“นายกฯ” ปลุกกระแส "Reinvent การเมืองไทย" ชี้การเมืองดีต้องยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก ยัน รบ.เปิดกว้างให้วิจารณ์บนฐานข้อเท็จจริง “ฝ่ายค้าน” ซัด “โสภณ” ใช้อำนาจประธานสภาฯ โดยมิชอบ เล็งยื่นหน่วยงานตรวจสอบ “เท้ง-มาร์ค” ซัดสกัดกั้น-คุกคามการทำหน้าที่ตรวจสอบ “วิปฝ่ายค้าน” ยื่นหนังสือจี้ทบทวนแนวดำเนินงาน กมธ.ใหม่ “โรม” งัดมติ 8:0 กมธ.กฎหมายไม่รับแนวทาง เรียก “ปธ.สภาฯ” แจง 12 พ.ย.นี้ “ศุภชัย” ซัดใช้อำนาจเหิมเกริม จี้ขอโทษประธานสภาฯ “ที่ปรึกษาฯ” ป้อง “โสภณ” ไม่เกี่ยวส่งหนังสือเวียนถึง ปธ.กมธ. โบ้ย “เลขาฯ สภา” เป็นต้นเรื่อง "รมว.ยุติธรรม" รับคดีเว็บพนัน Shuffle หากหลักฐานถึง “สส.ไอเดียร์-สามี” ยึดอายัดทรัพย์ชั่วคราวได้
ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน วันที่ 4 พ.ย.2569 เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 และกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Reinvent Thailand” ตอนหนึ่งระบุว่า การปาฐกถาวันนี้ขอพูดถึง 3 เรื่อง คือ 1.ความมั่นคงทางพลังงาน 2.การเปลี่ยนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ และ 3.การพัฒนาทุนมนุษย์ เชื่อว่าสิ่งที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนอีกเรื่องหนึ่งให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว มั่นคง และมีความยั่งยืน คือเราต้องมี Reinvent politics หรือสภาพทางการเมืองที่เป็นบวก เพราะทุกวันนี้ยังเป็นลบอยู่ และมีความขัดแย้งกัน โดยมีเป้าคือทำอย่างไรถึงจะมีอำนาจในการบริหารประเทศ
“ทุกคนอยากบริหารประเทศผมเข้าใจ แต่ต้องมีกติกา ไม่ใช่ว่าทำทุกอย่างเพื่อดึงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลงแล้วให้ตัวเองกลับขึ้นมา โดยไม่สนว่ากติกาหรือสิ่งที่เป็นประโยชน์กับส่วนรวมของประเทศว่าเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นเราต้อง Reinvent การเมือง โดยสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองขึ้นมาใหม่ เพราะถ้าการเมืองดี เราก็จะสามารถพูดคุยกันอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่พูดคำด่าคำเหน็บแนมกันและกัน หรือด้อยค่าโดยใช้วาทกรรม" นายอนุทินกล่าว
นายกฯ กล่าวตอนท้ายว่า ถ้าการเมืองดีเราก็สามารถที่จะตรวจสอบกันและกันบนฐานของข้อเท็จจริง ไม่ใช่ปล่อยเฟกนิวส์ หรือคำพูดที่รับฟังใครต่อใครมาโดยหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ และถ้าการเมืองดี แต่ละฝ่ายก็จะทำหน้าที่โดยมีเป้าหมายว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น และมีความมั่นคงสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ทำอย่างไรให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองถูกดูถูก เกลียดชัง และใส่เรื่องร้าย ถ่วงเวลาให้ไม่สามารถทำงานได้ราบรื่น
“ไม่ได้หมายความว่าห้ามวิจารณ์ ห้ามตรวจสอบ เพราะเป็นไปไม่ได้ในระบบสังคมประชาธิปไตย แต่เป้าหมายคือต้องเอาประเทศชาติเป็นหลัก ประชาชนเป็นหลัก และทำงานด้านการเมืองด้วยความสร้างสรรค์ สื่อสารด้วยความสร้างสรรค์ และด้วยข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ ซึ่งการยกเครื่องประเทศไทย ไม่ได้เพียงหน้าที่ของรัฐบาลหรือของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการคิดร่วมกัน และนำจุดแข็งของทุกภาคส่วนมาต่อจิกซอว์ด้วยกัน เพื่อให้ภาพของประเทศไทยมั่นคงในโลกยุคเศรษฐกิจใหม่” นายกฯ กล่าว
