ดร.เสรี ขยี้ LAZADA ใช้เสรีภาพเกินขอบเขต ย่ำยีหัวใจผู้จงรักภักดี

6 พ.ค.2565 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา ประธานกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก มีรายละเอียดดังนี้

"คนชั่วช้าสามานย์ทำคิปย่ำยีหัวใจคนไทยที่มีความภักดี แต่กฎหมายทำอะไรพวกเขาไม่ได้ พวกเขาจึงเหิมเกริมทำเรื่องอัปรีย์จัญไรที่คนไทยผู้ภักดีทนไม่ได้

แต่เมื่อ Lazada ให้คนกลุ่มนี้ทำโฆษณาที่ย้ำความอัปรีย์ของพวกเขา เป็นโอกาสให้พวกเราสามารถสั่งสอนคนพวกนี้ด้วยการลบ app ของเขา และเลิกซื้อสินค้าจาก platform นี้

แม้ Lazada จะปัดความรับชอบไปที่ Agency และผู้บริหารของ Agency ออกมาขอโทษพร้อมทั้งคำอธิบายที่เรียกว่า "แถ" มากกว่า ไม่มีใครยอมรับได้

การทำโฆษณานั้น Agency ต้องรับ brief (ความต้องการ แนวทางที่ลูกค้ากำหนด) และเมื่อทำตาม brief แล้ว ต้องได้รับ approve จากลูกค้าจึงแพร่ได้

พูดจากคนทำงานการสื่อสารการตลาดมาตั้งแต่อายุ 28 จนถึงปัจจุบันอายุ 73 ยืนยันว่าคำอธิบายของ Agency ฟังไม่ขึ้น Lazada หนีความรับผืดชอบไม่ได้

อย่างอ้างเสรีภาพในการแสดงออก การใช้เสรีภาพต้องมีขอบเขต ไม่ละเมิดคนอื่น และไม่ทำร้ายสังคม สิ่งที่คุณทำ แม้ว่ากฎหมายจะทำอะไรไม่ได้ แต่คุณควรสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระราชวงศ์

อย่าคิดว่าคุณจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆในการกระทำของคุณ แม้กฎหมายทำอะไรคุณไม่ได้ สังคมที่ไม่พอใจการกระทำของคุณสามารถทำให้คุณได้รับกรรมจากการกระทำของคุณ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

วิกฤตในคราวนี้...สามัคคีคือพลัง

ด้วยความรักและความห่วงใยบ้านเมือง เมื่อเราติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา ก็จะเห็นว่าบ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับวิกฤตทั้งศึกนอกและศึกในที่พวกเราต้องสามัคคีและร่วมมือกันในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้

ใครทำให้เสือกลายเป็นแมวขี้เซา

ตอนเด็กๆ จำได้ว่าคุณครูบอกว่าประเทศไทยเป็น 1 ในเสือ 3 ตัวของ ASEAN ร่วมกับสิงคโปร์และมาเลเซีย บัดนี้ 2 ประเทศนั้นก็ยังคงเป็นเสือ มีความเจริญก้าวหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

กว่าจะรู้ตัวก็เกือบจะสาย

จำได้ว่าเมื่อจบปริญญาตรีน้ำหนักตัว 49 กิโลกรัม เอว 22 รู้สึกว่าตัวเองผอมเกร็ง ไปเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกาครั้งแรก กลับมาน้ำหนักตัว 55 กิโลกรัม ก็รู้สึกว่าดูดีขึ้นไม่อ้วนไม่ผอม สอนอยู่ 2 ปี

ทำดีย่อมได้ดี

ช่วงรอยต่อระหว่างปี 2568 กับปี 2569 ได้ดูพลุ Count down จากห้องในโรงพยาบาล เพราะว่ามีอาการเจ็บไข้อย่างรุนแรง ต้องเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม