
“ศิริกัญญา” แนะ ’รัฐบาล‘ ลองไปสบตา ปชช.ที่ต้องถูกเวรคืนที่ดินก่อน ค่อยกลับมาทบทวน ‘รื้อรายงาน-คุัมค่าจริงหรือไม่’ หากต้องการเดินหน้าต่อ
21 ม.ค.2567 – ที่มหาวิทยาลันธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บ้ญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่จังหวัดระนอง โดยจะมีการพิจารณาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ว่า อยากให้ ครม. ลงไปรับฟังความเห็น และสบตากับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ว่า ถ้าท่านอยากจะเดินหน้าในโครงการแลนด์บริดจ์ อยากให้เขามั่นใจ ว่ามีการพิจารณาในเรื่องความคุ้มค่าอย่างรอบคอบแล้ว ไปรื้อตัวรายงานที่เคยทำแล้วไม่ตรงกับที่นายกรัฐมนตรีอยากได้ ทั้งท่อส่งน้ำมัน และโรงกลั่นน้ำมัน ก็ไปทำให้เรียบร้อย ท่านจะได้กล้าสบตากับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่เขาจะต้องถูกเวนคืนที่ดิน
น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า ถ้าจะต้องมีประชาชนเสียสละให้กับโครงการนี้ จะต้องเกิดความคุ้มค่ากับเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นโครงการที่ยังคิดไม่เสร็จ ทำให้ประชาชนใจคอไม่ดี ว่าเขาจะถูกเวนคืนที่ดินเมื่อไหร่ เนื่องจากในรายงานที่ศึกษาความเป็นไปได้ กลายเป็นว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่มีความคุ้มค่าแล้ว จึงไม่มีนักลงทุนมาเสียที ตนเองมีความเห็นใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่มากๆ
“รัฐบาลต้องไปสบตากับพี่น้องประชาชน ท่านอาจจะได้รู้สึก ว่าจำเป็นต้องกลับมารื้อผลรายงานการศึกษาอีกสักรอบ ก่อนที่จะทำต่อ และหากเป็นไปได้ ขอให้มีการทบทวนตัวรายงาน เพราะการทบทวนตัวรายงาน จะเป็นการทบทวนกระบวนการให้กลับมาสู่จุดเริ่มต้นใหม่ ว่าสรุปแล้วอยากที่จะทำอะไรบ้าง ตกลงว่าจะฝันต่อจากที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ฝันค้างไว้ หรือว่าจะมีอะไรใหม่สำหรับที่เป็นรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เองบ้าง ถ้าจะต้องมีอะไรใหม่ๆ จากรัฐบาลเศรษฐา รายงานฉบับเดิมที่เคยฝันไว้โดยนายศักดิ์สยาม ไม่สามารถที่จะใช้ต่อได้ ต้องมีการศึกษาใหม่ตั้งแต่ต้น ไม่อย่างนั้นท่านจะมีข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ไปพูดกับนักลงทุนไปเรื่อยๆ” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ยกตัวอย่าง ข้อมูลที่เข้าสู่ ที่ประชุม ครม.และมีมติ ว่าโครงการคุ้มทุนภายใน 24 ปี แต่ถ้าท่านอยากมีท่อส่งน้ำมัน ตัวเลขอาจจะไม่เป็นไปตามนั้นแล้วก็ได้ จึงอยากรัฐบาลทำทุกอย่างตรงไปตรงมา และตอบคำถามกับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างครบถ้วน ว่าโครงการนี้จะคุ้มค่ากับการเสียสละที่จะต้องถูกเวนคืนที่ดินหรือไม่
เมื่อถามว่า หากรัฐบาลตั้งธงที่จะเดินหน้าต่อไป อยากฝากอะไรถึงรัฐบาลบ้าง น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ถ้าอยากเดินหน้าต่อ ก็ไม่ใช่เรื่องผิด ซึ่งแน่นอน ว่าเมื่อมีธงแล้ว รายงานฉบับใหม่ถ้ามีการรื้อแก้ไขจริงๆ ก็คงจะทำออกมาดูดีสวยหรูเหมือนเดิม แต่รอบนี้ก็ขอให้มันเนียนๆ หน่อย รวบรวมความเห็นต่างๆ ที่เราตั้งข้อสงสัย และคำถามเอาไว้ อย่าทำพลาดแบบเดิม เราก็อาจจะได้รายงานที่มีคุณภาพมากขึ้น แต่ต้องบอกว่าค่อนข้างที่จะเป็นไปได้ยากจริงๆ ที่โครงการนี้จะคุ้มค่าในเรื่องการลงทุน หากต้องวัดกับเรื่องการประหยัดเวลา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"ฮั๊ว สว.ส้ม" มีหนาว ! ศุภชัย สวนกลับ สว.นันทนา ใสซื่อบริสุทธิ์ ไม่ต้องร้อนตัว แฉ เรียกประชุม สว.ส้ม ณ.ห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี ไม่ได้แชร์ค่าใช้จ่านกัน เพรามีหลักฐาน "หิรัญ - ฟ้าเดียวกัน" ทั้งจอง ทั้งจ่าย
นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย สส. พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความระบุถึงนางนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา กรณีการ ฮั๊ว สว.ส้ม ไม่ต้องร้อนตัว โดยระบุพฤติกรรม จัดประชุมผู้สมัคร สว.ส้ม ที่ห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี
'รองเชน' เมินกระแสรัฐบาล 'เขียว-แดง- ส้ม' ยันเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่เข้มแข็ง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.
'ไหม' โต้ 'แก้วตา' ยันไม่ได้ปิดเงียบปมคุกคามทางเพศ แจงพรรคกำลังรวบรวมข้อมูลอยู่
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณี น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัน อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน ออกมาพาดพิงผู้บริหารพรรคประชาชนว่าเคยแจ้งเรื่องการถูกล่วงละเมิด แต่ผู้บริหารกลับขอให้เก็บเรื่องไว้ว่า เ
'สามารถ' ชี้หยุดแลนด์บริดจ์ได้แต่อย่าหยุดโครงการเชื่อม 2 ฝั่งทะเล
ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า พับแลนด์บริดจ์... แต่ไม่พับแนวคิด
ปมเสี่ยง จุดสลบ รัฐบาลสีน้ำเงิน-อนุทิน
แม้รัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" หรือ "อนุทิน 2" จะเป็นรัฐบาลมาแค่ 3 เดือนกว่า แต่เห็นชัดว่าเจอหลายปมร้อนการเมืองโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา
ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.
เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