จากนั้นเวลา 13.00 น. นายกฯ เดินทางมาที่วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงมหาดไทย ประจำปี 2569 โดยนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย พร้อม รมช.มหาดไทย ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมในพิธี โดยได้รับเมตตาจากพระธรรมวชิรเมธี เจ้าคณะภาค 1 เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เป็นประธานสงฆ์
ซัดโสภณใช้อำนาจมิชอบ
ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมคณะ ร่วมแถลงข่าวเรื่อง "การสกัดกั้นและคุกคามการทำหน้าที่ตรวจสอบของฝ่ายค้าน"
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เราตั้งข้อสงสัยได้ฝั่งรัฐบาลหรือผู้ที่มีอำนาจในระบอบสีน้ำเงินกำลังใช้ทุกกลไกที่เขาสามารถควบคุมได้ในการสกัด แทรกแซง และก็คุกคามการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านผ่านกลไกในฝ่ายนิติบัญญัติ ในการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร คือ 1.กรณีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เห็นชอบแนวทางในการดำเนินงานของ กมธ.ทั้ง 35 คณะ โดยจากนี้ กมธ.จะทำอะไรต้องผ่านเป็นมติเสมอ การที่ออกแนวทางแบบนี้ก็เป็นการสกัดการทำหน้าที่ของกลไกสภาใน กมธ.ในฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบรัฐบาล
2.ความพยายามในการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในคดีโกง สว. จากกรณี กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 เตรียมยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่าง กกต. และก็ศาลฎีกา ซึ่งนี่เป็นความพยายามในการใช้กลไกในองค์กรอิสระ เป็นการพยายามไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมซึ่งอยู่ในศาลยุติธรรม และ 3.ความพยายามในการคุกคามการทำหน้าที่ของ สส.ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะตนและนายอภิสิทธิ์ ที่ได้รับข้อความแจ้งเตือนจาก Apple ว่า โทรศัพท์ของเรามีความเสี่ยงที่อาจจะถูกโจมตีด้วยสปายแวร์ขั้นสูง เลยทำให้อดสงสัยไม่ได้จริงๆ จากความพยายามหลายพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นบังเอิญเกิดขึ้นพร้อมๆ กันว่าขณะนี้ตนหรือนายอภิสิทธิ์กำลังจะถูกโจมตี ถูกคุกคามโดยรัฐบาลไทยหรือไม่
"นี่เป็นปัญหาใหญ่จริงๆ ที่พวกเราจะยอมไม่ได้ในการใช้อำนาจของรัฐบาล ซึ่งจริงๆ ในฝ่ายนิติบัญญัติอาจจะผ่านประธานสภาฯ ในการพยายามรวบอำนาจของกรรมาธิการในฝ่ายบริหาร" นายณัฐพงษ์กล่าว
ส่วนนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้มีความพยายามในการเสนอแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาฯ โดยสมาชิกของพรรคภูมิใจไทย ถือเป็นความพยายามใช้มติเสียงข้างมากพิจารณา ซึ่งอาจสามารถไปถึงการพยายามยุบ กมธ. การเสนอเลือกประธาน กมธ. โดยมติเสียงข้างมาก จากเดิมที่ใช้เป็นตกลงตามสัดส่วนของ สส.ได้ ดังนั้นดูเหมือนกับเป็นความพยายามต่อเนื่องที่ทำให้กลไกทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติทำงานตรวจสอบยากขึ้นหรือทำงานไม่ได้
