิดกฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่มีวันทำเช่นนั้นเป็นอันขาด ยิ่งทำไป มันก็จะเกิดแต่สิ่งที่มันเป็นผลร้ายต่อรัฐบาลต่อประเทศ ซึ่งตอนนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้บริบทการเมืองเปลี่ยนไปเยอะ ใครที่คิดไม่ดีต่อบ้านเมือง ใครที่คิดที่จะทำอะไรเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง มีการตรวจสอบมากมาย ไม่ใช่ตรวจสอบจากภายนอก ตรวจสอบจากภายในกันเอง ก็ไม่มีใครยอม
รัฐบาลชุดนี้เราให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันในที่ประชุมครม. ปลัดกระทรวง อธิบดี ฝ่ายข้าราชการประจำจะต้องเข้ามาร่วมนำเสนอร่วมรับทราบและนำไปปฏิบัติ เราถึงมีโครงการต่างๆออกมามากมายและสามารถดำเนินการได้ด้วยความรวดเร็ว เรากล้าด้วยซ้ำ เรากล้าที่จะทำในสิ่งที่ถูก ดังนั้นการรักษาความมั่นคงของชาติก็ต้องถือว่าเป็นภารกิจร่วมกันของทุกภาคส่วน และความมั่นคงคือการเตรียมให้พร้อมรับมือกับทุกสิ่งที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้วและเผชิญอยู่แล้ว รวมถึงสิ่งใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย“นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า ท้ายที่สุดนี้การที่ตนได้กลับมาที่วปอ.อีกครั้งอยากฝากให้กับทุกท่านว่าสิ่งที่ท่านจะได้รับจากการรู้ที่นี่ อาจจะไม่ใช่ความรู้ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ขอให้ท่านได้เข้าใจวิธีคิดของคนที่อยู่คนละภาคส่วนกับเราแล้วพยายามเรียนผสมผสานเข้ามา มันจะเป็นพลังขับเคลื่อนให้กับประเทศไทยได้อย่างอเนกอนันต์ ตนขอให้ความมั่นใจว่าเครือข่ายที่ทุกท่านกำลังสร้างขึ้นจากที่นี่จะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยกันทำให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นในอนาคต look progressive (มองไปข้างหน้าอย่างก้าวกระโดด) ตนไม่ได้ตั้งเป้าให้สวยหรู เพราะตั้งเป้าแล้วทำไม่ได้ แล้วมาคิดคำแก้ตัว
ดังนั้นจะทำแบบพอเพียงตามปรัชญาพอเพียง เวลาคิดอะไร คิดเฉพาะเป้าหมายที่เอื้อมถึง แล้วใช้กำลังความสามารถที่มีอยู่ทำให้ได้เจตนารมณ์ที่ดี เมื่อเราไปถึงจุดนั้นแล้วมันจะมีการต่อยอดไปด้วยพลังขับเคลื่อนหรือ Momentum ในตัวมันเอง ตนอาจจะพูดแบบนี้หลายคนที่เรียน engineer (วิศวกร)มาเหมือนตนก็คิดแบบนี้ สิ่งที่มันจับต้องได้อธิบายได้ชี้แจงได้ เมื่อไปถึงแล้วมันจะมีแรงอีกแรงผลักดันขึ้นไปนี่คือหลักฟิสิกส์ธรรมดา และคือสิ่งที่ตนดำเนินมาตั้งแต่ตนได้มีโอกาสเข้ามารับตำแหน่งนายกฯมันก็เวิร์คนะตอนเข้ามาใหม่ๆเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่มีใครคิดหรอกว่ามันจะต่อเทอม 2 ได้อยู่ 4 เดือน ในเทอมแรก แต่เราคิดมีคำว่าควิกวิน 4 เดือนก็ทำ 4 เดือนให้ดีที่สุดป้องกันประเทศให้สูงสุด สนับสนุนทุกด้านให้ประเทศมีความปลอดภัยด้วยความมั่นคง
