
'บิ๊กบี้' สั่งกลางวง ผู้พันฯ ทั่วประเทศ ย้ำทบ.วางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด ออกกฏเหล็ก '5 ทำ - 5ไม่' งดอบรมประชุม-สัมมนาช่วง10 วัน ก่อนหย่อนบัตร-ไม่ควรเป็นกก.ประจำหน่วย-ห้ามใช้รถ-เครื่องบิน ฮ.ของ ทบ. ไม่ให้ใช้พื้นที่ของหน่วยเป็นหน่วยเลือกตั้ง
10 มี.ค.2566 - พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการในที่ ประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกวาระพิเศษ ถึงระดับผู้บังคับกองพัน เมื่อ7 กพ. 2566 ที่ผ่านมา ในเรื่องการวางตัวและการปฎิบัติตัวของกำลังพลกองทัพบกในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นโดยย้ำให้วางตัวเป็นกลางและปฏิบัติตัวตามแนวทางที่กำหนดอย่างเคร่งครัดว่าสิ่งไหนควรทำ และสิ่งไหนไม่ควรทำ หรืออย่าทำ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาส่งผลต่อภาพลักษณ์กองทัพบก ต่อความเป็นกลางทางการเมือง
ทั้งนี้ กองทัพบก ได้ ออกแนวทางปฏิบัติของกำลังพลกองทัพบกในการสนับสนุนการเลือกตั้งคือ สิ่งที่ควรปฏิบัติ 5 ข้อ
1. กองทัพบก สนับสนุนให้กำลังพล เห็นถึงความสำคัญของการเลือกตั้ง ให้กำลังพลไปทำหน้าที่ใช้สิทธิเลือกตั้งทุกครั้ง ให้เป็นตัวอย่างของประชาชนทั่วไป
2.รวมทั้งให้คำแนะนำ ชักชวนบุคคลผู้มีสิทธิในครอบครัว ญาติ และมิตรสหาย ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยพร้อมเพรียงกัน
3.ให้ทุกหน่วยส่งเสริม และอำนวยความสะดวกให้กำลังพล และครอบครัวได้รับฟังการหาเสียง โดยประกาศแจ้งเตือนให้ทราบถึงวัน เวลา และสถานที่ที่จะมีการหาเสียง และจัดเจ้าหน้าที่ควบคุมรักษาความสงบเรียบร้อยตามความเหมาะสมส่วน กำลังพลที่มีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตการเลือกตั้งที่กำลังพลผู้นั้นปฏิบัติงานอยู่ ให้กำลังพลผู้นั้นไปทำหน้าที่ใช้สิทธิลงคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้งกลางได้ โดยต้องลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า
4.สำหรับกรณีที่กำลังพลมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตการเลือกตั้งของหน่วยการเลือกตั้งที่ตนเองไปให้การสนับสนุนสามารถไปใช้สิทธิลงคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้งนั้น โดยให้กำลังพลดังกล่าวนำคำสั่งแต่งตั้งจากคณะกรรมการ การเลือกตั้งไปแสดง ณ หน่วยเลือกตั้ง เพื่อขอใช้สิทธิเลือกตั้ง
5.กำลังพลทหารประจำการที่ได้รับคำสั่งจากทางราชการ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เที่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ นอกที่ตั้งปกติที่ตนมีภูมิลำเนานั้น และไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันเลือกตั้งได้ ให้ผู้บังคับหน่วยนั้นแจ้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมทั้งให้กำลังพลลงทะเบียนเลือกตั้ง ล่วงหน้าด้วยตนเอง เพื่อให้กำลังพลดังกล่าวได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า
ส่วนสิ่งที่ ไม่ควรทำ 5 ข้อ คือ
1. ไม่ควรให้มีการจัดการฝึกอบรมหรือประชุมสัมมนาในช่วงระยะเวลา 10 วัน ก่อนเลือกตั้ง
2.ไม่ควรให้กำลังพลของ ทบ. เป็นคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือเจ้าหน้าที่นับคะแนนโดยเด็ดขาด
3.ไม่ควรใช้ยานพาหนะ หรืออากาศยานของ ทบ. ในการประชาสัมพันธ์ ให้กับผู้สมัครหรือกลุ่มที่หวังผลทางการเมืองโดยเด็ดขาด
4.ไม่ควรให้ใช้พื้นที่ของหน่วยเป็นสถานที่เลือกตั้ง หรือเก็บหีบบัตรเลือกตั้ง
5.ห้ามมิให้กำลังพลของกองทัพบกเป็นคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และเป็นเจ้าหน้าที่นับคะแนนโดยเด็ดขาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มทบ.22 อุบลราชธานี บรรจุทายาททหารกล้า ปกป้องแผ่นดินไทย เข้ารับราชการแทน
มทบ.22 อุบลราชธานี บรรจุทายาทของทหารกล้า "วีรชนทหารกล้าชายแดน" เข้ารับราชการทดแทน จากเหตุปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา
ผบ.ทบ. ลงนามโผ 'ผู้พัน' 228 ตำแหน่ง จัดทัพรับมือสถานการณ์ชายแดน-ภัยคุกคามรอบด้าน
พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ลงนามในคำสั่งกองทัพบกที่ 121/2569
กองทัพบก ชี้คำพูด 'หวัง อี้' บอกกัมพูชาไม่อยากรบแล้ว ต้องใช้ข้อมูลการข่าวทหารเท่านั้น
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกพล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ได้กําชับติดตามสถานการณ์ชายแดนและเฝ้าระวัง ปฏิบัติภารกิจที่ดําเนินการอยู่ให้ต่อเนื่องไป เช่น ปรับปรุงที่มั่น ลาดตระเวน เก็บข้อมูลด้านการข่าวที่คิดว่ามีประโยชน์ในการดูแลรักษาพื้นที่ และได้เน้นย้ําในเรื่องความปลอดภัยของกําลังพล ให้ทุก ๆ หน่วยได้ให้ความสําคัญ
โฆษก ทบ. มองคดียิง 'สส.กมลศักดิ์' เป็นเรื่องทางสังคม ไม่ใช่ความมั่นคง
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณี นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ไปแจ้งความเพิ่มเติม 2 ทหาร ในคดีลอบยิง คาดเป็นผลจากการไปช่วยชาวบ้าน และอาจขัดแย้งกับฝ่ายความมั่นคง ว่า เรื่องนี้เป็นคดีความทางสังคม
กองทัพบก ตอกกลับ 'สส.ปชน.' ให้ข้อมูลเท็จ หลังวิจารณ์ ผบ.ทบ. ไม่ให้ความสำคัญแก้ไฟใต้
จากกรณี นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์การลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่า ไม่ปรากฏชื่อ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ.
กองทัพสรุป 'เกณฑ์ทหาร' ปลื้มยอดสมัครใจพุ่ง เกือบ 5 หมื่นนาย
ทบ.สรุปยอด 'เกณฑ์ทหาร' ปี 2569 ยอดสมัครใจเพิ่มขึ้น โดยสมัครที่หน่วยตรวจเลือก 27,698 นาย สมัครออนไลน์ 22,062 นาย รวม 49,760 นาย มากกว่าปี 2568