“ในส่วนการออกหนังสือเวียนที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นการเรียกประชุมประธาน กมธ. 35 คณะ แต่ได้ให้ฝ่ายกฎหมายสรุปแนวทาง ผมขอแนะนำว่า ให้ประธานสภาฯ เรียกประชุมอีกครั้ง เพื่อทบทวนแนวคิดว่ามีประเด็นใดที่พอตกผลึกและนำไปสู่การปฏิบัติอย่างไร เช่น การบรรจุวาระควรใช้วิธีการหารือและแจ้งในที่ประชุม โดยไม่จำเป็นต้องใช้มติเพื่อให้เป็นธรรมทุกฝ่าย รวมทั้งขอให้นายโสภณได้ส่งสัญญาณไปยังพรรค ภท.ด้วยว่าจะแก้ไขข้อบังคับอะไร ควรคำนึงถึงศักดิ์ศรีและหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ การแทรกแซงด้วยกระบวนการต่างๆ” หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าว
ถามว่า หนังสือเรื่องอำนาจ กมธ. 35 คณะถือว่าผิดมาตรฐานจริยธรรมหรือไม่ จะยื่นต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จากการติดตามการแถลงข่าวของตัวแทนสภาที่พยายามอ้างถึงระเบียบห้องประชุมที่ผ่านมาระยะหนึ่ง ซึ่งถ้าจะอ้างว่ามีระเบียบแบบนั้นออกมาใช้นานแล้ว เท่ากับแนวปฏิบัติที่ผ่านมาของสภาหลายๆ ชุดไม่ถูกต้องตามระเบียบ ไม่ถูกต้องตามข้อบังคับใช่หรือไม่ ดังนั้นเรามองว่าเรื่องแนวปฏิบัติที่ออกมาล่าสุดนี้ เป็นความพยายามในการสกัดกั้นในการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านมากกว่า
“ผมมองว่าการใช้อำนาจของประธานแบบนี้ อาจเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ ดังนั้นจึงอยู่ระหว่างการหารือร่วมกันของฝ่ายค้านว่าจะไปยื่นเรื่องต่อหน่วยงานใด” นายณัฐพงษ์กล่าว
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีนายโสภณระบุการแก้ไขปัญหาซ้ำซ้อนไม่ได้ปิดปากฝ่ายค้าน และหากคิดว่าทำผิดก็ไปยื่นฟ้องต่อ ป.ป.ช.ได้เลยว่า มุมมองที่ฝ่ายค้านมองต่อแนวทางการดำเนินการล่าสุดของประธานสภาฯ แม้จะได้ยินคำชี้แจงเพิ่มเติม ก็ยังยืนยันว่ามีความคิดที่แตกต่างกันอยู่ คือในเชิงเนื้อหาสาระเรามีความกังวลใจที่กำหนดว่าการดำเนินการทั้งหมดของ กมธ. จะไม่สามารถกระทำได้หากไม่มีมติที่ประชุมอย่างเคร่งครัด คิดว่าจะกระทบต่อความคล่องตัวการทำหน้าที่ของ กมธ.และเปิดช่องให้รัฐบาลสามารถสั่งการให้ สส.ฝั่งรัฐบาล ซึ่งเป็นเสียงข้างมากของ กมธ.สกัดกั้นไม่ให้มีการตรวจสอบในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล แม้ว่าเรื่องนั้นอยู่ในขอบเขตอำนาจของ กมธ.ก็ตาม
“วันนี้ผมจะมีการออกหนังสือตามมติของที่ประชุมวิปฝ่ายค้านว่าจะทำหนังสือทักท้วงและแสดงความไม่เห็นด้วยต่อแนวทางดังกล่าว และขอเข้าหารือกับประธานสภาฯ อย่างเป็นทางการ รวมถึงภาคส่วนต่างๆ เพื่อหาทางออกร่วมกัน” นายพริษฐ์กล่าว
โรมเรียกประธานสภาฯ แจง
ซักเรื่องประธานสภาฯ ให้ยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบ ปธ.วิปฝ่ายค้านกล่าวว่า เรื่องจะมาท้าว่าให้ไปยื่นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ไม่ต้องท้า เพราะเรามีการตรวจสอบตลอดอยู่แล้ว หากเราเห็นว่ามีข้อมูลและการกระทำที่ผ่านมาเข้าข่ายการทำหน้าที่โดยมิชอบ เราก็พร้อมที่จะใช้สิทธิ์ตามขั้นตอนอยู่แล้ว
ต่อมานายพริษฐ์โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า วันนี้ตนได้ทำหนังสือถึงประธานสภาฯ ตามข้อสรุปของที่ประชุมวิปฝ่ายค้าน เพื่อขอให้ประธานสภาฯ ทบทวนแนวทางการดำเนินงานของ กมธ. และขอนัดหารือประธานสภาฯ เพื่อหาทางออกร่วมกัน