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ในเรื่องของเศรษฐกิจเราเอาประเทศไทยกลับไปสู่เวทีโลก โชคดีตนเข้ามาช่วงนี้พอดีมีการประชุมเอเปค ประจำปี 2569 (APEC 2026) มีการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 48 ได้เจอกับผู้นำต่างๆทั่วโลกเหมือนกับความที่เราไม่ปิดตัวเอง เราพูดไปพูดมาก็มีการพูดคุยกันต่อ สร้างความร่วมมือกันต่อและโชคดีได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนในช่วงนั้นพอดี ทำให้เรื่องที่มันเชื่อมกับประเทศจีนทะลวงไปได้ด้วยความรวดเร็ว หลังไมค์พูดคุยความร่วมมือต่างๆที่ผู้นำสูงสุดของทั้งสองประเทศได้พูดคุยกันและได้หารือกันแล้วหารือกันด้วยความเข้าใจกันดี เราก็ไปดำเนินการต่อยอด ต่อเนื่องทำให้ความสัมพันธ์ต่างๆพัฒนาไปได้ด้วยความรวดเร็วนี่คือการนำประเทศไทยกลับเข้ามาในพื้นที่ของแผนที่โลกอีกครั้ง
พอกลับเข้ามาสมัยที่ 2 ก็ มีlong-term สิ่งที่ทำมาทุกอย่างมีแนวโน้มและแนวทางที่ดีที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ก็ขอให้ช่วยกันนำนโยบายที่ท่านคิดว่ามันเป็นประโยชน์กับประเทศไทยมาช่วยกันระดมสมองระดมความคิดนำส่งมาให้รัฐบาลในการดำเนินการ เพราะเราต้องใช้ความร่วมมือจากทุกฝ่ายมาขับเคลื่อนจนคิดว่าสิ่งที่เราอยากเห็นให้มันเกิดขึ้นกับประเทศไทยมันจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน
“ผมได้พูดคุยกับผู้บัญชาการสถาบันป้องกันประเทศ และผอ.วปอ. ที่บอกกับผมว่า ปีนี้จะเดินทางไปเยี่ยมเหล่าทัพและหน่วยงานต่างๆ รวมถึงกระทรวงสาธารณสุข ผมจึงถามกลับว่าไม่คิดจะมาเยี่ยมทำเนียบรัฐบาลบ้างหรือ ซึ่งจะมอบหมายให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงมหาดไทย บรรยายสรุป นโยบายการขับเคลื่อนต่างๆของรัฐบาล อยากให้พวกท่านมารู้นโยบายของฝ่ายปกครองและการบริหารราชการแผ่นดินมารู้ในฝ่ายของพลเรือนบ้าง”นายกฯ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘หนู’ฟุ้งเรตติ้งดี ทีมไทยแลนด์ปึ้ก ไม่หวั่นม็อบบุก!
นายกฯ ร่ายยาวเปิดหลักสูตร "วปอ.รุ่น 69" ยกเรตติ้งไทยอยู่ในระดับ BBB+
ปธ.ใช้อำนาจมิชอบ จ่อยื่นฟันคุกคามฝ่ายค้าน อนุทินปลุกการเมืองนํ้าดี
“นายกฯ” ปลุกกระแส "Reinvent การเมืองไทย" ชี้การเมืองดีต้องยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก ยัน รบ.เปิดกว้างให้วิจารณ์บนฐานข้อเท็จจริง
สัญจรเอาใจอีสาน3.5หมื่นล.
"อนุทิน" นำ รมต.สวมเสื้อผ้าหมี่ขิดประชุม "ครม.สัญจร" อุดรธานี ไฟเขียวงบ 3.5 หมื่นล้านบาท ขับเคลื่อน 36 โครงการ
หนูจัดระเบียบ ‘มูลนิธิ’ทั่วปท. บุ๋มแจ้งจับสามี
“นายกฯ” สั่ง “มท.” จัดระเบียบมูลนิธิทั่วประเทศ คุมเข้มจดทะเบียน
ทดสอบ“แผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ” ระบบรับมือวิกฤตที่ต้องใช้ได้จริง
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามในภูมิภาคอื่น เช่น สงคราม “รัสเซีย-ยูเครน” หรือสัญญาณการโจมตีครั้งใหม่ของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านกำลังใกล้เข้ามา ทำให้ชาติต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังเกี่ยวกับความมั่นคงระดับประเทศและผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน
สั่งเตรียมพร้อม แจ้งรบ.เมียนมา อย่ากระทบไทย
นายกฯ สั่งเตรียมพร้อมสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา