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เรารับทราบว่าหนังสือแนวทางที่ส่งให้กับ กมธ.แต่ละคณะ ไม่ใช่กฎหมาย รวมถึงไม่ใช่ระเบียบใดๆ ดังนั้นสภาพบังคับจึงไม่มี เป็นเพียงแนวทางที่ส่งไปแต่ละคณะ ฉะนั้นการที่จะมาบังคับ กมธ. ไม่สามารถทำได้ แต่สิ่งที่ต้องใส่ดอกจันตัวโตคือการบังคับของฝ่ายเลขานุการจะมีหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่สิ้นกระแสความ วันนี้ทาง กมธ.การกฎหมายฯ จึงลงมติในเรื่องนี้ มีมติ 8 ต่อ 0 ไม่รับแนวทางดังกล่าว และมีความเห็นว่าจะต้องบรรจุเรื่องนี้ในวาระการพิจารณา
“โดยกฎหมายที่ต้องมาพูดคุยกันคือฐานทางอำนาจในการปฏิบัติของ กมธ. และจะมีการเชิญนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ มาพิจารณาใน กมธ. ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 12 พ.ย.นี้ หวังว่านายโสภณจะให้ความร่วมมือในการชี้แจง นอกจากนี้ในหนังสือเวียนดังกล่าว สิ่งที่ กมธ.ได้รับเอกสาร 3 หน้า ไม่มีตราประทับ ไม่มีลายเซ็นของประธานสภาฯ และไม่มีการอ้างอิงฐานอำนาจใดๆ จึงมีข้อถกเถียงกันว่า เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเอกสารดังกล่าวเป็นของจริง ซึ่ง กมธ.ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าไม่สามารถรับแนวทางนี้ได้ และจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง” นายรังสิมันต์ระบุ
อย่างไรก็ตาม นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ กมธ.การกฎหมายฯ กล่าวว่า การประชุมของ กมธ.การกฎหมายฯ ในวันนี้ ที่มีการลงมติ โดย กมธ.ฝ่ายค้านทั้งนั้น ยกเว้นนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ที่เข้าใจผิด และกำลังจะถอนการลงมติออก ตนไม่อยากบอกว่าการลักหลับ เพราะเป็นเวลากลางวัน แต่ถือเป็นการแสดงเจตนาไม่สุจริต เพื่อที่จะใช้อำนาจที่มีอยู่ขอมติ การคิดว่ามติเช่นนี้เป็นมติที่ผู้ที่เป็นประธาน กมธ.ไม่ควรถามมติในเรื่องนี้ แต่ในที่สุดก็ถาม เพื่อที่จะเชิญประธานสภาฯ มาชี้แจง ซึ่งไม่มีบรรทัดฐานหรือประเพณีอันใด
นายศุภชัยกล่าวว่า ตอนที่ท่านเป็นประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ เชิญนายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาฯ มาชี้แจง ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่นายชวนไปก็เป็นพระคุณ แต่วันนี้เชิญนายโสภณเพื่อให้กรรมาธิการซักถามว่าสิ่งที่ประธานสภาฯ ออกมานั้นด้วยเหตุผลอะไร ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรที่สภาแห่งนี้ควรพึงกระทำ การที่กรรมาธิการทำเช่นนี้ เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมต่อประธานสภาฯ ซึ่งเป็นประมุขหนึ่งในสามของอำนาจอธิปไตยของประเทศ
“สิ่งที่ท่านทำไม่ได้อยู่นอกเหนือกฎหมาย เพียงแต่วันนี้ท่านไม่เห็นด้วยกับประธานสภาฯ ก็แปลความอย่างเดียวว่าท่านก็ไม่ยอมรับข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ท่านทำผิดกฎหมาย เพราะสิ่งที่ท่านกำลังทำไม่ถูกต้อง และไม่มีเหตุอันใดเลยที่นายโสภณจะต้องเข้าไปชี้แจงต่อ กมธ. ผมคิดว่าเรื่องนี้ประธาน กมธ.การกฎหมายฯ ต้องออกมาขออภัย ขอโทษประธานสภาฯ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องตามต่อไป ท่านทำเช่นนี้ท่านเหิมเกริมมาก” นายศุภชัยกล่าว
ถามว่า ถือว่ามติของ กมธ.การกฎหมายฯ ไม่ใช่ 8 ต่อ 0 แสดงว่าเชิญประธานสภาฯ มาชี้แจงไม่ได้ นายศุภชัยกล่าวว่า การประชุม กมธ.การกฎหมายฯ วันที่ 5 พ.ย. ตนจะเสนอญัตติใหม่ ก็ไปตีความตามกฎหมาย สิ่งหนึ่งที่ตนมองว่าเป็นเรื่องกฎหมายก็ส่วนหนึ่ง แต่ความไม่บังควรก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง และคิดว่าประเพณีวัฒนธรรมที่ได้สร้างสรรค์กันมาในสภาแห่งนี้ยาวนานเกินกว่าที่ท่านจะทำเช่นนี้ได้
ด้านสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยสำนักกรรมาธิการ ประจำสภาผู้แทนราษฎร แถลงกรณีแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญ (กมธ.) ของสภาฯ โดยนายนาถะ ดวงวิชัย ผู้อำนวยการสำนักงานกรรมาธิการ 2 กล่าวว่า แนวทางที่ออกมานั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ปรากฏอยู่ในระเบียบเกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวข้องของกรรมาธิการ 2 คณะ เป็นระเบียบที่ออกมาตั้งแต่ปี 2562 เพียงแค่ที่ผ่านมาไม่เคยมีการโต้แย้งการดำเนินงาน จึงทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าการดำเนินงานที่ผ่านมาน่าจะถูกต้องแล้ว โดยแนวทางที่เขียนวันนี้ถูกต้องตามระเบียบทั้งหมด ไม่มีคำว่ากติกาใหม่ กติกาเก่า มีกติกาเดียวตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา
“การนัดประชุมของประธาน กมธ.เป็นกรณีพิเศษนั้น แนวทางดังกล่าวไม่ใช่การลิดรอนสิทธิ ประธานยังสามารถนัดประชุมเป็นกรณีพิเศษได้ เพียงแค่การจะนัดประชุมต้องขอให้มีการตรวจสอบองค์ประชุม โดยการตรวจสอบเสียงของกรรมาธิการก่อนว่าพร้อมจะมาประชุมหรือไม่ เพื่อให้ครบองค์ประชุม เช่นเดียวกับเวลาที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะนัดประชุมเรื่องต่างๆ ก็จะต้องมีการคุยกับวิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรต้องทำเพื่อให้องค์ประชุมครบ” ผอ.สำนัก กมธ.2 ระบุ
ชี้แนวยึดทรัพย์ไอเดียร์
ขณะที่ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี กมธ.การกฎหมายฯ จะเชิญนายโสภณเข้าชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นการเล่นการเมืองเกินไป เพราะการที่ กมธ.ออกมาแถลงข่าวก็มีการประชุมกันอยู่แล้วว่า ต้นเรื่องที่แท้จริงต้องไปทำที่เลขาธิการสภาฯ เพราะเป็นผู้ออกหนังสือเวียนดังกล่าวว่าขั้นตอนการเชิญหน่วยงานหรือบุคคลมาชี้แจงควรจะมีมติจาก กมธ. หากเชิญประธานสภาฯ ถือว่าเป็นเกียรติมากใช่หรือไม่ หากท่านติดราชการไม่สามารถชี้แจงได้ ก็จะมองว่าไม่ให้ความร่วมมือใช่หรือไม่
เวลา 15.00 น. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรค ภท. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) นำประธานคณะกรรมาธิการสามัญฝั่งพรรครัฐบาล ทั้งพรรค ภท.และพรรค พท. แถลงยืนยันว่าการทำหน้าที่ของ กมธ. 35 คณะ หากปฏิบัติตามแนวทางที่ประธานได้มีหนังสือระบุนั้น ไม่ได้เป็นการปิดกั้นการทำหน้าที่ของประธาน กมธ. หรือปิดกั้นการทำหน้าที่ของ กมธ.ใดเลย รวมถึงไม่ได้เป็นการตัดอำนาจ หรือไม่ได้เป็นการยึดอำนาจในการติดตามและตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติผ่านกรรมาธิการแต่อย่างใด
“แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามข้อบังคับเดิมที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่กำหนดแนวทางออกมาเพื่อให้มีแนวทางที่ชัดเจนในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดความชัดเจนของประธาน กมธ. ถึงบทบาทหน้าที่ และให้ กมธ.ทั้ง 35 คณะ ได้มีแนวทางที่ชัดเจนในการทำหน้าที่ในการตรวจสอบของกรรมาธิการ เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภาฯ” ปธ.วิปรัฐบาลระบุ
วันเดียวกัน ที่กระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ปลัดกระทรวงยุติธรรมมีการกล่าวถึงการประชุมครั้งที่ 2 ว่าจะได้นำเอาคำร้องขอนิรโทษกรรมของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีการยื่นขอล้างมลทินตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 บรรจุเข้าเป็นวาระการประชุมในครั้งถัดไปว่า หากคำร้องขอดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมของคณะอนุฯ และมีความเห็นอย่างไรก็จะต้องเสนอไปยังคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขต่อไปตามลำดับ
ถามถึงการสืบสวนคดีเว็บพนัน Shuffle.com ของดีเอสไอ จะเรียกนางสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.พรรค ภท.ภรรยานายไทหยาง ซาง มาสอบปากคำหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า เราควรจะดำเนินการในส่วนของผู้เล่นพนันเว็บไซต์ Shuffle และดูรายละเอียดว่าเกี่ยวข้องแค่ไหน อย่างไร ควรจะเริ่มจากตรงนี้ก่อน ส่วนกรณีที่มีผู้ร้องว่า สส.ไอเดียร์เคยดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งอาจรับรู้ถึงการอยู่ของเว็บไซต์ Shuffle หรือไม่ เนื่องจากสามีก็ถือหุ้นอยู่ในบริษัทที่เกี่ยวข้องนั้น ตนมองว่าในเรื่องนี้อย่างไรก็ต้องเริ่มจากกรณีที่ตำรวจไซเบอร์ได้ดำเนินการ
“ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน จะไปเอาความรู้สึกว่าต้องเกี่ยวข้องเลยก็คงไม่ใช่ และก็ต้องดูว่าบริษัทที่เกี่ยวกับ Shuffle มีการตั้งบริษัทแบบไหน และมีกี่บริษัทเกี่ยวข้อง หรือมีการถือหุ้นเกี่ยวข้องกันอย่างไรบ้าง คงต้องไล่จากข้อมูลในส่วนนี้” รมว.ยุติธรรมระบุ
ซักว่ามีผู้ร้องให้ยึดและอายัดทรัพย์สินของ สส.ไอเดียร์กับสามีไว้ชั่วคราวก่อน พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ก็คงต้องดำเนินการ หากอยู่ในขั้นตอนที่มีการยืนยันเรื่องเอกสารหรือพยานหลักฐานต่างๆ แต่เราก็ให้ความเป็นธรรมทุกอย่าง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลุยโรดโชว์ญี่ปุ่นลงทุนไทย
"เอกนิติ" ย้ำชัดไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะที่ 70% ต่อจีดีพี เดินหน้าคุมวินัยการคลัง พร้อมปรับโครงสร้างภาษี
ขีดเส้น10พ.ย.ส่งงบมูลนิธิ ยึดทรัพย์‘บุ๋ม-สามี’60ล้าน
"มท.2" จ่อล้างบาง "มูลนิธิ-สมาคม" ลวงโลก เล็งปัดฝุ่นกฎหมายอุดช่องโหว่ทั้งระบบ สั่งศึกษาเปิดข้อมูลการบริจาคให้โปร่งใสตรวจสอบได้
สงครามพาทรัมป์แพ้ยับ
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ รีพับลิกันพ่ายหมดรูป เดโมแครตกวาดที่นั่งทั้งในสภาสูงและสภาล่าง เข้าสู่ยุคความยากลำบากของรัฐบาลสหรัฐ "ทรัมป์" ขู่จะใช้อำนาจวีโตแหลก!
สัญจรเอาใจอีสาน3.5หมื่นล.
"อนุทิน" นำ รมต.สวมเสื้อผ้าหมี่ขิดประชุม "ครม.สัญจร" อุดรธานี ไฟเขียวงบ 3.5 หมื่นล้านบาท ขับเคลื่อน 36 โครงการ
ส้มฉะน้ำเงินกินรวบ ปธ.โสภณโร่ปัดริบอำนาจกมธ./พท.หวานเจี๊ยบไม่แตกแถว
“ปกรณ์” ยันไม่มีรายงานคณะกลั่นกรองนิรโทษกรรมปมคำร้อง “ทักษิณ” “อนุทิน” อวยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ดีมีความรู้ความสามารถ
ขวาง‘ศาลฎีกา’รื้อฮั้วสว. กกต.ส่งศาลรธน.ตีความ
กกต.ยื่นศาล รธน.ชี้ขาดศาลฎีกามีสิทธิรื้อคำวินิจฉัยปมคุณสมบัติ สว.หรือไม่

